‹ กลับ
พระมหากัสสปเถระเดินทางไปทำอุโบสถ
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 162 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๔๓๑๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัสสปะมาจากอันธกวินทวิหาร สู่พระนครราชคฤห์ เพื่อทำอุโบสถ ในระหว่างทางข้ามแม่น้ำ เกือบถูกน้ำพัดไป จีวรของท่านเปียก. ภิกษุ ทั้งหลายได้ถามท่านพระมหากัสสปะว่า อาวุโส เพราะเหตุไร จีวรของท่านจึงเปียก? ท่านตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมมาจากอันธกวินทวิหารสู่พระนครราชคฤห์ เพื่อทำอุโบสถ ณ ที่นี้ ได้ข้าม แม่น้ำ ในระหว่างทาง เกือบถูกน้ำพัดไป เพราะเหตุนั้น จีวรของผมจึงเปียก. ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้วให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์จงสมมติสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติติจีวราวิปปวาสสีมาอย่างนี้. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมานั้น ให้เป็นแดน ไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร. นี้เป็นญัตติ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาส เสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจาก ไตรจีวร. การสมมติสีมานี้ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด. สีมานั้นสงฆ์สมมติให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้น จึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสมมติติจีวราวิปปวาส แล้ว จึงเก็บจีวรไว้ในละแวกบ้าน. จีวรเหล่านั้นหายบ้าง ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกหนูกัดบ้าง. ภิกษุ ทั้งหลายมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมอง. ภิกษุทั้งหลายจึงถามกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย เพราะเหตุไร พวกท่านจึงมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมองเล่า? ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกผมทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการ สมมติติจีวราวิปปวาสแล้ว จึงเก็บจีวรไว้ในละแวกบ้าน ณ ตำบลนี้ จีวรเหล่านั้นหายเสียบ้าง ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกหนูกัดบ้าง เพราะเหตุนั้น พวกผมจึงมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมอง. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้วให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถ เดียวกัน สงฆ์จงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติติจีวราวิปปวาสสีมาอย่างนี้. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาส เสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน. นี้เป็นญัตติ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาส เสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจาก ไตรจีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน. การสมมติสีมานี้ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตร- *จีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด. สีมานั้นสงฆ์สมมติให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้.
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
pli-tv-kd2:12.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา มหากสฺสโป อนฺธกวินฺทา ราชคหํ อุโปสถํ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค นทึ ตรนฺโต มนํ วุโฬฺห อโหสิ จีวรานิสฺส อลฺลานิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā mahākassapo andhakavindā rājagahaṁ uposathaṁ āgacchanto antarāmagge nadiṁ taranto manaṁ vūḷho ahosi, cīvarānissa allāni.
อ้างอิงPTS 1.109 · สยามรัฐ 4.215 · ฉัฏฐสังคายนา 89.137 · พุทธชยันตี 3.264
pli-tv-kd2:12.1.2 #
ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Bhikkhū āyasmantaṁ mahākassapaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd2:12.1.3 #
กิสฺส เต อาวุโส จีวรานิ อลฺลานีติ ฯ✎ ร่าง
“kissa te, āvuso, cīvarāni allānī”ti?
pli-tv-kd2:12.1.4 #
อิธาหํ อาวุโส อนฺธกวินฺทา ราชคหํ อุโปสถํ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค นทึ ตรนฺโต มนมฺหิ ๒- วุโฬฺห✎ ร่าง
“Idhāhaṁ, āvuso, andhakavindā rājagahaṁ uposathaṁ āgacchanto antarāmagge nadiṁ taranto manamhi vūḷho.
pli-tv-kd2:12.1.5 #
เตน เม จีวรานิ อลฺลานีติ ฯ✎ ร่าง
Tena me cīvarāni allānī”ti.
pli-tv-kd2:12.1.6 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:12.1.7 #
ยา สา ภิกฺขเว สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺนตุ ฯ✎ ร่าง
“Yā sā, bhikkhave, saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā, saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammannatu.
pli-tv-kd2:12.2.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbā.
pli-tv-kd2:12.2.2 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd2:12.2.3 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd2:12.2.4 #
ยา สา สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yā sā saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā, yadi saṅghassa pattakallaṁ saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammanneyya.
pli-tv-kd2:12.2.5 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
pli-tv-kd2:12.2.6 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd2:12.2.7 #
ยา สา สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Yā sā saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā, saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammannati.
pli-tv-kd2:12.2.8 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ เอติสฺสา สีมาย ติจีวเรน อวิปฺปวาสสฺส ๑- สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati etissā sīmāya ticīvarena avippavāsāya sammuti, so tuṇhassa;
pli-tv-kd2:12.2.9 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd2:12.2.10 #
สมฺมตา สา สีมา สงฺเฆน ติจีวเรน อวิปฺปวาโส✎ ร่าง
Sammatā sā sīmā saṅghena ticīvarena avippavāsā.
pli-tv-kd2:12.2.11 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
pli-tv-kd2:12.3.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภควตา ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมติ อนุญฺญาตาติ อนฺตรฆเร จีวรานิ ๓- นิกฺขิปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū bhagavatā ticīvarena avippavāsasammuti anuññātāti antaraghare cīvarāni nikkhipanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.216
pli-tv-kd2:12.3.2 #
ตานิ จีวรานิ นสฺสนฺติปิ ทยฺหนฺติปิ อุนฺทุเรหิปิ ขชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tāni cīvarāni nassantipi ḍayhantipi undūrehipi khajjanti.
pli-tv-kd2:12.3.3 #
ภิกฺขู ทุจฺโจลา โหนฺติ ลูขจีวรา ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū duccoḷā honti lūkhacīvarā.
pli-tv-kd2:12.3.4 #
ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Bhikkhū evamāhaṁsu—
pli-tv-kd2:12.3.5 #
กิสฺส ตุเมฺห อาวุโส ทุจฺโจลา ลูขจีวราติ ฯ✎ ร่าง
“kissa tumhe, āvuso, duccoḷā lūkhacīvarā”ti?
pli-tv-kd2:12.3.6 #
อิธ มยํ อาวุโส ภควตา ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมติ อนุญฺญาตาติ อนฺตรฆเร จีวรานิ @เชิงอรรถ: ๑ สพฺพตฺถ ติจีวเรน อวิปฺปวาสายาติ ทิสฺสติ ฯ ๒ สพฺพตฺถ ติจีวเรน อวิปฺปวาสาติ@ทิสฺสติ ฯ วิกติกมฺมเมตํ น วิเสสนํ ตสฺมา ติจีวเรน อวิปฺปวาสสฺสาติ จ ติจีวเรน@อวิปฺปวาโสติ จ ยุตฺตตรํ สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม วิหาโร อุโปสถาคารนฺติ เหตฺถ@นิทสฺสนํ ฯ ๓ ติจีวรานีติปิ ปาโฐ ฯ นิกฺขิปิมฺหา✎ ร่าง
“Idha mayaṁ, āvuso, bhagavatā ticīvarena avippavāsasammuti anuññātāti antaraghare cīvarāni nikkhipimhā.
pli-tv-kd2:12.3.7 #
ตานิ จีวรานิ นฏฺฐานิปิ ทฑฺฒานิปิ อุนฺทุเรหิปิ ขายิตานิ เตน มยํ ทุจฺโจลา ลูขจีวราติ ฯ✎ ร่าง
Tāni cīvarāni naṭṭhānipi daḍḍhānipi, undūrehipi khāyitāni, tena mayaṁ duccoḷā lūkhacīvarā”ti.
pli-tv-kd2:12.3.8 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:12.3.9 #
ยา สา ภิกฺขเว สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺนตุ ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฯ✎ ร่าง
“Yā sā, bhikkhave, saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā, saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammannatu, ṭhapetvā gāmañca gāmūpacārañca.
pli-tv-kd2:12.4.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbā.
pli-tv-kd2:12.4.2 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd2:12.4.3 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.138 · พุทธชยันตี 3.266
pli-tv-kd2:12.4.4 #
ยา สา สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺเนยฺย ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฯ✎ ร่าง
Yā sā saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammanneyya, ṭhapetvā gāmañca gāmūpacārañca.
อ้างอิงPTS 1.110
pli-tv-kd2:12.4.5 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
pli-tv-kd2:12.4.6 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
pli-tv-kd2:12.4.7 #
ยา สา สงฺเฆน สีมา สมฺมตา สมานสํวาสา เอกุโปสถา สงฺโฆ ตํ สีมํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสํ สมฺมนฺนติ ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฯ✎ ร่าง
Yā sā saṅghena sīmā sammatā samānasaṁvāsā ekuposathā, saṅgho taṁ sīmaṁ ticīvarena avippavāsaṁ sammannati, ṭhapetvā gāmañca gāmūpacārañca.
pli-tv-kd2:12.4.8 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ เอติสฺสา สีมาย ติจีวเรน อวิปฺปวาสสฺส สมฺมติ ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati etissā sīmāya ticīvarena avippavāsāya sammuti, ṭhapetvā gāmañca gāmūpacārañca, so tuṇhassa;
pli-tv-kd2:12.4.9 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd2:12.4.10 #
สมฺมตา สา สีมา สงฺเฆน ๑- ติจีวเรน อวิปฺปวาโส ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ ฯ✎ ร่าง
Sammatā sā sīmā saṅghena ticīvarena avippavāsā, ṭhapetvā gāmañca gāmūpacārañca.
pli-tv-kd2:12.4.11 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
pli-tv-kd2:12.5.0 #
8. Sīmāsamūhanana
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน