เนื้อความทั้งข้อ
[๕๐] ก็โดยสมัยนั้นแล เมฆใหญ่ในสมัยที่มิใช่ฤดูกาลยังฝนให้ตกแล้ว ห้วงน้ำใหญ่
ได้ไหลนองไป. ประเทศที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่นั้นถูกน้ำท่วม. ขณะนั้น พระผู้มีพระภาค
ได้ทรงพระดำริว่า ไฉนหนอ เราพึงบันดาลให้น้ำห่างออกไปโดยรอบ แล้วจงกรมอยู่บนภาคพื้น
อันมีฝุ่นฟุ้งขึ้นตอนกลาง. ครั้นแล้วจึงทรงบันดาลให้น้ำห่างออกไปโดยรอบแล้วเสด็จจงกรมอยู่
บนภาคพื้น อันมีฝุ่นฟุ้งขึ้นตอนกลาง. ต่อมา ชฎิลอุรุเวลกัสสปกล่าวว่า พระมหาสมณะอย่าได้
ถูกน้ำพัดไปเสียเลย ดังนี้ แล้วพร้อมด้วยชฎิลมากด้วยกัน ได้เอาเรือไปสู่ประเทศที่พระผู้มี
พระภาคประทับอยู่. ได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้ทรงบันดาลให้น้ำห่างออกไปโดยรอบแล้ว เสด็จ
จงกรมอยู่บนภาคพื้นอันมีฝุ่นฟุ้งขึ้นตอนกลาง แล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่มหาสมณะ
ท่านยังอยู่ที่นี่ดอกหรือ? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่าถูกละ กัสสป เรายังอยู่ที่นี่ ดังนี้แล้ว
เสด็จขึ้นสู่เวหาสปรากฏอยู่ที่เรือ. จึงชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก
มีอานุภาพมากแท้ ถึงกับบันดาลไม่ให้น้ำไหลไปได้ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.
เตน โข ปน สมเยน มหาอกาลเมโฆ ปาวสฺสิ
มหาอุทกวาหโก สญฺชายิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena mahā akālamegho pāvassi, mahā udakavāhako sañjāyi.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.60 · ฉัฏฐสังคายนา 89.37 · พุทธชยันตี 3.68
ยสฺมึ ปเทเส ภควา วิหรติ โส
ปเทโส อุทเกน โอตฺถโต ๓- โหติ ฯ✎ ร่าง
Yasmiṁ padese bhagavā viharati, so padeso udakena na otthaṭo hoti.
อถโข ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato etadahosi—
ยนฺนูนาหํ สมนฺตา อุทกํ อุสฺสาเทตฺวา ๔- มชฺเฌ เรณุหตาย
ภูมิยา จงฺกเมยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ samantā udakaṁ ussāretvā majjhe reṇuhatāya bhūmiyā caṅkameyyan”ti.
อถโข ภควา สมนฺตา อุทกํ อุสฺสาเทตฺวา
มชฺเฌ เรณุหตาย ภูมิยา จงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā samantā udakaṁ ussāretvā majjhe reṇuhatāya bhūmiyā caṅkami.
อถโข อุรุเวลกสฺสโป ชฏิโล✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapo jaṭilo—
มา เหว โข มหาสมโณ อุทเกน วุโฬฺห อโหสีติ ฯ นาวาย
สมฺพหุเลหิ ชฏิเลหิ สทฺธึ ยสฺมึ ปเทเส ภควา วิหรติ ตํ ปเทสํ
อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
“mā heva kho mahāsamaṇo udakena vūḷho ahosī”ti nāvāya sambahulehi jaṭilehi saddhiṁ yasmiṁ padese bhagavā viharati taṁ padesaṁ agamāsi.
อทฺทสา โข อุรุเวลกสฺสโป ชฏิโล ภควนฺตํ สมนฺตา
อุทกํ อุสฺสาเทตฺวา มชฺเฌ เรณุหตาย ภูมิยา จงฺกมนฺตํ ทิสฺวาน
ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasā kho uruvelakassapo jaṭilo bhagavantaṁ samantā udakaṁ ussāretvā majjhe reṇuhatāya bhūmiyā caṅkamantaṁ, disvāna bhagavantaṁ etadavoca—
อิธ นุ ตฺวํ มหาสมณาติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ nu tvaṁ, mahāsamaṇā”ti?
อาม อหมสฺมิ ๕-
กสฺสปาติ✎ ร่าง
“Ayamahamasmi, kassapā”ti
ภควา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา นาวาย ปจฺจุฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
bhagavā vehāsaṁ abbhuggantvā nāvāya paccuṭṭhāsi.
อถโข อุรุเวลกสฺสปสฺส ชฏิลสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapassa jaṭilassa etadahosi—
มหิทฺธิโก โข
มหาสมโณ มหานุภาโว ยตฺร หิ นาม อุทกํปิ นปฺปวาหิสฺสติ ๖-@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยถยิมา ฯ ยุ. ยถาหิมา ฯ ๒ ยุ. มหามนฺทามุขิโย ฯ@๓ ม. น โอตฺถโฏ ฯ ยุ. อนุโอตฺถโฏ ฯ ๔ ม. ยุ. อุสฺสาเรตฺวา ฯ@๕ สี. ม. ยุ. อยมหมสฺมิ ฯ ๖ สี. นปฺปสหิสฺสติ ฯ ยุ. น ปวหิสุสติ ฯ
น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ ฯ✎ ร่าง
“mahiddhiko kho mahāsamaṇo mahānubhāvo, yatra hi nāma udakampi na pavāhissati, na tveva ca kho arahā yathā ahan”ti.