เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๔] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ได้ทรงมีพระบรมราชา-
*นุญาตไว้ว่า กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น
ใครๆ จะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์
เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.
สมัยต่อมา บุรุษคนหนึ่งทำโจรกรรมแล้ว ถูกเจ้าหน้าที่จองจำไว้ในเรือนจำ. เขาหนี
เรือนจำหลบไปบวชในสำนักภิกษุ. คนทั้งหลายเห็นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปนี้คือโจรหนี
เรือนจำคนนั้น ถ้ากระไร พวกเราจงจับมัน.
คนบางคนพูดทัดทานอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายอย่าได้พูดเช่นนี้ เพราะพระเจ้าพิมพิสาร
จอมเสนามาคธราช ได้มีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะ
เชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น ใครๆ จะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาค
ตรัสไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.
ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้
มิใช่ผู้หลบหลีกภัย ใครๆ จะทำอะไรไม่ได้ แต่ไฉนจึงให้โจรผู้หนีเรือนจำบวชเล่า. ภิกษุทั้งหลาย
กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย โจรผู้หนีเรือนจำ ภิกษุไม่
พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.
เตน โข ปน สมเยน รญฺญา มาคเธน เสนิเยน
พิมฺพิสาเรน อนุญฺญาตํ โหติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena raññā māgadhena seniyena bimbisārena anuññātaṁ hoti—
อ้างอิงPTS 1.75 · สยามรัฐ 4.154 · ฉัฏฐสังคายนา 89.94
เย สมเณสุ สกฺยปุตฺติเยสุ ปพฺพชนฺติ
น เต ลพฺภา กิญฺจิ กาตุํ✎ ร่าง
“ye samaṇesu sakyaputtiyesu pabbajanti, na te labbhā kiñci kātuṁ;
สฺวากฺขาโต ธมฺโม จรนฺตุ พฺรหฺมจริยํ
สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
svākkhāto dhammo, carantu brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā”ti.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร
ปุริโส โจริกํ กตฺวา การาย พทฺโธ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro puriso corikaṁ katvā kārāya baddho hoti.
โส การํ ภินฺทิตฺวา
ปลายิตฺวา ภิกฺขูสุ ปพฺพชิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
So kāraṁ bhinditvā palāyitvā bhikkhūsu pabbajito hoti.
มนุสฺสา ปสฺสิตฺวา เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Manussā passitvā evamāhaṁsu—
อยํ โส การเภทโก โจโร✎ ร่าง
“ayaṁ so kārabhedako coro.
หนฺท นํ เนมาติ ฯ✎ ร่าง
Handa naṁ nemā”ti.
เอกจฺเจ เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Ekacce evamāhaṁsu—
มายฺยา ๓- เอวํ อวจุตฺถ✎ ร่าง
“māyyo, evaṁ avacuttha.
อนุญฺญาตํ รญฺญา มาคเธน เสนิเยน
พิมฺพิสาเรน✎ ร่าง
Anuññātaṁ raññā māgadhena seniyena bimbisārena—
เย สมเณสุ สกฺยปุตฺติเยสุ ปพฺพชนฺติ น เต
ลพฺภา กิญฺจิ กาตุํ✎ ร่าง
‘ye samaṇesu sakyaputtiyesu pabbajanti, na te labbhā kiñci kātuṁ;
สฺวากฺขาโต ธมฺโม จรนฺตุ พฺรหฺมจริยํ
สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
svākkhāto dhammo, carantu brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā’”ti.
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อภยูวรา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ธชพนฺธํ ฯ ๒ สพฺพตฺถ มายฺโยติ ทิสฺสติ ฯ
นยิเม ลพฺภา กิญฺจิ กาตุํ✎ ร่าง
“abhayūvarā ime samaṇā sakyaputtiyā, nayime labbhā kiñci kātuṁ.
กถํ หิ นาม การเภทกํ โจรํ
ปพฺพาเชสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā kārabhedakaṁ coraṁ pabbājessantī”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น ภิกฺขเว
การเภทโก โจโร ปพฺพาเชตพฺโพ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, kārabhedako coro pabbājetabbo.
โย ปพฺพาเชยฺย อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo pabbājeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
—
30. Likhitakacoravatthu