‹ กลับ
เรื่องยสกุลบุตร
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 27 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๕๗๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๗] ครั้นรุ่งเช้า มารดาของยสกุลบุตรขึ้นไปยังปราสาท ไม่เห็นยสกุลบุตร จึงเข้า ไปหาเศรษฐีผู้คหบดี แล้วได้ถามว่า ท่านคหบดีเจ้าข้า พ่อยสกุลบุตรของท่านหายไปไหน? ฝ่าย เศรษฐีผู้คหบดีส่งทูตขี่ม้าไปตามหาทั้ง ๔ ทิศแล้ว ส่วนตัวเองไปหาทางป่าอิสิปตนมฤคทายวัน. ได้พบรองเท้าทองวางอยู่ ครั้นแล้วจึงตามไปสู่ที่นั้น. พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็น เศรษฐีผู้คหบดีมาแต่ไกล. ครั้นแล้วทรงพระดำริว่า ไฉนหนอ เราพึงบันดาลอิทธาภิสังขารให้ เศรษฐีคหบดีนั่งอยู่ ณ ที่นี้ ไม่เห็นยสกุลบุตรผู้นั่งอยู่ ณ ที่นี้ แล้วทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร ดังพระพุทธดำริ. ครั้งนั้น เศรษฐีผู้คหบดีได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลถามว่า พระผู้มีพระภาค ทรงเห็นยสกุลบุตรบ้างไหม พระพุทธเจ้าข้า? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรคหบดี ถ้าอย่างนั้น เชิญนั่ง บางทีท่านนั่งอยู่ ณ ที่นี้ จะพึงได้เห็นยสกุลบุตรผู้นั่งอยู่ ณ ที่นี้. ครั้งนั้น เศรษฐีผู้คหบดีร่าเริงบันเทิงใจว่า ได้ยินว่า เรานั่งอยู่ ณ ที่นี้แหละ จักเห็น ยสกุลบุตรผู้นั่งอยู่ ณ ที่นี้ จึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. เมื่อ เศรษฐีผู้คหบดีนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงอนุปุพพิกถา คือ ทรงประกาศ ทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย และ อานิสงส์ในความออกจากกาม. เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า เศรษฐีผู้คหบดี มีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนา ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค. ดวงตา เห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทินว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้น ทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่เศรษฐีผู้คหบดี ณ ที่นั่งนั้นแล ดุจผ้าที่สะอาดปราศจาก มลทิน ควรได้รับน้ำย้อม ฉะนั้น. ครั้นเศรษฐีผู้คหบดี ได้เห็นธรรมแล้ว ได้บรรลุธรรมแล้ว ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากถ้อยคำแสดงความสงสัย ถึงความเป็น ผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ภาษิตของพระองค์ไพเราะนัก พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของ ที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ข้าพระพุทธเจ้านี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอพระองค์ จงทรงจำข้าพระพุทธเจ้าว่า เป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป. ก็เศรษฐีผู้คหบดีนั้น ได้เป็นอุบาสกกล่าวอ้างพระรัตนตรัย เป็นคนแรกในโลก.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
pli-tv-kd1:7.7.1 #
อถโข ยสสฺส กุลปุตฺตสฺส มาตา ปาสาทํ อภิรูหิตฺวา ยสํ กุลปุตฺตํ อปสฺสนฺตี เยน เสฏฺฐี คหปติ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐึ คหปตึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho yasassa kulaputtassa mātā pāsādaṁ abhiruhitvā yasaṁ kulaputtaṁ apassantī yena seṭṭhi gahapati tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā seṭṭhiṁ gahapatiṁ etadavoca—
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.34
pli-tv-kd1:7.7.2 #
ปุตฺโต เต คหปติ ยโส น ทิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“putto te, gahapati, yaso na dissatī”ti.
pli-tv-kd1:7.7.3 #
อถโข เสฏฺฐี คหปติ จตุทฺทิสา อสฺสทูเต อุยฺโยเชตฺวา สามญฺเญว เยน อิสิปตนํ มิคทาโย เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho seṭṭhi gahapati catuddisā assadūte uyyojetvā sāmaṁyeva yena isipatanaṁ migadāyo tenupasaṅkami.
pli-tv-kd1:7.7.4 #
อทฺทสา โข เสฏฺฐี คหปติ สุวณฺณปาทุกานํ นิกฺเขปํ ทิสฺวาน ตญฺเญว อนุคมา ๑- ฯ✎ ร่าง
Addasā kho seṭṭhi gahapati suvaṇṇapādukānaṁ nikkhepaṁ, disvāna taṁyeva anugamāsi.
pli-tv-kd1:7.8.1 #
อทฺทสา โข ภควา เสฏฺฐึ คหปตึ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ฯ ทิสฺวาน ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā seṭṭhiṁ gahapatiṁ dūratova āgacchantaṁ, disvāna bhagavato etadahosi—
pli-tv-kd1:7.8.2 #
ยนฺนูนาหํ ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขเรยฺยํ ยถา เสฏฺฐี คหปติ อิธ นิสินฺโน อิธ นิสินฺนํ ยสํ กุลปุตฺตํ น ปสฺเสยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ tathārūpaṁ iddhābhisaṅkhāraṁ abhisaṅkhareyyaṁ yathā seṭṭhi gahapati idha nisinno idha nisinnaṁ yasaṁ kulaputtaṁ na passeyyā”ti.
pli-tv-kd1:7.8.3 #
อถโข ภควา ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขเรสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā tathārūpaṁ iddhābhisaṅkhāraṁ abhisaṅkharesi.
pli-tv-kd1:7.9.1 #
อถโข เสฏฺฐี คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho seṭṭhi gahapati yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:7.9.2 #
อปิ ๒- ภนฺเต ภควา ยสํ กุลปุตฺตํ ปสฺเสยฺยาติ ๓- ฯ✎ ร่าง
“api, bhante, bhagavā yasaṁ kulaputtaṁ passeyyā”ti?
pli-tv-kd1:7.9.3 #
เตนหิ คหปติ นิสีท อปฺเปว นาม ตฺวํ อิธ นิสินฺโน อิธ นิสินฺนํ ยสํ กุลปุตฺตํ ปสฺเสยฺยาสีติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, gahapati, nisīda, appeva nāma idha nisinno idha nisinnaṁ yasaṁ kulaputtaṁ passeyyāsī”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.32 · ฉัฏฐสังคายนา 89.21
pli-tv-kd1:7.9.4 #
อถโข เสฏฺฐี คหปติ✎ ร่าง
Atha kho seṭṭhi gahapati—
pli-tv-kd1:7.9.5 #
อิเธว กิราหํ นิสินฺโน อิธ @เชิงอรรถ: ๑ โป. อนุปคมฺม ฯ ม. ยุ. อนุคมาสิ ฯ ๒ รา. อปินฺ ฯ ๓ โป. ปสฺเสยฺยาสีติ ฯ นิสินฺนํ ยสํ กุลปุตฺตํ ปสฺสิสฺสามีติ หฏฺโฐ อุทคฺโค ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
“idheva kirāhaṁ nisinno idha nisinnaṁ yasaṁ kulaputtaṁ passissāmī”ti haṭṭho udaggo bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd1:7.10.1 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺส โข เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส ภควา อนุปุพฺพิกถํ กเถสิ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnassa kho seṭṭhissa gahapatissa bhagavā anupubbiṁ kathaṁ kathesi, seyyathidaṁ—
pli-tv-kd1:7.10.2 #
ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ กามานํ อาทีนวํ โอการํ สงฺกิเลสํ เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ ฯ✎ ร่าง
dānakathaṁ sīlakathaṁ saggakathaṁ, kāmānaṁ ādīnavaṁ okāraṁ saṅkilesaṁ, nekkhamme ānisaṁsaṁ pakāsesi.
pli-tv-kd1:7.10.3 #
ยทา ภควา อญฺญาสิ เสฏฺฐึ คหปตึ กลฺลจิตฺตํ มุทุจิตฺตํ วินีวรณจิตฺตํ อุทคฺคจิตฺตํ ปสนฺนจิตฺตํ อถ ยา พุทฺธานํ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา ตํ ปกาเสสิ✎ ร่าง
Yadā bhagavā aññāsi seṭṭhiṁ gahapatiṁ kallacittaṁ, muducittaṁ, vinīvaraṇacittaṁ, udaggacittaṁ, pasannacittaṁ, atha yā buddhānaṁ sāmukkaṁsikā dhammadesanā, taṁ pakāsesi—
pli-tv-kd1:7.10.4 #
ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺคํ ฯ✎ ร่าง
dukkhaṁ, samudayaṁ, nirodhaṁ, maggaṁ.
pli-tv-kd1:7.10.5 #
เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ วตฺถํ อปคตกาฬกํ สมฺมเทว รชนํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi nāma suddhaṁ vatthaṁ apagatakāḷakaṁ sammadeva rajanaṁ paṭiggaṇheyya;
pli-tv-kd1:7.10.6 #
เอวเมว เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส ตสฺมึเยวาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ✎ ร่าง
evameva seṭṭhissa gahapatissa tasmiṁyeva āsane virajaṁ vītamalaṁ dhammacakkhuṁ udapādi—
pli-tv-kd1:7.10.7 #
ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“yaṁ kiñci samudayadhammaṁ sabbaṁ taṁ nirodhadhamman”ti.
pli-tv-kd1:7.10.8 #
อถโข เสฏฺฐี คหปติ ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิคตกถํกโถ เวสารชฺชปฺปตฺโต อปรปฺปจฺจโย สตฺถุ สาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho seṭṭhi gahapati diṭṭhadhammo pattadhammo viditadhammo pariyogāḷhadhammo tiṇṇavicikiccho vigatakathaṅkatho vesārajjappatto aparappaccayo satthusāsane bhagavantaṁ etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.33
pli-tv-kd1:7.10.9 #
อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต✎ ร่าง
“abhikkantaṁ, bhante, abhikkantaṁ, bhante.
pli-tv-kd1:7.10.10 #
เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhante, nikkujjitaṁ vā ukkujjeyya, paṭicchannaṁ vā vivareyya, mūḷhassa vā maggaṁ ācikkheyya, andhakāre vā telapajjotaṁ dhāreyya—
pli-tv-kd1:7.10.11 #
จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ✎ ร่าง
‘cakkhumanto rūpāni dakkhantī’ti;
pli-tv-kd1:7.10.12 #
เอวเมวํ ๒- ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต✎ ร่าง
evamevaṁ bhagavatā anekapariyāyena dhammo pakāsito.
pli-tv-kd1:7.10.13 #
เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ✎ ร่าง
Esāhaṁ, bhante, bhagavantaṁ saraṇaṁ gacchāmi, dhammañca, bhikkhusaṅghañca.
pli-tv-kd1:7.10.14 #
อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ @เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. ทกฺขินฺตีติ ฯ ๒ เอวเมวาติ สพฺพตฺถ ทิสฺสติ ฯ คตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Upāsakaṁ maṁ bhagavā dhāretu ajjatagge pāṇupetaṁ saraṇaṁ gatan”ti.
pli-tv-kd1:7.10.15 #
โส จ โลเก ปฐมํ อุปาสโก อโหสิ เตวาจิโก ฯ✎ ร่าง
Sova loke paṭhamaṁ upāsako ahosi tevāciko.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน