เนื้อความทั้งข้อ
[๕๒] ชฎิลนทีกัสสปได้เห็นผม ชฎา เครื่องบริขาร และเครื่องบูชาเพลิงลอยน้ำมา
ครั้นแล้วได้มีความดำริว่า อุปสรรคอย่าได้มีแก่พี่ชายเราเลย จึงส่งชฎิลไปด้วยคำสั่งว่า พวกเธอ
จงไป จงรู้พี่ชายของเรา ดังนี้แล้ว ทั้งตนเองกับชฎิล ๓๐๐ ได้เข้าไปหาท่านพระอุรุเวลกัสสป
แล้วเรียนถามว่า ข้าแต่พี่กัสสป พรหมจรรย์นี้ประเสริฐแน่หรือ?
พระอุรุเวลกัสสปตอบว่า แน่ละเธอ พรหมจรรย์นี้ประเสริฐ.
หลังจากนั้น ชฎิลเหล่านั้นลอยผม ชฎา เครื่องบริขารและเครื่องบูชาเพลิงในน้ำ แล้ว
พากันเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ซบเศียรลงแทบพระบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลขอบรรพชา
อุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคว่า ขอพวกข้าพระพุทธเจ้าพึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนัก
พระผู้มีพระภาค พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ดังนี้แล้ว ได้ตรัสต่อไปว่า ธรรม
อันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.
พระวาจานั้นแล ได้เป็นอุปสมบทของท่านผู้มีอายุเหล่านั้น.
อทฺทสา โข นทีกสฺสโป ชฏิโล เกสมิสฺสํ ชฏามิสฺสํ
ขาริกาชมิสฺสํ อคฺคิหุตฺตมิสฺสํ อุทเก วุยฺหมาเน ฯ ทิสฺวานสฺส
เอตทโหสิ✎ ร่าง
Addasā kho nadīkassapo jaṭilo kesamissaṁ jaṭāmissaṁ khārikājamissaṁ aggihutamissaṁ udake vuyhamāne, disvānassa etadahosi—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.38
มา เหว เม ภาตุโน อุปสคฺโค อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
“mā heva me bhātuno upasaggo ahosī”ti.
ชฏิเล
ปาเหสิ✎ ร่าง
Jaṭile pāhesi—
คจฺฉถ เม ภาตรํ ชานาถาติ✎ ร่าง
“gacchatha me bhātaraṁ jānāthā”ti.
สามญฺจ ตีหิ ชฏิลสเตหิ
สทฺธึ เยนายสฺมา อุรุเวลกสฺสโป เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา
อายสฺมนฺตํ อุรุเวลกสฺสปํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Sāmañca tīhi jaṭilasatehi saddhiṁ yenāyasmā uruvelakassapo tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ uruvelakassapaṁ etadavoca—
อิทํ นุ โข กสฺสป เสยฺโยติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ nu kho, kassapa, seyyo”ti?
อามาวุโส อิทํ เสยฺโยติ ฯ✎ ร่าง
“Āmāvuso, idaṁ seyyo”ti.
อถโข เต ชฏิลา เกสมิสฺสํ ชฏามิสฺสํ ขาริกาชมิสฺสํ
อคฺคิหุตฺตมิสฺสํ อุทเก ปวาเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ
อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ
เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te jaṭilā kesamissaṁ jaṭāmissaṁ khārikājamissaṁ aggihutamissaṁ udake pavāhetvā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavato pādesu sirasā nipatitvā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
ลเภยฺยาม มยํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ
ลเภยฺยาม อุปสมฺปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
“labheyyāma mayaṁ, bhante, bhagavato santike pabbajjaṁ, labheyyāma upasampadan”ti.
เอถ ภิกฺขโวติ ภควา อโวจ✎ ร่าง
“Etha bhikkhavo”ti bhagavā avoca—
สฺวากฺขาโต ธมฺโม จรถ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ✎ ร่าง
“svākkhāto dhammo, caratha brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā”ti.
สา ว เตสํ อายสฺมนฺตานํ อุปสมฺปทา อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Sāva tesaṁ āyasmantānaṁ upasampadā ahosi.