‹ กลับ
เรื่องราชภัฏบวช
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 102 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๒๙๓๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๒] ก็โดยสมัยนั้นแล เมืองปลายเขตแดนของพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช เกิดจลาจล. ครั้งนั้น ท้าวเธอจึงมีพระบรมราชโองการสั่งพวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกองว่า ดูกรพนาย ท่านทั้งหลายจงไปปรับปรุงเมืองปลายเขตแดนให้เรียบร้อย. พวกมหาอำมาตย์ผู้เป็น แม่ทัพนายกองกราบทูลรับสนองพระบรมราชโองการพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชว่า ขอ เดชะ พระพุทธเจ้าข้า. ครั้งนั้น เหล่าทหารบรรดาที่มีชื่อเสียง ได้มีความปริวิตกว่า พวกเรา พอใจในการรบ พากันไปทำบาปกรรม และประสพกรรมมิใช่บุญมาก ด้วยวิธีอย่างไรหนอ พวกเราพึงงดเว้นจากบาปกรรม แลทำแต่ความดี ดังนี้ และได้มีความปริวิตกต่อไปว่า พระสมณะ เชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้แล เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวแต่คำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ถ้าแลพวกเราจะพึงบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตร ด้วยวิธีอย่างนี้ พวกเราก็จะพึงเว้นจากบาปกรรม และทำแต่ความดี ดังนี้ จึงพากันเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วขอบรรพชา. ภิกษุทั้งหลายให้พวกเขาบรรพชาอุปสมบทแล้ว. พวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกองถามพวกราชภัฏว่า แน่ะพนาย ทหารผู้มีชื่อนี้ และมีชื่อนี้ หายไปไหน? พวกราชภัฏเรียนว่า นาย ทหารผู้มีชื่อนี้และมีชื่อนี้ บวชในสำนักภิกษุแล้ว ขอรับนาย. พวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกอง จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเหล่า- *พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ให้ราชภัฏบวชเล่า แล้วกราบบังคมทูลความเรื่องนั้น แด่พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช. จึงท้าวเธอได้ตรัสถามมหาอำมาตย์ผู้พิพากษาว่า ดูกรพนาย ภิกษุรูปใดให้ราชภัฏบวช ภิกษุรูปนั้นจะต้องโทษสถานไร? คณะมหาอำมาตย์ผู้พิพากษากราบทูลว่า ขอเดชะ พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม พระอุปัชฌายะต้องถูกตัดศีรษะ พระอนุสาวนาจารย์ต้องถูกดึงลิ้นออกมา พระคณะปูรกะต้องถูก หักซี่โครงแถบหนึ่ง พระพุทธเจ้าข้า จึงท้าวเธอเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วจึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วประทับ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลขอประทานพรต่อพระผู้มีพระภาคว่า มีอยู่ พระพุทธเจ้า ข้า พระเจ้าแผ่นดินทั้งหลาย ที่ไม่มีศรัทธา ไม่ทรงเลื่อมใสจะพึงเบียดเบียนภิกษุทั้งหลาย แม้ ด้วยกรณีเพียงเล็กน้อย หม่อมฉันขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้เป็นเจ้า ทั้งหลายไม่พึงให้ราชภัฏบวช. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนา- *มาคธราชทรงเห็นแจ้ง ทรงสมาทาน ทรงอาจหาญ ทรงร่าเริงด้วยธรรมีกถา. ครั้นท้าวเธออัน พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจง ให้ทรงเห็นแจ้ง ทรงสมาทาน ทรงอาจหาญ ทรงร่าเริงด้วยธรรมีกถา แล้ว เสด็จลุกจากพระที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราชภัฏ ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใด ให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
pli-tv-kd1:40.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปจฺจนฺโต กุปิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rañño māgadhassa seniyassa bimbisārassa paccanto kupito hoti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.182
pli-tv-kd1:40.1.2 #
อถโข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เสนานายเก มหามตฺเต อาณาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho rājā māgadho seniyo bimbisāro senānāyake mahāmatte āṇāpesi—
pli-tv-kd1:40.1.3 #
คจฺฉถ ภเณ ปจฺจนฺตํ อุจฺจินถาติ ฯ✎ ร่าง
“gacchatha, bhaṇe, paccantaṁ uccinathā”ti.
pli-tv-kd1:40.1.4 #
เอวํ เทวาติ โข เสนานายกา มหามตฺตา รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, devā”ti kho senānāyakā mahāmattā rañño māgadhassa seniyassa bimbisārassa paccassosuṁ.
pli-tv-kd1:40.2.1 #
อถโข อภิญฺญาตานํ อภิญฺญาตานํ โยธานํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho abhiññātānaṁ abhiññātānaṁ yodhānaṁ etadahosi—
pli-tv-kd1:40.2.2 #
มยํ โข ยุทฺธาภินนฺทิโน คจฺฉนฺตา ปาปญฺจ กมฺมํ ๑- กโรม พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวาม✎ ร่าง
“mayaṁ kho yuddhābhinandino gacchantā pāpañca karoma, bahuñca apuññaṁ pasavāma.
pli-tv-kd1:40.2.3 #
เกน นุ โข มยํ อุปาเยน ปาปา จ วิรเมยฺยาม กลฺยาณญฺจ กเรยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Kena nu kho mayaṁ upāyena pāpā ca virameyyāma kalyāṇañca kareyyāmā”ti?
pli-tv-kd1:40.2.4 #
อถโข เตสํ โยธานํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ yodhānaṁ etadahosi—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.152 · ฉัฏฐสังคายนา 89.93
pli-tv-kd1:40.2.5 #
อิเม โข สมณา สกฺยปุตฺติยา ธมฺมจาริโน สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา✎ ร่าง
“ime kho samaṇā sakyaputtiyā dhammacārino samacārino brahmacārino saccavādino sīlavanto kalyāṇadhammā.
pli-tv-kd1:40.2.6 #
สเจ โข มยํ สมเณสุ สกฺยปุตฺติเยสุ ปพฺพเชยฺยาม เอวํ มยํ ปาปา จ วิรเมยฺยาม กลฺยาณญฺจ กเรยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Sace kho mayaṁ samaṇesu sakyaputtiyesu pabbajeyyāma, evaṁ mayaṁ pāpā ca virameyyāma kalyāṇañca kareyyāmā”ti.
pli-tv-kd1:40.2.7 #
อถโข เต โยธา ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te yodhā bhikkhū upasaṅkamitvā pabbajjaṁ yāciṁsu.
pli-tv-kd1:40.2.8 #
เต ภิกฺขู ปพฺพาเชสุํ อุปสมฺปาเทสุํ ฯ✎ ร่าง
Te bhikkhū pabbājesuṁ, upasampādesuṁ.
pli-tv-kd1:40.3.1 #
เสนานายกา มหามตฺตา ราชภเฏ ปุจฺฉึสุ✎ ร่าง
Senānāyakā mahāmattā rājabhaṭe pucchiṁsu—
pli-tv-kd1:40.3.2 #
กินฺนุ โข ภเณ อิตฺถนฺนาโม จ อิตฺถนฺนาโม จ โยธา น ทิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho, bhaṇe, itthannāmo ca itthannāmo ca yodhā na dissantī”ti?
อ้างอิงPTS 1.74
pli-tv-kd1:40.3.3 #
อิตฺถนฺนาโม จ อิตฺถนฺนาโม จ สามิ โยธา ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตาติ ฯ✎ ร่าง
“Itthannāmo ca itthannāmo ca, sāmi, yodhā bhikkhūsu pabbajitā”ti.
pli-tv-kd1:40.3.4 #
เสนานายกา มหามตฺตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Senānāyakā mahāmattā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd1:40.3.5 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ราชภฏํ ปพฺพาเชสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā rājabhaṭaṁ pabbājessantī”ti.
pli-tv-kd1:40.3.6 #
เสนานายกา มหามตฺตา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Senānāyakā mahāmattā rañño māgadhassa seniyassa bimbisārassa etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd1:40.3.7 #
อถโข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร โวหาริเก มหามตฺเต ปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho rājā māgadho seniyo bimbisāro vohārike mahāmatte pucchi—
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.184
pli-tv-kd1:40.3.8 #
โย ภเณ ราชภฏํ ปพฺพาเชติ กึ โส ปสวตีติ ฯ✎ ร่าง
“yo, bhaṇe, rājabhaṭaṁ pabbājeti, kiṁ so pasavatī”ti?
pli-tv-kd1:40.3.9 #
อุปชฺฌายสฺส เทว สีสํ เฉเทตพฺพํ อนุสฺสาวกสฺส ๑- ชิวฺหา อุทฺธริตพฺพา คณสฺส อุปฑฺฒผาสุกา ภญฺชิตพฺพาติ ฯ✎ ร่าง
“Upajjhāyassa, deva, sīsaṁ chetabbaṁ, anussāvakassa jivhā uddharitabbā, gaṇassa upaḍḍhaphāsukā bhañjitabbā”ti.
pli-tv-kd1:40.4.1 #
อถโข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ✎ ร่าง
Atha kho rājā māgadho seniyo bimbisāro yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd1:40.4.2 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho rājā māgadho seniyo bimbisāro bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:40.4.3 #
สนฺติ ภนฺเต ราชาโน อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา✎ ร่าง
“santi, bhante, rājāno assaddhā appasannā.
pli-tv-kd1:40.4.4 #
เต อปฺปมตฺตเกนปิ ภิกฺขู วิเหเฐยฺยุํ✎ ร่าง
Te appamattakenapi bhikkhū viheṭheyyuṁ.
pli-tv-kd1:40.4.5 #
สาธุ ภนฺเต อยฺยา ราชภฏํ น ปพฺพาเชยฺยุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu, bhante, ayyā rājabhaṭaṁ na pabbājeyyun”ti.
pli-tv-kd1:40.4.6 #
อถโข ภควา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rājānaṁ māgadhaṁ seniyaṁ bimbisāraṁ dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
pli-tv-kd1:40.4.7 #
อถโข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho rājā māgadho seniyo bimbisāro bhagavatā dhammiyā kathāya sandassito samādapito samuttejito sampahaṁsito uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
pli-tv-kd1:40.4.8 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd1:40.4.9 #
น ภิกฺขเว ราชภโฏ ปพฺพาเชตพฺโพ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, rājabhaṭo pabbājetabbo.
pli-tv-kd1:40.4.10 #
โย ปพฺพาเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo pabbājeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd1:41.1.0 #
28. Aṅgulimālacoravatthu
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน