เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสวด
ปาติโมกข์แล้ว จึงสวดปาติโมกข์ทุกวัน. ภิกษุทั้งหลายพากันกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ทุกวัน
รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ.
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสวดปาติโมกข์ในวัน
อุโบสถแล้ว จึงสวดปาติโมกข์ปักษ์ละ ๓ ครั้ง คือ ในวัน ๑๔ ค่ำ วัน ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำ ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ปักษ์ละ ๓ ครั้ง รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ ปักษ์ละ ๑ ครั้ง คือ ในวัน ๑๔ ค่ำ หรือ
วัน ๑๕ ค่ำ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū—
ภควตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส
อนุญฺญาโตติ✎ ร่าง
“bhagavatā pātimokkhuddeso anuññāto”ti—
เทวสิกํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ ฯ✎ ร่าง
devasikaṁ pātimokkhaṁ uddisanti.
ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น ภิกฺขเว เทวสิกํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, devasikaṁ pātimokkhaṁ uddisitabbaṁ.
โย
อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo uddiseyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อุโปสเถ
ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, uposathe pātimokkhaṁ uddisitun”ti.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū—
ภควตา
อุโปสเถ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อนุญฺญาโตติ✎ ร่าง
“bhagavatā uposathe pātimokkhuddeso anuññāto”ti—
ปกฺขสฺส ติกฺขตฺตุํ
ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ จาตุทฺทเส ปณฺณรเส อฏฺฐมิยา จ
ปกฺขสฺส ฯ✎ ร่าง
pakkhassa tikkhattuṁ pātimokkhaṁ uddisanti, cātuddase pannarase aṭṭhamiyā ca pakkhassa.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น ภิกฺขเว ปกฺขสฺส
ติกฺขตฺตุํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, pakkhassa tikkhattuṁ pātimokkhaṁ uddisitabbaṁ.
โย อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo uddiseyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว สกึ ปกฺขสฺส จาตุทฺทเส วา
ปณฺณรเส วา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, sakiṁ pakkhassa cātuddase vā pannarase vā pātimokkhaṁ uddisitun”ti.