‹ กลับ
เรื่องชฎิล ๓ พี่น้อง
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 51 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๘๖๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า โมฆบุรุษนี้ ได้มีความคิดอย่างนี้ มานานแล้วว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่ ถ้ากระไร เราพึงให้ชฎิลนี้สลดใจ แล้วจึงตรัสกะชฎิลอุรุเวลกัสสปว่า ดูกรกัสสป ท่านไม่ใช่ พระอรหันต์แน่ ทั้งยังไม่พบทางแห่งความเป็นพระอรหันต์ แม้ปฏิปทาของท่านที่จะเป็นเหตุให้เป็น พระอรหันต์ หรือพบทางแห่งความเป็นพระอรหันต์ ก็ไม่มี. ทีนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ ซบเศียรลงที่พระบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วทูลขอบรรพชาอุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคว่า ขอข้าพระพุทธเจ้าพึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัสสป ท่านเป็นผู้นำ เป็นผู้ฝึกสอน เป็นผู้เลิศ เป็นหัวหน้า เป็นประธานของชฎิล ๕๐๐ คน ท่านจงบอกกล่าวพวกนั้นก่อน พวกนั้นจักทำตามที่เข้าใจ. ลำดับนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปเข้าไปหาชฎิลเหล่านั้น ครั้นแล้วได้แจ้งความประสงค์ ต่อชฎิลเหล่านั้นว่า ผู้เจริญทั้งหลาย เราปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในพระมหาสมณะ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จงทำตามที่เข้าใจ. ชฎิลพวกนั้นกราบเรียนว่า พวกข้าพเจ้าเลื่อมใสยิ่งในพระมหาสมณะมานานแล้ว ขอรับ ถ้าท่านอาจารย์จักประพฤติพรหมจรรย์ในพระมหาสมณะ พวกข้าพเจ้าทั้งหมดก็จักประพฤติ- *พรหมจรรย์ในพระมหาสมณะเหมือนกัน. ต่อมา ชฎิลเหล่านั้นได้ลอยผม ชฎา เครื่องบริขาร และเครื่องบูชาเพลิงในน้ำ แล้ว พากันเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ซบเศียรลงแทบพระบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลขอบรรพชา อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคว่า ขอพวกข้าพระองค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักพระผู้ มีพระภาค พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้แล้ว ได้ตรัสต่อไปว่า ธรรม อันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด. พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุเหล่านั้น.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค)
pli-tv-kd1:20.17.1 #
อถโข ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato etadahosi—
pli-tv-kd1:20.17.2 #
จิรํปิ โข อิมสฺส โมฆปุริสสฺส เอวํ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
“cirampi kho imassa moghapurisassa evaṁ bhavissati—
pli-tv-kd1:20.17.3 #
มหิทฺธิโก โข มหาสมโณ มหานุภาโว น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ✎ ร่าง
‘mahiddhiko kho mahāsamaṇo mahānubhāvo, na tveva ca kho arahā yathā ahan’ti;
pli-tv-kd1:20.17.4 #
ยนฺนูนาหํ อิมํ ชฏิลํ สํเวเชยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ imaṁ jaṭilaṁ saṁvejeyyan”ti.
pli-tv-kd1:20.17.5 #
อถโข ภควา อุรุเวลกสฺสปํ ชฏิลํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā uruvelakassapaṁ jaṭilaṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:20.17.6 #
เนว ๑- โข ตฺวํ กสฺสป อรหา นาปิ อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺโน✎ ร่าง
“neva ca kho tvaṁ, kassapa, arahā, nāpi arahattamaggasamāpanno.
pli-tv-kd1:20.17.7 #
สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺสสิ ๒- อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Sāpi te paṭipadā natthi, yāya tvaṁ arahā vā assasi, arahattamaggaṁ vā samāpanno”ti.
pli-tv-kd1:20.17.8 #
อถโข อุรุเวลกสฺสโป ชฏิโล ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapo jaṭilo bhagavato pādesu sirasā nipatitvā bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:20.17.9 #
ลเภยฺยามหํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยามิ อุปสมฺปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
“labheyyāhaṁ, bhante, bhagavato santike pabbajjaṁ, labheyyaṁ upasampadan”ti.
pli-tv-kd1:20.18.1 #
ตฺวํ โขสิ กสฺสป ปญฺจนฺนํ ชฏิลสตานํ นายโก วินายโก อคฺโค ปมุโข ปาโมกฺโข✎ ร่าง
“Tvaṁ khosi, kassapa, pañcannaṁ jaṭilasatānaṁ nāyako vināyako aggo pamukho pāmokkho.
pli-tv-kd1:20.18.2 #
เตปิ ตาว อปโลเกหิ ยถา เต มญฺญิสฺสนฺติ ตถา กริสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Tepi tāva apalokehi, yathā te maññissanti tathā te karissantī”ti.
pli-tv-kd1:20.18.3 #
อถโข อุรุเวลกสฺสโป ชฏิโล เยน เต ชฏิลา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ชฏิเล เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho uruvelakassapo jaṭilo yena te jaṭilā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā te jaṭile etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 4.61 · พุทธชยันตี 3.70
pli-tv-kd1:20.18.4 #
อิจฺฉามหํ โภ มหาสมเณ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ ยถา ภวนฺโต มญฺญนฺติ ตถา กโรนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
“icchāmahaṁ, bho, mahāsamaṇe brahmacariyaṁ carituṁ, yathā bhavanto maññanti tathā karontū”ti.
อ้างอิงPTS 1.33
pli-tv-kd1:20.18.5 #
จิรปฏิกา มยํ โภ มหาสมเณ อภิปฺปสนฺนา สเจ ภวํ มหาสมเณ พฺรหฺมจริยํ จริสฺสติ สพฺเพ ว มยํ มหาสมเณ พฺรหฺมจริยํ จริสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“Cirapaṭikā mayaṁ, bho, mahāsamaṇe abhippasannā, sace bhavaṁ, mahāsamaṇe brahmacariyaṁ carissati, sabbeva mayaṁ mahāsamaṇe brahmacariyaṁ carissāmā”ti.
pli-tv-kd1:20.19.1 #
อถโข เต ชฏิลา เกสมิสฺสํ ชฏามิสฺสํ ขาริกาชมิสฺสํ อคฺคิหุตฺตมิสฺสํ อุทเก ปวาเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te jaṭilā kesamissaṁ jaṭāmissaṁ khārikājamissaṁ aggihutamissaṁ udake pavāhetvā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavato pādesu sirasā nipatitvā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd1:20.19.2 #
ลเภยฺยาม มยํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยาม อุปสมฺปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
“labheyyāma mayaṁ, bhante, bhagavato santike pabbajjaṁ, labheyyāma upasampadan”ti.
pli-tv-kd1:20.19.3 #
เอถ ภิกฺขโวติ ภควา อโวจ✎ ร่าง
“Etha bhikkhavo”ti bhagavā avoca—
pli-tv-kd1:20.19.4 #
สฺวากฺขาโต ธมฺโม จรถ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
“svākkhāto dhammo, caratha brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā”ti.
pli-tv-kd1:20.19.5 #
สา ว เตสํ อายสฺมนฺตานํ อุปสมฺปทา อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Sāva tesaṁ āyasmantānaṁ upasampadā ahosi.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน