‹ กลับ
เรื่องภิกษุหลายรูป
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 225 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๖๒๘๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๕] ก็การที่ภิกษุทั้งหลายออกพรรษาแล้ว เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค นั่นเป็นประเพณี. ครั้นภิกษุเหล่านั้นจำพรรษาโดยล่วงไตรมาศแล้วเก็บงำเสนาสนะถือบาตรจีวร หลีกไปโดยมรรคา อันจะไปสู่พระนครสาวัตถี ถึงพระนครสาวัตถีและพระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี โดยลำดับแล้ว เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. อนึ่ง การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระอาคันตุกะทั้งหลาย นั่นเป็นพุทธประเพณี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ร่างกายของ พวกเธอยังพอทนได้หรือ ยังพอให้เป็นไปได้หรือ พวกเธอเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต หรือ? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ยังพอทนได้ พระพุทธเจ้าข้า ยังพอให้เป็นไปได้ พระพุทธเจ้าข้า อนึ่ง พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษา เป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า. พระตถาคตทั้งหลาย ทรงทราบอยู่ ย่อมตรัสถามก็มี ทรงทราบอยู่ ย่อมไม่ตรัสถามก็มี ทรงทราบกาลแล้วตรัสถาม ทรงทราบกาลแล้วไม่ตรัสถาม พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมตรัสถามสิ่งที่ ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ตรัสถามสิ่งที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ในสิ่งที่ไม่ประกอบด้วย ประโยชน์ พระองค์ทรงกำจัดด้วยข้อปฏิบัติ. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมทรงสอบถาม ภิกษุทั้งหลายด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ จักทรงแสดงธรรมอย่างหนึ่ง จักทรงบัญญัติสิกขาบทแก่ พระสาวกทั้งหลายอย่างหนึ่ง. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเป็นผู้ พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต ด้วยวิธีการอย่างไร? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระพุทธเจ้า บรรดาที่นั่งเฝ้า ณ ที่นี้ เป็นภิกษุซึ่งเคยเห็นคบหากันมา จำนวนมากด้วยกัน ได้จำพรรษาอยู่ในอาวาสแห่งหนึ่ง ใน โกศลชนบท พวกข้าพระพุทธเจ้าเหล่านั้นได้ปรึกษากันว่า ด้วยวิธีอย่างไรหนอ พวกเราจึงจะ พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และจะไม่ต้องลำบากด้วย บิณฑบาต พวกข้าพระพุทธเจ้านั้นได้ปรึกษากันต่อไปว่า หากพวกเราจะไม่พึงทักทาย จะไม่พึง ปราศรัยซึ่งกันและกัน รูปใดบิณฑบาตกลับจากบ้านก่อน รูปนั้นพึงปูอาสนะ จัดหาน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้าไว้ ล้างภาชนะสำหรับถ่ายบิณฑบาต เตรียมตั้งไว้ จัดตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ไว้ รูปใดบิณฑบาตกลับจากบ้านทีหลัง หากอาหารที่รูปก่อนฉันแล้วยังมีเหลือ ถ้าต้องการ พึงฉัน ถ้าไม่ต้องการ ก็พึงเททิ้งเสียในสถานอันปราศจากของเขียวสด หรือเทล้างเสียในน้ำ ที่ปราศจากตัวสัตว์ รูปนั้นพึงรื้ออาสนะ เก็บน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ล้างภาชนะ สำหรับถ่ายบิณฑบาตเก็บไว้ เก็บน้ำฉันน้ำใช้ กวาดหอฉัน รูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หม้อน้ำชำระว่างเปล่า รูปนั้นพึงจัดหาไว้ หากภิกษุนั้นไม่สามารถ พึงกวักมือเรียกเพื่อนมา ช่วยเหลือกัน แต่ไม่พึงเปล่งวาจาเพราะเหตุนั้นเลย ด้วยวิธีอย่างนี้แล พวกเราจึงจะพร้อมเพรียง กัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และจะไม่ต้องลำบากด้วยบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า ครั้นแล้วพวกข้าพระพุทธเจ้าจึงไม่ทักทาย ไม่ปราศรัยต่อกันและกัน ภิกษุรูปใด บิณฑบาตกลับจากบ้านก่อน ภิกษุรูปนั้นย่อมปูอาสนะไว้ จัดหาน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้อง เช็ดเท้าไว้ ล้างภาชนะสำหรับถ่ายบิณฑบาต เตรียมตั้งไว้ จัดตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ไว้ ภิกษุรูปใด บิณฑบาตกลับจากบ้านทีหลัง หากอาหารที่รูปก่อนฉันแล้วยังมีเหลือ ถ้าต้องการก็ฉัน ถ้าไม่ ต้องการ ก็เททิ้งเสียในสถานอันปราศจากของเขียวสด หรือเทล้างเสียในน้ำอันปราศจากตัวสัตว์ ภิกษุรูปนั้นย่อมรื้ออาสนะ เก็บน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ล้างภาชนะสำหรับ ถ่ายบิณฑบาตเก็บไว้ เก็บน้ำฉันน้ำใช้ กวาดหอฉัน ภิกษุรูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำชำระว่างเปล่า ภิกษุรูปนั้นก็จัดหาไว้ หากภิกษุรูปนั้นไม่สามารถก็กวักมือเรียกเพื่อน มาช่วยเหลือกัน แต่ไม่พึงเปล่งวาจาเพราะเหตุนั้นเลย ด้วยวิธีอย่างนี้แล พวกข้าพุทธเจ้าจึงเป็น ผู้พร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน อยู่จำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ต้องลำบากด้วย บิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า.
เทียบรายประโยค (33 ประโยค)
pli-tv-kd4:1.8.1 #
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ วสฺสํ วุตฺถานํ ภิกฺขูนํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ vassaṁvuṭṭhānaṁ bhikkhūnaṁ bhagavantaṁ dassanāya upasaṅkamituṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.311 · พุทธชยันตี 3.396
pli-tv-kd4:1.8.2 #
อถโข เต ภิกฺขู วสฺสํ วุตฺถา เตมาสจฺจเยน เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน สาวตฺถี เตน ปกฺกมึสุ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū vassaṁvuṭṭhā temāsaccayena senāsanaṁ saṁsāmetvā pattacīvaramādāya yena sāvatthi tena pakkamiṁsu.
pli-tv-kd4:1.8.3 #
อนุปุพฺเพน เยน สาวตฺถี เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena yena sāvatthi jetavanaṁ anāthapiṇḍikassa ārāmo yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd4:1.8.4 #
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ ฯ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ āgantukehi bhikkhūhi saddhiṁ paṭisammodituṁ.
pli-tv-kd4:1.9.1 #
อถโข ภควา เต ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā te bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd4:1.9.2 #
กจฺจิ ภิกฺขเว ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ✎ ร่าง
“kacci, bhikkhave, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ,
pli-tv-kd4:1.9.3 #
กจฺจิ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิตฺถ น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
kacci samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasittha, na ca piṇḍakena kilamitthā”ti?
pli-tv-kd4:1.9.4 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā.
pli-tv-kd4:1.9.5 #
สมคฺคา จ มยํ ภนฺเต สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิมฺหา น จ ปิณฺฑเกน กิลมิมฺหาติ ฯ✎ ร่าง
Samaggā ca mayaṁ, bhante, sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasimhā, na ca piṇḍakena kilamimhā”ti.
pli-tv-kd4:1.10.1 #
ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ ชานนฺตาปิ น ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Jānantāpi tathāgatā pucchanti, jānantāpi na pucchanti.
pli-tv-kd4:1.10.2 #
กาลํ วิทิตฺวา ปุจฺฉนฺติ กาลํ วิทิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Kālaṁ viditvā pucchanti, kālaṁ viditvā na pucchanti.
pli-tv-kd4:1.10.3 #
อตฺถสญฺหิตํ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ โน อนตฺถสญฺหิตํ✎ ร่าง
Atthasaṁhitaṁ tathāgatā pucchanti, no anatthasaṁhitaṁ.
pli-tv-kd4:1.10.4 #
อนตฺถสญฺหิเต เสตุฆาโต ตถาคตานํ ฯ✎ ร่าง
Anatthasaṁhite setughāto tathāgatānaṁ.
pli-tv-kd4:1.10.5 #
ทฺวีหากาเรหิ พุทฺธา ภควนฺโต ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉนฺติ ธมฺมํ วา เทเสสฺสาม สาวกานํ วา สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Dvīhākārehi buddhā bhagavanto bhikkhū paṭipucchanti— “dhammaṁ vā desessāma, sāvakānaṁ vā sikkhāpadaṁ paññapessāmā”ti.
pli-tv-kd4:1.10.6 #
อถโข ภควา เต ภิกฺขู เอตทโวจ ยถากถํ ปน ตุเมฺห ภิกฺขเว สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิตฺถ น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā te bhikkhū etadavoca— “yathākathaṁ pana tumhe, bhikkhave, samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasittha, na ca piṇḍakena kilamitthā”ti.
pli-tv-kd4:1.11.1 #
อิธ มยํ ภนฺเต สมฺพหุลา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเทสุ อญฺญตรสฺมึ อาวาเส วสฺสํ อุปคจฺฉิมฺหา✎ ร่าง
“Idha mayaṁ, bhante, sambahulā sandiṭṭhā sambhattā bhikkhū kosalesu janapade aññatarasmiṁ āvāse vassaṁ upagacchimhā.
อ้างอิงPTS 1.159 · สยามรัฐ 4.312 · ฉัฏฐสังคายนา 89.211 · พุทธชยันตี 3.398
pli-tv-kd4:1.11.2 #
เตสํ โน ภนฺเต อมฺหากํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tesaṁ no, bhante, amhākaṁ etadahosi—
pli-tv-kd4:1.11.3 #
เกน นุ โข มยํ อุปาเยน สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม น จ ปิณฺฑเกน กิลเมยฺยามาติ✎ ร่าง
‘kena nu kho mayaṁ upāyena samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vaseyyāma, na ca piṇḍakena kilameyyāmā’ti.
pli-tv-kd4:1.11.4 #
เตสํ โน ภนฺเต อมฺหากํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tesaṁ no, bhante, amhākaṁ etadahosi—
pli-tv-kd4:1.11.5 #
สเจ โข มยํ อญฺญมญฺญํ เนว อาลเปยฺยาม น สลฺลเปยฺยาม✎ ร่าง
‘sace kho mayaṁ aññamaññaṁ neva ālapeyyāma na sallapeyyāma—
pli-tv-kd4:1.11.6 #
โย ปฐมํ คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกเมยฺย โส อาสนํ ปญฺญาเปยฺย ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิเปยฺย อวกฺการปาตึ โธวิตฺวา อุปฏฺฐาเปยฺย ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปยฺย✎ ร่าง
yo paṭhamaṁ gāmato piṇḍāya paṭikkameyya so āsanaṁ paññapeyya, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipeyya, avakkārapātiṁ dhovitvā upaṭṭhāpeyya, pānīyaṁ paribhojanīyaṁ upaṭṭhāpeyya;
pli-tv-kd4:1.11.7 #
โย ปจฺฉา คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกเมยฺย สจสฺส ภุตฺตาวเสโส สเจ อากงฺเขยฺย ภุญฺเชยฺย โน เจ อากงฺเขยฺย อปหริเต วา ฉฑฺเฑยฺย อปฺปาณเก วา อุทเก โอปิลาเปยฺย✎ ร่าง
yo pacchā gāmato piṇḍāya paṭikkameyya, sacassa bhuttāvaseso, sace ākaṅkheyya bhuñjeyya, no ce ākaṅkheyya appaharite vā chaḍḍeyya, appāṇake vā udake opilāpeyya;
pli-tv-kd4:1.11.8 #
โส อาสนํ อุทฺธเรยฺย ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ ปฏิสาเมยฺย อวกฺการปาตึ โธวิตฺวา ปฏิสาเมยฺย ปานียํ ปริโภชนียํ ปฏิสาเมยฺย ภตฺตคฺคํ สมฺมชฺเชยฺย✎ ร่าง
so āsanaṁ uddhareyya, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ paṭisāmeyya, avakkārapātiṁ dhovitvā paṭisāmeyya, pānīyaṁ paribhojanīyaṁ paṭisāmeyya, bhattaggaṁ sammajjeyya;
pli-tv-kd4:1.11.9 #
โย ปสฺเสยฺย ปานียฆฏํ วา ปริโภชนียฆฏํ วา วจฺจฆฏํ วา ริตฺตํ ตุจฺฉํ โส อุปฏฺฐาเปยฺย✎ ร่าง
yo passeyya pānīyaghaṭaṁ vā paribhojanīyaghaṭaṁ vā vaccaghaṭaṁ vā rittaṁ tucchaṁ so upaṭṭhāpeyya;
pli-tv-kd4:1.11.10 #
สจสฺส โหติ อวิสยฺหํ หตฺถวิกาเรน ทุติยํ อามนฺเตตฺวา หตฺถวิลงฺฆเกน อุปฏฺฐาเปยฺย✎ ร่าง
sacassa hoti avisayhaṁ, hatthavikārena dutiyaṁ āmantetvā hatthavilaṅghakena upaṭṭhāpeyya;
pli-tv-kd4:1.11.11 #
น เตฺวว ตปฺปจฺจยา วาจํ ภินฺเทยฺย✎ ร่าง
na tveva tappaccayā vācaṁ bhindeyya—
pli-tv-kd4:1.11.12 #
เอวํ โข มยํ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วเสยฺยาม น จ ปิณฺฑเกน กิลเมยฺยามาติ✎ ร่าง
evaṁ kho mayaṁ samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vaseyyāma, na ca piṇḍakena kilameyyāmā’ti.
pli-tv-kd4:1.11.13 #
อถโข มยํ ภนฺเต อญฺญมญฺญํ เนว อาลปิมฺหา น สลฺลปิมฺหา✎ ร่าง
Atha kho mayaṁ, bhante, aññamaññaṁ neva ālapimhā na sallapimhā.
pli-tv-kd4:1.11.14 #
โย ปฐมํ คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมติ โส อาสนํ ปญฺญาเปติ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปติ อวกฺการปาตึ โธวิตฺวา อุปฏฺฐาเปติ ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปติ✎ ร่าง
Yo paṭhamaṁ gāmato piṇḍāya paṭikkamati so āsanaṁ paññapeti, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipati, avakkārapātiṁ dhovitvā upaṭṭhāpeti, pānīyaṁ paribhojanīyaṁ upaṭṭhāpeti.
pli-tv-kd4:1.11.15 #
โย ปจฺฉา คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมติ สเจ โหติ ภุตฺตาวเสโส สเจ อากงฺขติ ภุญฺชติ โน เจ อากงฺขติ อปหริเต วา ฉฑฺเฑติ อปฺปาณเก วา อุทเก โอปิลาเปติ โส อาสนํ อุทฺธรติ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ ปฏิสาเมติ อวกฺการปาตึ โธวิตฺวา ปฏิสาเมติ ปานียํ ปริโภชนียํ ปฏิสาเมติ ภตฺตคฺคํ สมฺมชฺชติ✎ ร่าง
Yo pacchā gāmato piṇḍāya paṭikkamati, sace hoti bhuttāvaseso, sace ākaṅkhati bhuñjati, no ce ākaṅkhati appaharite vā chaḍḍeti, appāṇake vā udake opilāpeti, so āsanaṁ uddharati, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ paṭisāmeti, avakkārapātiṁ dhovitvā paṭisāmeti, pānīyaṁ paribhojanīyaṁ paṭisāmeti, bhattaggaṁ sammajjati.
pli-tv-kd4:1.11.16 #
โย ปสฺสติ ปานียฆฏํ วา ปริโภชนียฆฏํ วา วจฺจฆฏํ วา ริตฺตํ ตุจฺฉํ โส อุปฏฺฐาเปติ✎ ร่าง
Yo passati pānīyaghaṭaṁ vā paribhojanīyaghaṭaṁ vā vaccaghaṭaṁ vā rittaṁ tucchaṁ so upaṭṭhāpeti.
pli-tv-kd4:1.11.17 #
สจสฺส โหติ อวิสยฺหํ หตฺถวิกาเรน ทุติยํ อามนฺเตตฺวา หตฺถวิลงฺฆเกน อุปฏฺฐาเปติ น เตฺวว ตปฺปจฺจยา วาจํ ภินฺทติ✎ ร่าง
Sacassa hoti avisayhaṁ, hatthavikārena dutiyaṁ āmantetvā hatthavilaṅghakena upaṭṭhāpeti, na tveva tappaccayā vācaṁ bhindati.
pli-tv-kd4:1.11.18 #
เอวํ โข มยํ ภนฺเต สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิมฺหา น จ ปิณฺฑเกน กิลมิมฺหาติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho mayaṁ, bhante, samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasimhā, na ca piṇḍakena kilamimhā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน