‹ กลับ
วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 185 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๔๘๗๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุต้องทำอุโบสถ ดังนี้ ก็พวกเรามีอยู่เพียง ๔ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวด ปาติโมกข์. สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จึงภิกษุเหล่านั้น ได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ก็พวกเรามีอยู่ เพียง ๓ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถ อย่างนี้. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านทั้งหลายเจ้าข้า ขอจงฟังข้าพเจ้า อุโบสถวันนี้ที่ ๑๕ ถ้าความพร้อมพรั่งของ ท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว เราทั้งหลายพึงทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันเถิด. ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้วบอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จึงภิกษุเหล่านั้น ได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูปสวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน ก็พวกเรามีเพียง ๒ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถอย่างนี้:- ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้นวกะอย่างนี้ว่า:- ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้เถระอย่างนี้ว่า:- ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่รูปเดียว จึงภิกษุนั้นได้มีความ ปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิ- *อุโบสถแก่กัน ให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ ก็เรามีอยู่เพียงรูปเดียว จะพึงทำอุโบสถ อย่างไรหนอ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุในศาสนานี้อยู่รูปเดียว. ภิกษุนั้นพึงกวาดสถานที่เป็นที่ไปมาแห่งภิกษุทั้งหลาย คือจะเป็นโรงฉัน มณฑป หรือโคนต้นไม้ ก็ตาม แล้วตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ แล้วนั่งรออยู่. ถ้ามีภิกษุเหล่าอื่นมา พึงทำอุโบสถร่วมกับพวกเธอ ถ้าไม่มีมา พึงอธิษฐานว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถของเรา ถ้าไม่ อธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้ว ๓ รูปสวดปาติโมกข์ไม่ได้ ถ้าขืนสวด ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้ว ๒ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถไม่ได้ ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้วอีกรูปหนึ่งอธิษฐานไม่ได้ ถ้าขืนอธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ.
เทียบรายประโยค (70 ประโยค)
pli-tv-kd2:26.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarasmiṁ āvāse tadahuposathe cattāro bhikkhū viharanti.
อ้างอิงPTS 1.124 · พุทธชยันตี 3.298
pli-tv-kd2:26.1.2 #
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd2:26.1.3 #
ภควตา ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“bhagavatā paññattaṁ—
pli-tv-kd2:26.1.4 #
อุโปสโถ กาตพฺโพติ มยญฺจมฺห ๑- จตฺตาโร ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
‘uposatho kātabbo’ti, mayañcamhā cattāro janā, kathaṁ nu kho amhehi uposatho kātabbo”ti?
pli-tv-kd2:26.1.5 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:26.1.6 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, catunnaṁ pātimokkhaṁ uddisitun”ti.
pli-tv-kd2:26.2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarasmiṁ āvāse tadahuposathe tayo bhikkhū viharanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.243
pli-tv-kd2:26.2.2 #
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd2:26.2.3 #
ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ มยญฺจมฺห ๑-@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มยญฺจมฺหา ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ ตโย ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
“bhagavatā anuññātaṁ catunnaṁ pātimokkhaṁ uddisituṁ, mayañcamhā tayo janā, kathaṁ nu kho amhehi uposatho kātabbo”ti?
pli-tv-kd2:26.2.4 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:26.2.5 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ๑- ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, tiṇṇaṁ pārisuddhiuposathaṁ kātuṁ.
pli-tv-kd2:26.3.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, kātabbo.
pli-tv-kd2:26.3.2 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena te bhikkhū ñāpetabbā—
pli-tv-kd2:26.3.3 #
สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา✎ ร่าง
‘Suṇantu me āyasmantā.
pli-tv-kd2:26.3.4 #
อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส✎ ร่าง
Ajjuposatho pannaraso.
pli-tv-kd2:26.3.5 #
ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ มยํ อญฺญมญฺญํ ๑- ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Yadāyasmantānaṁ pattakallaṁ, mayaṁ aññamaññaṁ pārisuddhiuposathaṁ kareyyāmā’ti.
pli-tv-kd2:26.3.6 #
เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา✎ ร่าง
Therena bhikkhunā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā te bhikkhū evamassu vacanīyā—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.156
pli-tv-kd2:26.3.7 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
‘parisuddho ahaṁ, āvuso;
pli-tv-kd2:26.3.8 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.3.9 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, āvuso;
pli-tv-kd2:26.3.10 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.3.11 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, āvuso;
pli-tv-kd2:26.3.12 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārethā’ti.
pli-tv-kd2:26.4.1 #
นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา✎ ร่าง
Navakena bhikkhunā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā te bhikkhū evamassu vacanīyā—
pli-tv-kd2:26.4.2 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
‘parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.4.3 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.4.4 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.4.5 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.4.6 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.4.7 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārethā’”ti.
pli-tv-kd2:26.5.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarasmiṁ āvāse tadahuposathe dve bhikkhū viharanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.244
pli-tv-kd2:26.5.2 #
อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tesaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd2:26.5.3 #
ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ๑- ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ✎ ร่าง
“bhagavatā anuññātaṁ catunnaṁ pātimokkhaṁ uddisituṁ, tiṇṇannaṁ pārisuddhiuposathaṁ kātuṁ.
pli-tv-kd2:26.5.4 #
มยญฺจมฺห เทฺว ชนา✎ ร่าง
Mayañcamhā dve janā.
pli-tv-kd2:26.5.5 #
กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho amhehi uposatho kātabbo”ti?
pli-tv-kd2:26.5.6 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:26.5.7 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ กาตุํ ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, dvinnaṁ pārisuddhiuposathaṁ kātuṁ.
pli-tv-kd2:26.6.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, kātabbo.
pli-tv-kd2:26.6.2 #
เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา นโว ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Therena bhikkhunā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā navo bhikkhu evamassa vacanīyo—
pli-tv-kd2:26.6.3 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
‘parisuddho ahaṁ, āvuso;
pli-tv-kd2:26.6.4 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārehi.
pli-tv-kd2:26.6.5 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, āvuso;
อ้างอิงPTS 1.125
pli-tv-kd2:26.6.6 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārehi.
pli-tv-kd2:26.6.7 #
ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, āvuso;
pli-tv-kd2:26.6.8 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหีติ ฯ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārehī’ti.
pli-tv-kd2:26.7.1 #
นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เถโร ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Navakena bhikkhunā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā thero bhikkhu evamassa vacanīyo—
pli-tv-kd2:26.7.2 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
‘parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.7.3 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.7.4 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.7.5 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhāretha.
pli-tv-kd2:26.7.6 #
ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต✎ ร่าง
Parisuddho ahaṁ, bhante;
pli-tv-kd2:26.7.7 #
ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ✎ ร่าง
parisuddhoti maṁ dhārethā’”ti.
pli-tv-kd2:26.8.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarasmiṁ āvāse tadahuposathe eko bhikkhu viharati.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.245 · ฉัฏฐสังคายนา 89.157 · พุทธชยันตี 3.300
pli-tv-kd2:26.8.2 #
อถโข ตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tassa bhikkhuno etadahosi—
pli-tv-kd2:26.8.3 #
ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ✎ ร่าง
“bhagavatā anuññātaṁ catunnaṁ pātimokkhaṁ uddisituṁ, tiṇṇannaṁ pārisuddhiuposathaṁ kātuṁ, dvinnaṁ pārisuddhiuposathaṁ kātuṁ.
pli-tv-kd2:26.8.4 #
อหญฺจมฺหิ เอกโก✎ ร่าง
Ahañcamhi ekako.
pli-tv-kd2:26.8.5 #
กถํ นุ โข มยา อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho mayā uposatho kātabbo”ti?
pli-tv-kd2:26.8.6 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd2:26.9.1 #
อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ✎ ร่าง
“Idha pana, bhikkhave, aññatarasmiṁ āvāse tadahuposathe eko bhikkhu viharati.
pli-tv-kd2:26.9.2 #
เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ยตฺถ ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ อุปฏฺฐานสาลาย วา มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วา โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวา ๑- ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตฺวา @เชิงอรรถ: ๑ โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวาติ ตํ เทสํ สมฺมชฺชิตฺวา ฯ อุปโยคตฺเถ ปจฺจตฺตนฺติ@ตพฺพณฺณนา ฯ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปทีปํ กตฺวา นิสีทิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Tena, bhikkhave, bhikkhunā yattha bhikkhū paṭikkamanti upaṭṭhānasālāya vā, maṇḍape vā, rukkhamūle vā, so deso sammajjitvā pānīyaṁ paribhojanīyaṁ upaṭṭhāpetvā āsanaṁ paññapetvā padīpaṁ katvā nisīditabbaṁ.
pli-tv-kd2:26.9.3 #
สเจ อญฺเญ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ เตหิ สทฺธึ อุโปสโถ กาตพฺโพ✎ ร่าง
Sace aññe bhikkhū āgacchanti, tehi saddhiṁ uposatho kātabbo.
pli-tv-kd2:26.9.4 #
โน เจ อาคจฺฉนฺติ อชฺช เม อุโปสโถติ อธิฏฺฐาตพฺโพ✎ ร่าง
No ce āgacchanti, ajja me uposathoti adhiṭṭhātabbo.
pli-tv-kd2:26.9.5 #
โน เจ อธิฏฺฐเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
No ce adhiṭṭhaheyya, āpatti dukkaṭassa.
pli-tv-kd2:26.10.1 #
ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ตีหิ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, yattha cattāro bhikkhū viharanti, na ekassa pārisuddhiṁ āharitvā tīhi pātimokkhaṁ uddisitabbaṁ.
pli-tv-kd2:26.10.2 #
อุทฺทิเสยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Uddiseyyuñce, āpatti dukkaṭassa.
pli-tv-kd2:26.10.3 #
ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ทฺวีหิ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, yattha tayo bhikkhū viharanti, na ekassa pārisuddhiṁ āharitvā dvīhi pārisuddhiuposatho kātabbo.
pli-tv-kd2:26.10.4 #
กเรยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Kareyyuñce, āpatti dukkaṭassa.
pli-tv-kd2:26.10.5 #
ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา เอเกน อธิฏฺฐาตพฺโพ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, yattha dve bhikkhū viharanti, na ekassa pārisuddhiṁ āharitvā ekena adhiṭṭhātabbo.
pli-tv-kd2:26.10.6 #
อธิฏฺฐเหยฺย เจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Adhiṭṭhaheyya ce, āpatti dukkaṭassā”ti.
pli-tv-kd2:27.1.0 #
25. Āpattipaṭikammavidhi
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน