‹ กลับ
เรื่องปริพาชกอัญญเดียรถีย์
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 149 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๔๐๕๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๙] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จไป ณ ที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ได้มีพระปริวิตกแห่ง พระทัยเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ไฉนหนอเราพึงอนุญาตสิกขาบทที่เราบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้ เป็นปาติโมกขุเทศของพวกเธอ ปาติโมกขุเทศนั้นจักเป็นอุโบสถกรรมของพวกเธอ. ครั้นเวลา สายัณห์ พระองค์เสด็จออกจากที่เร้นแล้ว ทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไปในที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ณ ตำบลนี้ ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ไฉนหนอเราพึงอนุญาตสิกขาบทที่เราบัญญัติ แล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาติโมกขุเทศของพวกเธอ ปาติโมกขุเทศนั้นจักเป็นอุโบสถกรรม ของพวกเธอ ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล ภิกษุพึงสวดอย่างนี้:- ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำอุโบสถ พึงสวดปาติโมกข์. อะไรเป็นบุพพกิจของสงฆ์? ท่านทั้งหลายพึงบอกความบริสุทธิ์. ข้าพเจ้าจัก สวดปาติโมกข์. พวกเราบรรดาที่มีอยู่ทั้งหมดจงฟัง จงใส่ใจซึ่งปาติโมกข์นั้นให้สำเร็จประโยชน์. ท่านผู้ใดมีอาบัติ ท่านผู้นั้นพึงเปิดเผย เมื่ออาบัติไม่มี พึงนิ่งอยู่. ก็ด้วยความเป็นผู้นิ่งแล ข้าพเจ้าจักทราบท่านทั้งหลายว่าเป็นผู้บริสุทธิ์. การสวดประกาศกว่าจะครบ ๓ จบ ในบริษัทเห็น ปานนี้ย่อมเป็นเหมือนการกล่าวแก้เฉพาะรูป ที่ถูกถามผู้เดียวฉะนั้น. ก็ภิกษุรูปใด เมื่อสวด ประกาศกว่าจะครบ ๓ จบ ระลึกได้ ไม่ยอมเปิดเผยอาบัติที่มีอยู่ สัมปชานมุสาวาทย่อมมีแก่ ภิกษุรูปนั้น. ท่านทั้งหลาย ก็สัมปชานมุสาวาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นธรรมทำอันตราย เพราะฉะนั้น ภิกษุต้องอาบัติแล้วระลึกได้ หวังความบริสุทธิ์ พึงเปิดเผยอาบัติที่มีอยู่. เพราะ เปิดเผยอาบัติแล้ว ความผาสุกย่อมมีแก่เธอ.
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
pli-tv-kd2:3.1.1 #
อถโข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
pli-tv-kd2:3.1.2 #
ยนฺนูนาหํ ยานิ มยา ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺตานิ สิกฺขาปทานิ ตานิ เนสํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชาเนยฺยํ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ yāni mayā bhikkhūnaṁ paññattāni sikkhāpadāni, tāni nesaṁ pātimokkhuddesaṁ anujāneyyaṁ.
pli-tv-kd2:3.1.3 #
โส เนสํ ภวิสฺสติ อุโปสถกมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
So nesaṁ bhavissati uposathakamman”ti.
pli-tv-kd2:3.2.1 #
อถโข ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā sāyanhasamayaṁ paṭisallānā vuṭṭhito etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd2:3.2.2 #
อิธ มยฺหํ ภิกฺขเว รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ยนฺนูนาหํ ยานิ มยา ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺตานิ สิกฺขาปทานิ ตานิ เนสํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชาเนยฺยํ✎ ร่าง
“idha mayhaṁ, bhikkhave, rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi ‘yannūnāhaṁ yāni mayā bhikkhūnaṁ paññattāni sikkhāpadāni, tāni nesaṁ pātimokkhuddesaṁ anujāneyyaṁ.
pli-tv-kd2:3.2.3 #
โส เนสํ ภวิสฺสติ อุโปสถกมฺมนฺติ✎ ร่าง
So nesaṁ bhavissati uposathakamman’ti.
pli-tv-kd2:3.2.4 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, pātimokkhaṁ uddisituṁ.
pli-tv-kd2:3.3.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อุทฺทิสิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, uddisitabbaṁ.
pli-tv-kd2:3.3.2 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd2:3.3.3 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.204 · ฉัฏฐสังคายนา 89.131
pli-tv-kd2:3.3.4 #
ยทิ@เชิงอรรถ: ๑ อิโต ปรํ สีหลโปตฺถกํ ฐเปตฺวา สพฺพโปตฺถเกสุ อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโสติ@ปาลิ ปญฺญายติ ฯ สา ปน ยสฺมา อิธ ทิวโส น ตาว อนุญฺญาโต โหติ ตถา หิ@วกฺขติ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภควตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส อนุญฺญาโตติ เทวสิกํ@ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺตีติอาทึ สเจ อิธ ทิวสํ อนุชาเนยฺย เต ภิกฺขู เทวสิกํ น@อุทฺทิเสยฺยุํ ตสฺมา อิธ น ยุชฺชติ ทิวสสฺส ปน อนุญฺญาตกาลโต ปฏฺฐาย วฏฺฏติ ฯ@อยมฺปน สีหลโปตฺถกํ อนุวตฺติตฺวา โสธิโตติ เวทิตพฺโพ ฯ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho uposathaṁ kareyya, pātimokkhaṁ uddiseyya.
pli-tv-kd2:3.3.5 #
กึ สงฺฆสฺส ปุพฺพกิจฺจํ ฯ✎ ร่าง
Kiṁ saṅghassa pubbakiccaṁ?
pli-tv-kd2:3.3.6 #
ปาริสุทฺธึ อายสฺมนฺโต อาโรเจถ ฯ✎ ร่าง
Pārisuddhiṁ āyasmanto ārocetha.
pli-tv-kd2:3.3.7 #
ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
Pātimokkhaṁ uddisissāmi.
อ้างอิงPTS 1.103
pli-tv-kd2:3.3.8 #
ตํ สพฺเพ ว สนฺตา สาธุกํ สุโณม มนสิกโรม ฯ✎ ร่าง
Taṁ sabbeva santā sādhukaṁ suṇoma manasi karoma.
pli-tv-kd2:3.3.9 #
ยสฺส สิยา อาปตฺติ โส อาวิกเรยฺย✎ ร่าง
Yassa siyā āpatti, so āvikareyya.
pli-tv-kd2:3.3.10 #
อสนฺติยา อาปตฺติยา ตุณฺหีภวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Asantiyā āpattiyā tuṇhī bhavitabbaṁ.
pli-tv-kd2:3.3.11 #
ตุณฺหีภาเวน โข ปนายสฺมนฺเต ปริสุทฺธาติ เวทิสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
Tuṇhībhāvena kho panāyasmante parisuddhāti vedissāmi.
pli-tv-kd2:3.3.12 #
ยถา โข ปน ปจฺเจกปุฏฺฐสฺส เวยฺยากรณํ โหติ เอวเมวํ ๑- เอวรูปาย ปริสาย ยาวตติยํ อนุสฺสาวิตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Yathā kho pana paccekapuṭṭhassa veyyākaraṇaṁ hoti, evamevaṁ evarūpāya parisāya yāvatatiyaṁ anussāvitaṁ hoti.
pli-tv-kd2:3.3.13 #
โย ปน ภิกฺขุ ยาวตติยํ อนุสฺสาวิยมาเน สรมาโน สนฺตึ อาปตฺตึ นาวิกเรยฺย สมฺปชานมุสาวาทสฺส โหติ ฯ✎ ร่าง
Yo pana bhikkhu yāvatatiyaṁ anussāviyamāne saramāno santiṁ āpattiṁ nāvikareyya, sampajānamusāvādassa hoti.
pli-tv-kd2:3.3.14 #
สมฺปชานมุสาวาโท โข ปนายสฺมนฺโต อนฺตรายิโก ธมฺโม วุตฺโต ภควตา✎ ร่าง
Sampajānamusāvādo kho panāyasmanto antarāyiko dhammo vutto bhagavatā.
pli-tv-kd2:3.3.15 #
ตสฺมา สรมาเนน ภิกฺขุนา อาปนฺเนน วิสุทฺธาเปกฺเขน สนฺตี อาปตฺติ อาวิกาตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Tasmā, saramānena bhikkhunā āpannena visuddhāpekkhena santī āpatti āvikātabbā;
pli-tv-kd2:3.3.16 #
อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
āvikatā hissa phāsu hotī’”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน