‹ กลับ
พระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณร
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 118 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๓๓๒๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์ แล้ว เสด็จจาริกไปทางพระนครกบิลพัสดุ์ เสด็จเที่ยวจาริกโดยลำดับถึงพระนครกบิลพัสดุ์ แล้ว. ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เขตพระนครกบิลพัสดุ์ สักกชนบทนั้น. ครั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสกแล้ว ทรงถือบาตรจีวร เสด็จพระพุทธดำเนินไปสู่ พระราชนิเวศน์ของพระเจ้าสุทโธทนศากยะ ครั้นแล้วประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขาปูลาด ถวาย. ครั้งนั้นพระเทวีราหุลมารดา ได้มีพระเสาวนีแก่ราหุลกุมารว่า ดูกรราหุล พระสมณะนั้น เป็นบิดาของเจ้า เจ้าจงไปทูลขอทรัพย์มรดกต่อพระองค์ จึงราหุลกุมารเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วได้ประทับยืนเบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค พลางกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมณะ พระฉายาของพระองค์เป็นสุข. ทันใดนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จอุฏฐาการจากพระพุทธอาสน์แล้ว กลับไป จึงราหุลกุมารได้ตามเสด็จพระผู้มีพระภาคไปเบื้องหลังๆ พลางทูลขอว่า ข้าแต่พระสมณะ ขอได้โปรดประทานทรัพย์มรดกแก่หม่อมฉัน ข้าแต่พระสมณะ ขอได้โปรดประทานทรัพย์มรดก แก่หม่อมฉัน. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระสารีบุตรมารับสั่งว่า ดูกรสารีบุตร ถ้าเช่นนั้น เธอจงให้ราหุลกุมารบวช. ท่านพระสารีบุตรทูลถามว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะให้ราหุลกุมารทรงผนวชอย่างไร พระพุทธ- *เจ้าข้า? ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการบวชกุลบุตร เป็นสามเณรด้วยไตรสรณคมน์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงให้กุลบุตรบวชอย่างนี้:- ชั้นต้น พึงให้โกนผมและหนวด แล้วให้ครองผ้าย้อมฝาด ให้ห่มผ้าเฉวียงบ่า ให้ กราบเท้าภิกษุทั้งหลาย ให้นั่งกระหย่ง ให้ประคองอัญชลี แล้วสั่งว่า จงว่าอย่างนี้ แล้วสอนให้ ว่าสรณคมน์ดังนี้:- พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรม เป็นที่พึ่ง สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๒ ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรม เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๒ ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๒ ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๓ ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรม เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๓ ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการบวชกุลบุตรเป็นสามเณรด้วยไตรสรณคมน์นี้. คราวนั้น ท่านพระสารีบุตร ให้ราหุลกุมารบรรพชาแล้ว. ต่อมา พระเจ้าสุทโธทนศากยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วถวายบังคมพระผู้มี พระภาคแล้วประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นท้าวเธอประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลขอพระพรต่อพระผู้มีพระภาคว่า หม่อมฉันขอประทานพรต่อพระผู้มีพระภาคสักอย่าง หนึ่ง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคถวายพระพรว่า ดูกรพระองค์ผู้โคตมะ ตถาคตทั้งหลาย มีพรล่วงเลย เสียแล้ว สุท. หม่อมฉันทูลขอพรที่สมควรและไม่มีโทษ พระพุทธเจ้าข้า. ภ. พระองค์โปรดตรัสบอกพรนั้นเถิด โคตมะ. สุท. เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงผนวชแล้ว ความทุกข์ล้นพ้นได้บังเกิดแก่หม่อมฉัน เมื่อ พ่อนันทะบวชก็เช่นเดียวกัน เมื่อพ่อราหุลบรรพชา ทุกข์ยิ่งมากล้น พระพุทธเจ้าข้า ความรัก บุตรย่อมตัดผิว ครั้นแล้ว ตัดหนัง ตัดเนื้อ ตัดเอ็น ตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จรดเยื่อในกระดูก หม่อมฉันขอประทานพระวโรกาส พระคุณเจ้าทั้งหลาย ไม่พึงบวชบุตรที่บิดามารดายังมิได้อนุญาต พระพุทธเจ้าข้า. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้พระเจ้าสุทโธทนศากยะทรงเห็นแจ้ง ทรงสมาทาน ทรงอาจหาญ ทรงร่าเริง ด้วยธรรมีกถา. เมื่อพระเจ้าสุทโธทนศากยะ อันพระผู้มีพระภาคทรง ชี้แจงให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว เสด็จลุกจากพระที่ ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทรงทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับ. ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรที่มารดาบิดาไม่อนุญาต ภิกษุไม่ พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครกบิลพัสดุ์ ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จ จาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จเที่ยวจาริกโดยลำดับ ถึงพระนครสาวัตถีแล้ว. ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถีนั้น
เทียบรายประโยค (48 ประโยค)
pli-tv-kd1:54.1.1 #
อถโข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน กปิลวตฺถุ เตน จาริกํ ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rājagahe yathābhirantaṁ viharitvā yena kapilavatthu tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงPTS 1.82 · สยามรัฐ 4.168 · พุทธชยันตี 3.204
pli-tv-kd1:54.1.2 #
อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน กปิลวตฺถุ ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena kapilavatthu tadavasari.
pli-tv-kd1:54.1.3 #
ตตฺร สุทํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā sakkesu viharati kapilavatthusmiṁ nigrodhārāme.
pli-tv-kd1:54.1.4 #
อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน สุทฺโธทนสฺส สกฺกสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena suddhodanassa sakkassa nivesanaṁ tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi.
pli-tv-kd1:54.1.5 #
อถโข ราหุลมาตา เทวี ราหุลํ กุมารํ ๑- เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho rāhulamātā devī rāhulaṁ kumāraṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:54.1.6 #
เอโส เต ราหุล ปิตา✎ ร่าง
“eso te, rāhula, pitā.
pli-tv-kd1:54.1.7 #
คจฺฉสฺส ๒- ทายชฺชํ ยาจาหีติ ฯ✎ ร่าง
Gacchassu, dāyajjaṁ yācāhī”ti.
pli-tv-kd1:54.2.1 #
อถโข ราหุโล กุมาโร @เชิงอรรถ: ๑ สพฺพตฺถ ราหุลกุมารนฺติ ทิสฺสติ ฯ ๒ คจฺฉ อสฺสาติ ฯ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปุรโต อฏฺฐาสิ✎ ร่าง
Atha kho rāhulo kumāro yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavato purato, aṭṭhāsi—
pli-tv-kd1:54.2.2 #
สุขา เต สมณ ฉายาติ ฯ✎ ร่าง
“sukhā te, samaṇa, chāyā”ti.
pli-tv-kd1:54.2.3 #
อถโข ภควา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā uṭṭhāyāsanā pakkāmi.
pli-tv-kd1:54.2.4 #
อถโข ราหุโล กุมาโร ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ✎ ร่าง
Atha kho rāhulo kumāro bhagavantaṁ piṭṭhito piṭṭhito anubandhi—
pli-tv-kd1:54.2.5 #
ทายชฺชํ เม สมณ เทหิ✎ ร่าง
“dāyajjaṁ me, samaṇa, dehi;
pli-tv-kd1:54.2.6 #
ทายชฺชํ เม สมณ เทหีติ ฯ✎ ร่าง
dāyajjaṁ me, samaṇa, dehī”ti.
pli-tv-kd1:54.2.7 #
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ sāriputtaṁ āmantesi—
pli-tv-kd1:54.2.8 #
เตนหิ ตฺวํ สารีปุตฺต ราหุลํ กุมารํ ปพฺพาเชหีติ ฯ✎ ร่าง
“tena hi tvaṁ, sāriputta, rāhulaṁ kumāraṁ pabbājehī”ti.
pli-tv-kd1:54.2.9 #
กถาหํ ภนฺเต ราหุลํ กุมารํ ปพฺพาเชมีติ ฯ✎ ร่าง
“Kathāhaṁ, bhante, rāhulaṁ kumāraṁ pabbājemī”ti?
pli-tv-kd1:54.3.1 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.105
pli-tv-kd1:54.3.2 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณรปพฺพชฺชํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, tīhi saraṇagamanehi sāmaṇerapabbajjaṁ.
pli-tv-kd1:54.3.3 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ปพฺพาเชตพฺโพ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, pabbājetabbo—
pli-tv-kd1:54.3.4 #
ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาราเปตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ การาเปตฺวา ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทาเปตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหาเปตฺวา เอวํ วเทหีติ วตฺตพฺโพ✎ ร่าง
paṭhamaṁ kesamassuṁ ohārāpetvā kāsāyāni vatthāni acchādāpetvā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ kārāpetvā bhikkhūnaṁ pāde vandāpetvā ukkuṭikaṁ nisīdāpetvā añjaliṁ paggaṇhāpetvā ‘evaṁ vadehī’ti vattabbo—
pli-tv-kd1:54.3.5 #
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
‘Buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.6 #
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.7 #
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi.
pli-tv-kd1:54.3.8 #
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.9 #
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.10 #
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi.
pli-tv-kd1:54.3.11 #
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.12 #
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmi,
pli-tv-kd1:54.3.13 #
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามีติ✎ ร่าง
Tatiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmī’ti.
pli-tv-kd1:54.3.14 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณรปพฺพชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, imehi tīhi saraṇagamanehi sāmaṇerapabbajjan”ti.
pli-tv-kd1:54.4.1 #
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต ราหุลํ กุมารํ ปพฺพาเชสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto rāhulaṁ kumāraṁ pabbājesi.
pli-tv-kd1:54.4.2 #
อถโข สุทฺโธทโน สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา @เชิงอรรถ: ๑ ปทจฺเฉโท เยภุยฺเยน ปน คจฺฉสฺสูติ ทิสฺสติ ฯ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ✎ ร่าง
Atha kho suddhodano sakko yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.169 · พุทธชยันตี 3.206
pli-tv-kd1:54.4.3 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สุทฺโธทโน สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho suddhodano sakko bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:54.4.4 #
เอกาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ วรํ ยาจามีติ ฯ✎ ร่าง
“ekāhaṁ, bhante, bhagavantaṁ varaṁ yācāmī”ti.
pli-tv-kd1:54.4.5 #
อติกฺกนฺตวรา โข โคตม ตถาคตาติ ฯ✎ ร่าง
“Atikkantavarā kho, gotama, tathāgatā”ti.
pli-tv-kd1:54.4.6 #
ยญฺจ ภนฺเต กปฺปติ ยญฺจ อนวชฺชนฺติ ฯ ตํ✎ ร่าง
“Yañca, bhante, kappati, yañca anavajjan”ti.
pli-tv-kd1:54.4.7 #
วเทหิ โคตมาติ ฯ✎ ร่าง
“Vadehi, gotamā”ti.
pli-tv-kd1:54.5.1 #
ภควติ เม ภนฺเต ปพฺพชิเต อนปฺปกํ ทุกฺขํ อโหสิ ตถา นนฺเท อธิมตฺตํ ราหุเล✎ ร่าง
“Bhagavati me, bhante, pabbajite anappakaṁ dukkhaṁ ahosi, tathā nande, adhimattaṁ rāhule.
pli-tv-kd1:54.5.2 #
ปุตฺตเปมํ ภนฺเต ฉวึ ฉินฺทติ ฉวึ เฉตฺวา จมฺมํ ฉินฺทติ จมฺมํ เฉตฺวา มํสํ ฉินฺทติ มํสํ เฉตฺวา นฺหารุํ ฉินฺทติ นฺหารุํ เฉตฺวา อฏฺฐึ ฉินฺทติ อฏฺฐึ เฉตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ✎ ร่าง
Puttapemaṁ, bhante, chaviṁ chindati, chaviṁ chetvā cammaṁ chindati, cammaṁ chetvā maṁsaṁ chindati, maṁsaṁ chetvā nhāruṁ chindati, nhāruṁ chetvā aṭṭhiṁ chindati, aṭṭhiṁ chetvā aṭṭhimiñjaṁ āhacca tiṭṭhati.
อ้างอิงPTS 1.83
pli-tv-kd1:54.5.3 #
สาธุ ภนฺเต อยฺยา อนนุญฺญาตํ มาตาปิตูหิ ปุตฺตํ น ปพฺพาเชยฺยุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu, bhante, ayyā ananuññātaṁ mātāpitūhi puttaṁ na pabbājeyyun”ti.
pli-tv-kd1:54.6.1 #
อถโข ภควา สุทฺโธทนํ สกฺกํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā suddhodanaṁ sakkaṁ dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
pli-tv-kd1:54.6.2 #
อถโข สุทฺโธทโน สกฺโก ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho suddhodano sakko bhagavatā dhammiyā kathāya sandassito samādapito samuttejito sampahaṁsito uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
pli-tv-kd1:54.6.3 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd1:54.6.4 #
น ภิกฺขเว อนนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ปุตฺโต ปพฺพาเชตพฺโพ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, ananuññāto mātāpitūhi putto pabbājetabbo.
pli-tv-kd1:54.6.5 #
โย ปพฺพาเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo pabbājeyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd1:55.1.1 #
อถโข ภควา กปิลวตฺถุสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน สาวตฺถี เตน จาริกํ ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā kapilavatthusmiṁ yathābhirantaṁ viharitvā yena sāvatthi tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.170 · ฉัฏฐสังคายนา 89.106 · พุทธชยันตี 3.208
pli-tv-kd1:55.1.2 #
อนุปุพฺเพน จาริกํ จริมาโน เยน สาวตฺถี ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena sāvatthi tadavasari.
pli-tv-kd1:55.1.3 #
ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน