‹ กลับ
พระอัสสชิเถระแสดงธรรม
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 64 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๑๓๕๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๔] ก็โดยสมัยนั้นแล สญชัยปริพาชกอาศัยอยู่ในพระนครราชคฤห์ พร้อมด้วย ปริพาชกบริษัทหมู่ใหญ่ จำนวน ๒๕๐ คน. ก็ครั้งนั้น พระสารีบุตรพระโมคคัลลานะประพฤติ พรหมจรรย์อยู่ในสำนักสญชัยปริพาชก. ท่านทั้งสองได้ทำกติกากันไว้ว่า ผู้ใดบรรลุอมตธรรมก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่อีกคนหนึ่ง. ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า ท่านพระอัสสชินุ่งอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังพระนครราชคฤห์ มีมรรยาทก้าวไป ถอยกลับ แลเหลียว คู้แขน เหยียดแขน น่าเลื่อมใส มีนัยน์ตาทอดลง ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ. สารีบุตรปาริพาชกได้เห็นท่านพระอัสสชิ กำลังเที่ยวบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ มีมรรยาทก้าวไป ถอยกลับ แลเหลียว คู้แขน เหยียดแขน น่าเลื่อมใส มีนัยน์ตาทอดลง ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ ครั้นแล้วได้มีความดำริว่า บรรดาพระอรหันต์ หรือท่านผู้ได้บรรลุพระอรหัตมรรคในโลก ภิกษุรูปนี้คงเป็นผู้ใดผู้หนึ่งแน่ ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปหาภิกษุรูปนี้ แล้วถามว่า ท่านบวชเฉพาะใคร ใครเป็นศาสดาของท่าน หรือท่านชอบใจธรรมของใคร? แล้วได้ดำริต่อไปว่า ยังเป็นกาลไม่สมควรจะถามภิกษุรูปนี้ เพราะ ท่านกำลังเข้าละแวกบ้านเที่ยวบิณฑบาต ผิฉะนั้น เราพึงติดตามภิกษุรูปนี้ไปข้างหลังๆ เพราะเป็น ทางอันผู้มุ่งประโยชน์ทั้งหลายจะต้องสนใจ. ครั้งนั้น ท่านพระอัสสชิเที่ยวบิณฑบาตในพระนคร ราชคฤห์ ถือบิณฑบาตกลับไป. จึงสารีบุตรปริพาชกเข้าไปหาท่านพระอัสสชิ ถึงแล้วได้พูด ปราศรัยกับท่านพระอัสสชิ ครั้นผ่านการพูดปราศรัยพอให้เป็นที่บันเทิง เป็นที่ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง. สารีบุตรปริพาชกยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวคำนี้ กะท่านพระอัสสชิว่า อินทรีย์ของท่านผ่องใส ผิวพรรณของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่อง ท่านบวช เฉพาะใคร ใครเป็นศาสดาของท่าน หรือท่านชอบใจธรรมของใคร ขอรับ? อ. มีอยู่ ท่าน พระมหาสมณะศากยบุตร เสด็จออกทรงผนวชจากศากยตระกูล เรา บวชเฉพาะพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดาของเรา และเรา ชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น. สา. ก็พระศาสดาของท่านสอนอย่างไร แนะนำอย่างไร? อ. เราเป็นคนใหม่ บวชยังไม่นาน เพิ่งมาสู่พระธรรมวินัยนี้ ไม่อาจแสดงธรรมแก่ท่าน ได้กว้างขวาง แต่จักกล่าวใจความแก่ท่านโดยย่อ. สา. น้อยหรือมาก นิมนต์กล่าวเถิด ท่านจงกล่าวแต่ใจความแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้อง การใจความอย่างเดียว ท่านจักทำพยัญชนะให้มากทำไม.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
pli-tv-kd1:23.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน สญฺชโย ปริพฺพาชโก ราชคเห ปฏิวสติ มหติยา ปริพฺพาชกปริสาย สทฺธึ อฑฺฒเตยฺเยหิ ปริพฺพาชกสเตหิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sañcayo paribbājako rājagahe paṭivasati mahatiyā paribbājakaparisāya saddhiṁ aḍḍhateyyehi paribbājakasatehi.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.45
pli-tv-kd1:23.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา สญฺชเย ปริพฺพาชเก พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāriputtamoggallānā sañcaye paribbājake brahmacariyaṁ caranti.
pli-tv-kd1:23.1.3 #
เตหิ กติกา กตา โหติ✎ ร่าง
Tehi katikā katā hoti—
pli-tv-kd1:23.1.4 #
โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ โส อิตรสฺส ๑- อาโรเจตูติ ฯ✎ ร่าง
“yo paṭhamaṁ amataṁ adhigacchati, so itarassa ārocetū”ti.
pli-tv-kd1:23.2.1 #
อถโข อายสฺมา อสฺสชิ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมฺมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā assaji pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya rājagahaṁ piṇḍāya pāvisi pāsādikena abhikkantena paṭikkantena ālokitena vilokitena samiñjitena pasāritena, okkhittacakkhu iriyāpathasampanno.
อ้างอิงสยามรัฐ 4.73 · พุทธชยันตี 3.84
pli-tv-kd1:23.2.2 #
อทฺทสา โข สารีปุตฺโต ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมฺมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุํ อิริยาปถสมฺปนฺนํ✎ ร่าง
Addasā kho sāriputto paribbājako āyasmantaṁ assajiṁ rājagahe piṇḍāya carantaṁ pāsādikena abhikkantena paṭikkantena ālokitena vilokitena samiñjitena pasāritena okkhittacakkhuṁ iriyāpathasampannaṁ.
pli-tv-kd1:23.2.3 #
ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Disvānassa etadahosi—
pli-tv-kd1:23.2.4 #
เย วต โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา อยํ เตสํ ภิกฺขุ ๒- อญฺญตโร✎ ร่าง
“ye vata loke arahanto vā arahattamaggaṁ vā samāpannā, ayaṁ tesaṁ bhikkhu aññataro.
pli-tv-kd1:23.2.5 #
ยนฺนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺยํ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ imaṁ bhikkhuṁ upasaṅkamitvā puccheyyaṁ—
อ้างอิงPTS 1.40
pli-tv-kd1:23.2.6 #
กํสิ ตฺวํ อาวุโส อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต โก วา เต สตฺถา กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสีติ ฯ✎ ร่าง
‘kaṁsi tvaṁ, āvuso, uddissa pabbajito, ko vā te satthā, kassa vā tvaṁ dhammaṁ rocesī’”ti?
pli-tv-kd1:23.3.1 #
อถโข สารีปุตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho sāriputtassa paribbājakassa etadahosi—
pli-tv-kd1:23.3.2 #
อกาโล โข อิมํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉิตุํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ ปิณฺฑาย จรติ✎ ร่าง
“akālo kho imaṁ bhikkhuṁ pucchituṁ, antaragharaṁ paviṭṭho piṇḍāya carati.
pli-tv-kd1:23.3.3 #
ยนฺนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺเธยฺยํ อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ ๑- มคฺคนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ imaṁ bhikkhuṁ piṭṭhito piṭṭhito anubandheyyaṁ, atthikehi upaññātaṁ maggan”ti.
pli-tv-kd1:23.3.4 #
อถโข อายสฺมา อสฺสชิ ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตํ อาทาย ปฏิกฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā assaji rājagahe piṇḍāya caritvā piṇḍapātaṁ ādāya paṭikkami.
pli-tv-kd1:23.3.5 #
อถโข สารีปุตฺโต ปริพฺพาชโก เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อสฺสชินา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sāriputtopi paribbājako yenāyasmā assaji tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmatā assajinā saddhiṁ sammodi, sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
pli-tv-kd1:23.3.6 #
เอกมนฺตํ ฐิโต โข สารีปุตฺโต ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho sāriputto paribbājako āyasmantaṁ assajiṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:23.3.7 #
วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต✎ ร่าง
“vippasannāni kho te, āvuso, indriyāni, parisuddho chavivaṇṇo pariyodāto.
pli-tv-kd1:23.3.8 #
กํสิ ตฺวํ อาวุโส อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต โก วา เต สตฺถา กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสีติ ฯ✎ ร่าง
Kaṁsi tvaṁ, āvuso, uddissa pabbajito, ko vā te satthā, kassa vā tvaṁ dhammaṁ rocesī”ti?
pli-tv-kd1:23.4.1 #
อตฺถาวุโส มหาสมโณ สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต ตาหํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต โส จ เม ภควา สตฺถา ตสฺส จาหํ ภควา ธมฺมํ โรเจมีติ ฯ✎ ร่าง
“Atthāvuso, mahāsamaṇo sakyaputto sakyakulā pabbajito, tāhaṁ bhagavantaṁ uddissa pabbajito, so ca me bhagavā satthā, tassa cāhaṁ bhagavato dhammaṁ rocemī”ti.
pli-tv-kd1:23.4.2 #
กึวาที ปนายสฺมโต สตฺถา กิมกฺขายีติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁvādī panāyasmato satthā, kimakkhāyī”ti?
pli-tv-kd1:23.4.3 #
อหํ โข อาวุโส นโว อจิรปพฺพชิโต อธุนาคโต อิมํ ธมฺมวินยํ น ตาหํ สกฺโกมิ วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสตุํ อปิจ เต สงฺขิตฺเตน อตฺถํ วกฺขามีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“Ahaṁ kho, āvuso, navo acirapabbajito, adhunāgato imaṁ dhammavinayaṁ, na tāhaṁ sakkomi vitthārena dhammaṁ desetuṁ, api ca te saṅkhittena atthaṁ vakkhāmī”ti.
pli-tv-kd1:23.4.4 #
✎ ร่าง
Atha kho sāriputto paribbājako āyasmantaṁ assajiṁ etadavoca—
pli-tv-kd1:23.4.5 #
“hotu, āvuso—
pli-tv-kd1:23.4.6 #
ปฺปํ วา พหุํ วา ภาสสฺสุ✎ ร่าง
Appaṁ vā bahuṁ vā bhāsassu,
อ้างอิงสยามรัฐ 4.74
pli-tv-kd1:23.4.7 #
อตฺถํเยว เม พฺรูหิ✎ ร่าง
Atthaṁyeva me brūhi;
pli-tv-kd1:23.4.8 #
อตฺเถเนว เม อตฺโถ✎ ร่าง
Attheneva me attho,
pli-tv-kd1:23.4.9 #
กึ กาหสิ พฺยญฺชนํ พหุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kiṁ kāhasi byañjanaṁ bahun”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน