เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากอาศรม
ของชฎิลอุรุเวลกัสสป. ครั้งนั้น ท้าวมหาราชทั้ง ๔ เมื่อราตรีปฐมยามผ่านไปแล้ว เปล่งรัศมีงาม
ยังไพรสณฑ์ทั้งสิ้นให้สว่างไสว แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วจึงถวายบังคมพระผู้มี
พระภาค ได้ยืนเฝ้าอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ดุจกองไฟใหญ่ฉะนั้น. ต่อมาชฎิลอุรุเวลกัสสป เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคโดยผ่านราตรีนั้น ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว
มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว พวกนั้นคือใครกันหนอ เมื่อราตรีปฐมยามผ่านไปแล้ว มีรัศมี
งาม ยังไพรสณฑ์ทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปหาท่าน ครั้นถึงแล้วอภิวาทท่าน ได้ยืนอยู่ทั้ง ๔ ทิศ
ดุจกองไฟใหญ่ฉะนั้น?
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรกัสสป พวกนั้นคือท้าวมหาราชทั้ง ๔ เข้ามาหาเราเพื่อ
ฟังธรรม.
ครั้งนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก
แท้ ถึงกับท้าวมหาราชทั้ง ๔ เข้ามาหาเพื่อฟังธรรม แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป แล้วประทับอยู่ใน
ไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.
อถโข ภควา อุรุเวลกสฺสปสฺส ชฏิลสฺส อสฺสมสฺส@เชิงอรรถ: ๑ รา. ตตฺเถว ฯ ๒ ม. อาทิตฺตํ โหติ สมฺปชฺชลิตํ สญฺโชติภูตํ ฯ@๓ สี. อิติ ภณนฺติ ฯ ๔ ม. อถ ตสฺสา ฯ ยุ. อถโข ตสฺสา ฯ ๕ สี. ยาว นาคสฺส ฯ@ม. ยุ. หตา นาคสฺส ฯ ๖ สี. ม. ยุ. โหนฺติ ฯ ๗ สี. ปตฺถตา ฯ@๘ สี. ม. ยุ. สโลหิติกา ฯ ๙ เนรญฺชราย ภควาติอาทิคาถาโย@ปจฺฉา ปกฺขิตฺตาติ ตพฺพณฺณนายํ วุตฺตํ ฯ ๑๐ โป. วิหรถ ฯ
อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ วิหาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā uruvelakassapassa jaṭilassa assamassa avidūre aññatarasmiṁ vanasaṇḍe vihāsi.
อ้างอิงPTS 1.26 · สยามรัฐ 4.49 · พุทธชยันตี 3.56
อถโข จตฺตาโร มหาราชา
อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ วนสณฺฑํ
โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ
อภิวาเทตฺวา จตุทฺทิสา อฏฺฐํสุ เสยฺยถาปิ มหนฺตา อคฺคิกฺขนฺธา ฯ✎ ร่าง
Atha kho cattāro mahārājāno abhikkantāya rattiyā abhikkantavaṇṇā kevalakappaṁ vanasaṇḍaṁ obhāsetvā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā catuddisā aṭṭhaṁsu seyyathāpi mahantā aggikkhandhā.
อถโข อุรุเวลกสฺสโป ชฏิโล ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน
เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapo jaṭilo tassā rattiyā accayena yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ etadavoca—
กาโล
มหาสมณ นิฏฺฐิตํ ภตฺตํ✎ ร่าง
“kālo, mahāsamaṇa, niṭṭhitaṁ bhattaṁ.
เก นุ โข เต มหาสมณ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา
อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ วนสณฺฑํ โอภาเสตฺวา เยน ตฺวํ
เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ อภิวาเทตฺวา จตุทฺทิสา อฏฺฐํสุ
เสยฺยถาปิ มหนฺตา อคฺคิกฺขนฺธาติ ฯ✎ ร่าง
Ke nu kho te, mahāsamaṇa, abhikkantāya rattiyā abhikkantavaṇṇā kevalakappaṁ vanasaṇḍaṁ obhāsetvā yena tvaṁ tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā taṁ abhivādetvā catuddisā aṭṭhaṁsu seyyathāpi mahantā aggikkhandhā”ti.
เอเต โข กสฺสป จตฺตาโร
มหาราชา เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ ธมฺมสฺสวนายาติ ฯ✎ ร่าง
“Ete kho, kassapa, cattāro mahārājāno yenāhaṁ tenupasaṅkamiṁsu dhammassavanāyā”ti.
อถโข
อุรุเวลกสฺสปสฺส ชฏิลสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapassa jaṭilassa etadahosi—
มหิทฺธิโก โข มหาสมโณ
มหานุภาโว ยตฺร หิ นาม จตฺตาโรปิ มหาราชา อุปสงฺกมิสฺสนฺติ
ธมฺมสฺสวนาย น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ ฯ✎ ร่าง
“mahiddhiko kho mahāsamaṇo mahānubhāvo, yatra hi nāma cattāropi mahārājāno upasaṅkamissanti dhammassavanāya, na tveva ca kho arahā yathā ahan”ti.
อถโข
ภควา อุรุเวลกสฺสปสฺส ชฏิลสฺส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ตสฺมึเยว
วนสณฺเฑ วิหาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā uruvelakassapassa jaṭilassa bhattaṁ bhuñjitvā tasmiṁyeva vanasaṇḍe vihāsi.
ทุติยํ ปาฏิหาริยํ ฯ✎ ร่าง
Dutiyaṁ pāṭihāriyaṁ.