‹ กลับ
สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลี
เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ · ข้อ 47 · วิ.ภิก. ๓/๖๘๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีจัณฑกาลีเป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความ ทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์. เมื่อสงฆ์จะลงทัณฑกรรมแก่นาง แต่ภิกษุณีถุลลนันทาค้านไว้. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาได้ไปสู่ตำบลบ้านหนึ่งด้วยกิจจำเป็นบาง อย่าง. ครั้นภิกษุณีสงฆ์ทราบว่าภิกษุณีถุลลนันทาหลีกไปแล้ว จึงยกภิกษุณีจัณฑกาลีเสียจากหมู่เพราะ ไม่เห็นอาบัติ. ภิกษุณีถุลลนันทาเสร็จกรณียะนั้นในบ้านแล้ว กลับมาสู่พระนครสาวัตถีตามเดิม. เมื่อนางมาถึง ภิกษุณีจัณฑกาลีไม่ปูอาสนะ ไม่เข้าไปจัดตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ไม่ลุกรับบาตรจีวร ไม่ต้อนรับด้วยน้ำดื่ม. นางจึงถามภิกษุณีจัณฑกาลีว่า เหตุไฉนเมื่อเรามาถึง เธอจึงไม่ปูอาสนะ ไม่จัดตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ไม่ลุกรับบาตรจีวร ไม่ต้อนรับ ด้วยน้ำดื่มเล่า? ภิกษุณีจัณฑกาลีตอบว่า การที่เป็นเช่นนั้นนั่น เพราะดิฉันเป็นภิกษุณีไม่มีที่พึ่ง เจ้าค่ะ. ภิกษุณีถุลลนันทาถามว่า เหตุไฉนเล่า เธอจึงเป็นคนไม่มีที่พึ่ง? ภิกษุณีจัณฑกาลีชี้แจงว่า เพราะภิกษุณีเหล่านี้คงเข้าใจดิฉันว่า นางนี้เป็นคนไม่มีที่พึ่ง ไม่ มีใครรู้จัก กิจอันเป็นหน้าที่ของนางคนนี้ก็ไม่มีสักอย่าง จึงได้ยกดิฉันเสียจากหมู่ เพราะไม่เห็น อาบัติ เจ้าค่ะ. ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวว่า ภิกษุณีเหล่านั้นเป็นพาล ไม่ฉลาด ไม่รู้จักกรรมหรือโทษของ กรรม กรรมวิบัติ หรือกรรมสมบัติ เราเท่านั้นจึงจะรู้จักกรรม โทษของกรรม กรรมวิบัติ และ กรรมสมบัติ เราจะพึงทำกรรมที่เราไม่ได้ร่วมทำ หรือจะพึงยังกรรมที่เขาทำแล้วให้กำเริบ แล้วให้ ประชุมภิกษุณีสงฆ์ด่วน เรียกภิกษุณีจัณฑกาลีให้เข้าหมู่. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา ไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ จึงได้เรียกภิกษุณีผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจาก หมู่ตามธรรม ตามวินัย ตามสัตถุศาสน์แล้วให้เข้าหมู่เล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี- *พระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา ไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ เรียกภิกษุณีผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากหมู่ ตามธรรม ตามวินัย อันเป็นสัตถุศาสน์แล้วให้เข้าหมู่ จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา ไม่บอก กล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ จึงได้เรียกภิกษุณีผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากหมู่ ตาม ธรรม ตามวินัย อันเป็นสัตถุศาสน์แล้วให้เข้าหมู่เล่า การกระทำของนางนั้น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๑๒. ๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ เรียกภิกษุณี ผู้ซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากหมู่ ตามธรรม ตามวินัย อันเป็นสัตถุศาสน์แล้วให้เข้า หมู่ ภิกษุณีแม้นี้ก็ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ.
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
ss4:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.36 · พุทธชยันตี 2.2.50
ss4:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี ภณฺฑนการิกา โหติ กลหการิกา วิวาทการิกา ภสฺสการิกา สงฺเฆ อธิกรณการิกา ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena caṇḍakāḷī bhikkhunī bhaṇḍanakārikā hoti kalahakārikā vivādakārikā bhassakārikā saṅghe adhikaraṇakārikā.
ss4:1.3 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ตสฺสา กมฺเม กยิรมาเน ปฏิกฺโกสติ ฯ✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī tassā kamme karīyamāne paṭikkosati.
ss4:1.4 #
เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี คามกํ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena thullanandā bhikkhunī gāmakaṁ agamāsi kenacideva karaṇīyena.
ss4:1.5 #
อถโข ภิกฺขุนีสงฺโฆ✎ ร่าง
Atha kho bhikkhunisaṅgho—
อ้างอิงPTS 4.231
ss4:1.6 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ปกฺกนฺตาติ จณฺฑกาลึ ภิกฺขุนึ อาปตฺติยา อทสฺสเน ๑- อุกฺขิปิ ฯ✎ ร่าง
“thullanandā bhikkhunī pakkantā”ti, caṇḍakāḷiṁ bhikkhuniṁ āpattiyā adassane ukkhipi.
ss4:1.7 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี คามเก ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุนเทว สาวตฺถึ ปจฺฉาคจฺฉิ ฯ✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī gāmake taṁ karaṇīyaṁ tīretvā punadeva sāvatthiṁ paccāgacchi.
ss4:1.8 #
จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อาคจฺฉนฺติยา เนว อาสนํ ปญฺญาเปสิ น ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิ น ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ น ปานีเยน อาปุจฺฉิ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี จณฺฑกาลึ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Caṇḍakāḷī bhikkhunī thullanandāya bhikkhuniyā āgacchantiyā neva āsanaṁ paññapesi na pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakaṭhalikaṁ upanikkhipi na paccuggantvā pattacīvaraṁ paṭiggahesi na pānīyena āpucchi.
ss4:1.10 #
กิสฺส ตฺวํ อยฺเย มยิ อาคจฺฉนฺติยา เนว อาสนํ ปญฺญาเปสิ น ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิ น ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ น ปานีเยน อาปุจฺฉีติ ฯ✎ ร่าง
“kissa tvaṁ, ayye, mayi āgacchantiyā neva āsanaṁ paññapesi na pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakaṭhalikaṁ upanikkhipi na paccuggantvā pattacīvaraṁ paṭiggahesi na pānīyena āpucchī”ti?
ss4:1.11 #
เอวเญฺหตํ ๑- อยฺเย โหติ ยถาตํ อนาถายาติ ฯ✎ ร่าง
“Evañhetaṁ, ayye, hoti yathā taṁ anāthāyā”ti.
ss4:1.12 #
กิสฺส ปน ตฺวํ อยฺเย อนาถาติ ฯ✎ ร่าง
“Kissa pana tvaṁ, ayye, anāthā”ti?
ss4:1.13 #
อิมา มํ อยฺเย ภิกฺขุนิโย✎ ร่าง
“Imā maṁ, ayye, bhikkhuniyo—
ss4:1.14 #
อยํ อนาถา อปฺปญฺญาตา นตฺถิ อิมิสฺสา กาจิ ปติวตฺตาติ อาปตฺติยา อทสฺสเน ๒- อุกฺขิปึสูติ ฯ✎ ร่าง
‘ayaṁ anāthā appaññātā, natthi imissā kāci paṭivattā’ti, āpattiyā adassane ukkhipiṁsū”ti.
ss4:1.15 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.309
ss4:1.16 #
พาลา เอตา อพฺยตฺตา เอตา เนตา ชานนฺติ กมฺมํ วา กมฺมโทสํ วา กมฺมวิปตฺตึ วา กมฺมสมฺปตฺตึ วา✎ ร่าง
“bālā etā abyattā etā, neva jānanti kammaṁ vā kammadosaṁ vā kammavipattiṁ vā kammasampattiṁ vā.
ss4:1.17 #
มยํ โข ชานาม กมฺมํปิ กมฺมโทสํปิ กมฺมวิปตฺตึปิ กมฺมสมฺปตฺตึปิ✎ ร่าง
Mayaṁ kho jānāma kammampi kammadosampi kammavipattimpi kammasampattimpi.
ss4:1.18 #
มยํ โข อกตํ วา กมฺมํ กเรยฺยาม กตํ วา กมฺมํ โกเปยฺยามาติ ลหุํ ลหุํ ภิกฺขุนีสงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา จณฺฑกาลึ ภิกฺขุนึ โอสาเรสิ ฯ✎ ร่าง
Mayaṁ kho akataṁ vā kammaṁ kāreyyāma kataṁ vā kammaṁ kopeyyāmā”ti, lahuṁ lahuṁ bhikkhunisaṅghaṁ sannipātetvā caṇḍakāḷiṁ bhikkhuniṁ osāresi.
ss4:1.19 #
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.37
ss4:1.20 #
กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุนึ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนปโลเกตฺวา การกสงฺฆํ อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทํ โอสาเรสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā samaggena saṅghena ukkhittaṁ bhikkhuniṁ dhammena vinayena satthusāsanena anapaloketvā kārakasaṅghaṁ anaññāya gaṇassa chandaṁ osāressatī”ti …pe…
ss4:1.21 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุนึ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เอวํเหตํ ฯ ๒ ม. ยุ. อทสฺสเนน ฯ อนปโลเกตฺวา การกสงฺฆํ อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทํ โอสาเรตีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ bhikkhuniṁ dhammena vinayena satthusāsanena anapaloketvā kārakasaṅghaṁ anaññāya gaṇassa chandaṁ osāretī”ti?
ss4:1.22 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
ss4:1.23 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
ss4:1.24 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุนึ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนปโลเกตฺวา การกสงฺฆํ อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทํ โอสาเรสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ bhikkhuniṁ dhammena vinayena satthusāsanena anapaloketvā kārakasaṅghaṁ anaññāya gaṇassa chandaṁ osāressati.
ss4:1.25 #
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
ss4:1.26 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ss4:1.27.1 #
ยา ปน ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุนึ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนปโลเกตฺวา การกสงฺฆํ อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทํ โอสาเรยฺย อยมฺปิ ภิกฺขุนี ปฐมาปตฺติกํ ธมฺมํ อาปนฺนา นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสสนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ bhikkhuniṁ dhammena vinayena satthusāsanena anapaloketvā kārakasaṅghaṁ anaññāya gaṇassa chandaṁ osāreyya, ayampi bhikkhunī paṭhamāpattikaṁ dhammaṁ āpannā nissāraṇīyaṁ saṅghādisesan”ti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.2.52
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน