‹ กลับ
เรื่องปริพาชกอัญญเดียรถีย์
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 150 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๔๐๕๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๐] คำว่า ปาติโมกข์ นี้ เป็นเบื้องต้น เป็นประธาน เป็นประมุขแห่งกุศลธรรม ทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า ปาติโมกข์ คำว่า ท่านทั้งหลาย นี้ เป็นคำกล่าวที่อ่อนหวาน เป็นคำแสดงความเคารพ. คำว่า ท่านทั้งหลาย นี้ เป็นชื่อของถ้อยคำที่ประกอบด้วยความเคารพและประกอบด้วย ความยำเกรง. คำว่า จักสวด คือจักบอก จักแสดง จักทำให้ปรากฏ จักริเริ่ม จักเปิดเผย จักจำแนก จักทำให้ตื้น จักประกาศ. บทว่า นั้น ตรัสเรียกปาติโมกข์. คำว่า ที่มีอยู่ทั้งหมด ความว่า ภิกษุในบริษัทนั้นมีจำนวนเท่าไร เป็นเถระก็ตาม นวกะ ก็ตาม มัชฌิมะก็ตาม เหล่านี้เรียกว่า ที่มีอยู่ทั้งหมด. คำว่า จงฟังให้สำเร็จประโยชน์ ความว่า จงตั้งใจ มนสิการ ประมวลเรื่องทั้งหมด ด้วยใจ. คำว่า จงใส่ใจ ความว่า จงเป็นผู้มีจิตแน่วแน่ มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตไม่ซัดส่าย ตั้งใจฟัง. คำว่า ท่านผู้ใดมีอาบัติ ความว่า ภิกษุเถระก็ตาม นวกะก็ตาม มัชฌิมะก็ตาม มีอาบัติ ๕ กอง ตัวใดตัวหนึ่ง มีอาบัติ ๗ กอง ตัวใดตัวหนึ่ง. คำว่า ท่านผู้นั้นพึงเปิดเผย ความว่า ภิกษุนั้นพึงแสดง พึงเปิดเผย พึงทำให้ตื้น พึงประกาศในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ หรือในบุคคลผู้หนึ่ง. อาบัติชื่อว่า ไม่มี คือ ภิกษุไม่ต้องอาบัติ หรือว่าต้อง แต่ออกแล้ว. คำว่า พึงนิ่งอยู่ คือพึงนิ่ง ไม่ต้องพูด. คำว่า ข้าพเจ้าจักทราบว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ คือจักรู้ จักทรงจำไว้. คำว่า ย่อมเป็นเหมือนการกล่าวแก้ เฉพาะรูปที่ถูกถามผู้เดียว ความว่า พึงรู้ใน บริษัทนั้นว่า ถามเรา ดังนี้ เหมือนภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุอีกรูปหนึ่งถาม พึงแก้ฉะนั้น. บริษัทที่ชื่อว่า เห็นปานนี้ ตรัสเรียกภิกษุบริษัท. คำว่า การสวดประกาศกว่าจะครบ ๓ จบ ความว่า สวดประกาศแม้ครั้งที่หนึ่ง สวด ประกาศแม้ครั้งที่สอง สวดประกาศแม้ครั้งที่สาม. บทว่า ระลึกได้ คือรู้ จำได้. อาบัติที่ชื่อว่า มีอยู่ คือภิกษุต้องอาบัติแล้ว หรือต้องแล้วยังมิได้ออก. คำว่า ไม่ยอมเปิดเผย ความว่า ไม่ยอมแสดง ไม่ยอมเปิดเผย ไม่ยอมทำให้ตื้น ไม่ ยอมประกาศในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ หรือในบุคคลผู้หนึ่ง. คำว่า สัมปชานมุสาวาท ย่อมมีแก่ภิกษุรูปนั้น คือ สัมปชานมุสาวาท เป็นอะไร? เป็นอาบัติทุกกฏ. คำว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นธรรมอันตราย ความว่าเป็นธรรมทำอันตรายแก่ อะไร? เป็นธรรมทำอันตรายแก่การบรรลุปฐมฌาน เป็นธรรมทำอันตรายแก่การบรรลุทุติยฌาน เป็น ธรรมทำอันตรายแก่การบรรลุตติยฌาน เป็นธรรมทำอันตรายแก่การบรรลุจตุตถฌาน เป็นธรรม ทำอันตรายแก่การบรรลุฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ เนกขัมมะ นิสสรณะ ปวิเวก กุศลธรรม. บทว่า เพราะฉะนั้น คือ เพราะเหตุดังนั้น. บทว่า ระลึกได้ คือรู้ จำได้. บทว่า หวังความบริสุทธิ์ คือประสงค์เพื่อออกจากอาบัติ ประสงค์เพื่อความหมดจด. อาบัติที่ชื่อว่า มีอยู่ คือภิกษุต้องอาบัติแล้ว หรือต้องแล้วยังมิได้ออก. คำว่า พึงเปิดเผย ความว่า พึงทำให้แจ้งในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ หรือใน บุคคลผู้หนึ่ง. คำว่า เพราะเปิดเผยอาบัติแล้ว ความผาสุกย่อมมีแก่เธอ ความว่า ความผาสุกมี เพื่ออะไร? ความผาสุกมีเพื่อบรรลุปฐมฌาน ความผาสุกมีเพื่อบรรลุทุติยฌาน ความผาสุกมีเพื่อ บรรลุตติยฌาน ความผาสุกมีเพื่อบรรลุจตุตถฌาน ความผาสุกมีเพื่อบรรลุฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ เนกขัมมะ นิสสรณะ ปวิเวก กุศลธรรม.
เทียบรายประโยค (55 ประโยค)
pli-tv-kd2:3.4.1 #
ปาติโมกฺขนฺติ✎ ร่าง
Pātimokkhanti
อ้างอิงสยามรัฐ 4.207 · ฉัฏฐสังคายนา 89.132 · พุทธชยันตี 3.252
pli-tv-kd2:3.4.2 #
อาทิเมตํ มุขเมตํ ปมุขเมตํ กุสลานํ ธมฺมานํ เตน วุจฺจติ ปาติโมกฺขนฺติ ฯ✎ ร่าง
ādimetaṁ mukhametaṁ pamukhametaṁ kusalānaṁ dhammānaṁ. Tena vuccati pātimokkhanti.
pli-tv-kd2:3.4.3 #
อายสฺมนฺโตติ✎ ร่าง
Āyasmantoti
pli-tv-kd2:3.4.4 #
ปิยวจนเมตํ ครุวจนเมตํ สคารวสปฺปติสฺสาธิวจนเมตํ อายสฺมนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
piyavacanametaṁ garuvacanametaṁ sagāravasappatissādhivacanametaṁ āyasmantoti.
pli-tv-kd2:3.4.5 #
อุทฺทิสิสฺสามีติ✎ ร่าง
Uddisissāmīti
pli-tv-kd2:3.4.6 #
อาจิกฺขิสฺสามิ เทเสสฺสามิ ปญฺญาเปสฺสามิ ปฏฺฐเปสฺสามิ วิวริสฺสามิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เอวเมว ฯ วิภชิสฺสามิ อุตฺตานีกริสฺสามิ ปกาเสสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
ācikkhissāmi desessāmi paññapessāmi paṭṭhapessāmi vivarissāmi vibhajissāmi uttāniṁ karissāmi pakāsessāmi.
pli-tv-kd2:3.4.7 #
ตนฺติ✎ ร่าง
Tanti
pli-tv-kd2:3.4.8 #
ปาติโมกฺขํ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
pātimokkhaṁ vuccati.
pli-tv-kd2:3.4.9 #
สพฺเพ ว สนฺตาติ✎ ร่าง
Sabbeva santāti
pli-tv-kd2:3.4.10 #
ยาวติกา ตสฺสา ปริสาย เถรา จ นวา จ มชฺฌิมา จ เอเต วุจฺจนฺติ สพฺเพ ว สนฺตาติ ฯ✎ ร่าง
yāvatikā tassā parisāya therā ca navā ca majjhimā ca, ete vuccanti sabbeva santāti.
pli-tv-kd2:3.4.11 #
สาธุกํ สุโณมาติ✎ ร่าง
Sādhukaṁ suṇomāti
pli-tv-kd2:3.4.12 #
อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหราม ฯ✎ ร่าง
aṭṭhiṁ katvā manasi katvā sabbacetasā samannāharāma.
pli-tv-kd2:3.4.13 #
มนสิกโรมาติ✎ ร่าง
Manasi karomāti
pli-tv-kd2:3.4.14 #
เอกคฺคจิตฺตา อวิกฺขิตฺตจิตฺตา อวิสาหฏจิตฺตา นิสาเมม ฯ✎ ร่าง
ekaggacittā avikkhittacittā avisāhaṭacittā nisāmema.
pli-tv-kd2:3.5.1 #
ยสฺส สิยา อาปตฺตีติ✎ ร่าง
Yassa siyā āpattīti
pli-tv-kd2:3.5.2 #
เถรสฺส วา นวสฺส วา มชฺฌิมสฺส วา ปญฺจนฺนํ วา อาปตฺติกฺขนฺธานํ อญฺญตรา อาปตฺติ สตฺตนฺนํ วา อาปตฺติกฺขนฺธานํ อญฺญตรา อาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
therassa vā navassa vā majjhimassa vā, pañcannaṁ vā āpattikkhandhānaṁ aññatarā āpatti, sattannaṁ vā āpattikkhandhānaṁ aññatarā āpatti.
pli-tv-kd2:3.5.3 #
โส อาวิกเรยฺยาติ✎ ร่าง
So āvikareyyāti
pli-tv-kd2:3.5.4 #
โส เทเสยฺย โส วิวเรยฺย โส อุตฺตานีกเรยฺย โส ปกาเสยฺย สงฺฆมชฺเฌ วา คณมชฺเฌ วา เอกปุคฺคเล วา ฯ✎ ร่าง
so deseyya, so vivareyya, so uttāniṁ kareyya, so pakāseyya saṅghamajjhe vā gaṇamajjhe vā ekapuggale vā.
pli-tv-kd2:3.5.5 #
อสนฺตี นาม อาปตฺติ✎ ร่าง
Asantī nāma āpatti
pli-tv-kd2:3.5.6 #
อนชฺฌาปนฺโน ๑- วา โหติ อาปชฺชิตฺวา วา วุฏฺฐิโต ๒- ฯ✎ ร่าง
anajjhāpannā vā hoti, āpajjitvā vā vuṭṭhitā.
pli-tv-kd2:3.5.7 #
ตุณฺหีภวิตพฺพนฺติ✎ ร่าง
Tuṇhī bhavitabbanti
pli-tv-kd2:3.5.8 #
อธิวาเสตพฺพํ น พฺยาหริตพฺพํ ๓- ฯ✎ ร่าง
adhivāsetabbaṁ na byāharitabbaṁ.
pli-tv-kd2:3.5.9 #
ปริสุทฺธาติ เวทิสฺสามีติ✎ ร่าง
Parisuddhāti vedissāmīti
pli-tv-kd2:3.5.10 #
ชานิสฺสามิ ธาเรสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
jānissāmi dhāressāmi.
pli-tv-kd2:3.6.1 #
ยถา โข ปน ปจฺเจกปุฏฺฐสฺส เวยฺยากรณํ โหตีติ✎ ร่าง
Yathā kho pana paccekapuṭṭhassa veyyākaraṇaṁ hotīti
pli-tv-kd2:3.6.2 #
ยถา เอเกน เอโก ปุฏฺโฐ พฺยากเรยฺย เอวเมวํ ตสฺสา ปริสาย ชานิตพฺพํ มํ ปุจฺฉตีติ ฯ✎ ร่าง
yathā ekena eko puṭṭho byākareyya, evameva tassā parisāya jānitabbaṁ maṁ pucchatīti.
pli-tv-kd2:3.6.3 #
เอวรูปา นาม @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อนชฺฌาปนฺนา ฯ ๒ อวุฏฺฐิตา ฯ ตพฺพณฺณนายํ ปน อนชฺณาปนฺโน วา@โหติ อาปชฺชิตฺวา วา วุฏฺฐิโตติ เอตฺถ ยํ อาปตฺตึ ภิกฺขุ น อชฺณาปนฺโน วา โหติ@อาปชฺชิตฺวา วา วุฏฺฐิโต อยํ อสนฺตี นาม อาปตฺตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพติ@วุตฺตํ ฯ ๓ ยุ. น วฺยาหาตพฺพํ ฯ ปริสา✎ ร่าง
Evarūpā nāma parisā
pli-tv-kd2:3.6.4 #
ภิกฺขุปริสา วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
bhikkhuparisā vuccati.
pli-tv-kd2:3.6.5 #
ยาวตติยํ อนุสฺสาวิตํ โหตีติ✎ ร่าง
Yāvatatiyaṁ anussāvitaṁ hotīti
pli-tv-kd2:3.6.6 #
สกึปิ อนุสฺสาวิตํ โหติ ทุติยมฺปิ อนุสฺสาวิตํ โหติ ตติยมฺปิ อนุสฺสาวิตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
sakimpi anussāvitaṁ hoti, dutiyampi anussāvitaṁ hoti, tatiyampi anussāvitaṁ hoti.
pli-tv-kd2:3.6.7 #
สรมาโนติ✎ ร่าง
Saramānoti
pli-tv-kd2:3.6.8 #
ชานมาโน สญฺชานมาโน ฯ✎ ร่าง
jānamāno sañjānamāno.
pli-tv-kd2:3.6.9 #
สนฺตี นาม อาปตฺติ✎ ร่าง
Santī nāma āpatti
pli-tv-kd2:3.6.10 #
อชฺฌาปนฺโน ๑- วา โหติ อาปชฺชิตฺวา วา อวุฏฺฐิโต ๒- ฯ✎ ร่าง
ajjhāpannā vā hoti, āpajjitvā vā avuṭṭhitā.
pli-tv-kd2:3.6.11 #
นาวิกเรยฺยาติ✎ ร่าง
Nāvikareyyāti
pli-tv-kd2:3.6.12 #
น เทเสยฺย น วิวเรยฺย น อุตฺตานีกเรยฺย น ปกาเสยฺย สงฺฆมชฺเฌ วา คณมชฺเฌ วา เอกปุคฺคเล วา ฯ✎ ร่าง
na deseyya, na vivareyya, na uttāniṁ kareyya, na pakāseyya saṅghamajjhe vā gaṇamajjhe vā ekapuggale vā.
อ้างอิงPTS 1.104
pli-tv-kd2:3.7.1 #
สมฺปชานมุสาวาทสฺส โหตีติ✎ ร่าง
Sampajānamusāvādassa hotīti
pli-tv-kd2:3.7.2 #
สมฺปชานมุสาวาโท ๓- กึ โหติ ฯ✎ ร่าง
sampajānamusāvāde kiṁ hoti?
pli-tv-kd2:3.7.3 #
ทุกฺกฏํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Dukkaṭaṁ hoti.
pli-tv-kd2:3.7.4 #
อนฺตรายิโก ธมฺโม วุตฺโต ภควตาติ✎ ร่าง
Antarāyiko dhammo vutto bhagavatāti.
pli-tv-kd2:3.7.5 #
กิสฺส อนฺตรายิโก ฯ✎ ร่าง
Kissa antarāyiko?
pli-tv-kd2:3.7.6 #
ปฐมสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อนฺตรายิโก ทุติยสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อนฺตรายิโก ตติยสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อนฺตรายิโก จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อนฺตรายิโก ฌานานํ วิโมกฺขานํ สมาธีนํ สมาปตฺตีนํ เนกฺขมฺมานํ นิสฺสรณานํ ปวิเวกานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อธิคมาย อนฺตรายิโก ฯ✎ ร่าง
Paṭhamassa jhānassa adhigamāya antarāyiko, dutiyassa jhānassa adhigamāya antarāyiko, tatiyassa jhānassa adhigamāya antarāyiko, catutthassa jhānassa adhigamāya antarāyiko, jhānānaṁ vimokkhānaṁ samādhīnaṁ samāpattīnaṁ nekkhammānaṁ nissaraṇānaṁ pavivekānaṁ kusalānaṁ dhammānaṁ adhigamāya antarāyiko.
pli-tv-kd2:3.7.7 #
ตสฺมาติ✎ ร่าง
Tasmāti
pli-tv-kd2:3.7.8 #
ตํการณา ฯ✎ ร่าง
taṅkāraṇā.
pli-tv-kd2:3.7.9 #
สรมาเนนาติ✎ ร่าง
Saramānenāti
pli-tv-kd2:3.7.10 #
ชานมาเนน สญฺชานมาเนน ฯ✎ ร่าง
jānamānena sañjānamānena.
pli-tv-kd2:3.7.11 #
วิสุทฺธาเปกฺเขนาติ✎ ร่าง
Visuddhāpekkhenāti
pli-tv-kd2:3.7.12 #
วุฏฺฐาตุกาเมน วิสุชฺฌิตุกาเมน ฯ✎ ร่าง
vuṭṭhātukāmena visujjhitukāmena.
pli-tv-kd2:3.8.1 #
สนฺตี นาม อาปตฺติ✎ ร่าง
Santī nāma āpatti
pli-tv-kd2:3.8.2 #
อชฺฌาปนฺโน วา โหติ อาปชฺชิตฺวา วา อวุฏฺฐิโต ฯ✎ ร่าง
ajjhāpannā vā hoti, āpajjitvā vā avuṭṭhitā.
pli-tv-kd2:3.8.3 #
อาวิกาตพฺพาติ✎ ร่าง
Āvikātabbāti
pli-tv-kd2:3.8.4 #
อาวิกาตพฺพา สงฺฆมชฺเฌ วา คณมชฺเฌ วา เอกปุคฺคเล วา ฯ✎ ร่าง
āvikātabbā saṅghamajjhe vā gaṇamajjhe vā ekapuggale vā.
pli-tv-kd2:3.8.5 #
อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหตีติ✎ ร่าง
Āvikatā hissa phāsu hotīti
pli-tv-kd2:3.8.6 #
กิสฺส ผาสุ โหติ ฯ✎ ร่าง
kissa phāsu hoti?
pli-tv-kd2:3.8.7 #
ปฐมสฺส ฌานสฺส อธิคมาย ผาสุ โหติ ทุติยสฺส ฌานสฺส อธิคมาย ผาสุ โหติ ตติยสฺส @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อชฺฌาปนฺนา ฯ ๒ อวุฏฺฐิตา ฯ ๓ ม. สมฺปชานมฺสาวาเท ฯ ฌานสฺส อธิคมาย ผาสุ โหติ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อธิคมาย ผาสุ โหติ ฌานานํ วิโมกฺขานํ สมาธีนํ สมาปตฺตีนํ เนกฺขมฺมานํ นิสฺสรณานํ ปวิเวกานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อธิคมาย ผาสุ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamassa jhānassa adhigamāya phāsu hoti, dutiyassa jhānassa adhigamāya phāsu hoti, tatiyassa jhānassa adhigamāya phāsu hoti, catutthassa jhānassa adhigamāya phāsu hoti, jhānānaṁ vimokkhānaṁ samādhīnaṁ samāpattīnaṁ nekkhammānaṁ nissaraṇānaṁ pavivekānaṁ kusalānaṁ dhammānaṁ adhigamāya phāsu hotīti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน