‹ กลับ
พระอุปัชฌายะมีการศึกษาน้อยกว่าสัทธิวิหาริก
เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑ · ข้อ 92 · วิ.ม.ว.๑. ๔/๒๐๒๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล เมื่อพระอุปัชฌายะทั้งหลายหลีกไปเสียก็ดี สึกเสียก็ดี ถึง มรณภาพก็ดี ไปเข้ารีตเดียรถีย์เสียก็ดี ภิกษุทั้งหลายไม่มีอาจารย์ ไม่มีใครตักเตือน ไม่มีใคร พร่ำสอน ย่อมนุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาทไม่สมควรเที่ยวบิณฑบาต. เมื่อประชาชนกำลังบริโภค ย่อมน้อมบาตรสำหรับเที่ยวบิณฑบาตเข้าไปข้างบนของควรบริโภคบ้าง ข้างบนของควรเคี้ยวบ้าง ข้างบนของควรลิ้มบ้าง ข้างบนของควรดื่มบ้าง ขอแกงบ้าง ข้าวสุกบ้าง ด้วยตนเองมาฉัน แม้ในโรงอาหารก็เป็นผู้มีเสียงอื้ออึง มีเสียงดังอยู่. ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จึงได้นุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาทไม่สมควร เที่ยวบิณฑบาตเล่า เมื่อประชาชนกำลังบริโภค ได้น้อมบาตรสำหรับเที่ยวบิณฑบาตเข้าไป ข้างบนของควรบริโภคบ้าง ข้างบนของควรเคี้ยวบ้าง ข้างบนของควรลิ้มบ้าง ข้างบนของควรดื่มบ้าง ขอแกงบ้าง ข้าวสุกบ้าง ด้วยตนเองมาฉัน แม้ในโรงอาหาร ก็เป็นผู้มีเสียงอื้ออึง มีเสียงดังอยู่ เหมือนพวกพราหมณ์ในสถานที่เลี้ยงพราหมณ์ ฉะนั้น. ภิกษุทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุทั้งหลาย จึงได้นุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาท ไม่สมควร ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายนุ่งห่มไม่เรียบร้อย มีมรรยาทไม่สมควร ... จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตอาจารย์. อาจารย์จักตั้งจิตสนิทสนมในอันเตวาสิกฉันบุตร อันเตวาสิกจักตั้งจิตสนิทสนมในอาจารย์ฉันบิดา เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจารย์และอันเตวาสิกนั้น ต่างจักมีความเคารพ ยำเกรง ประพฤติกลมเกลียวกันอยู่ จักถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรม วินัยนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อาศัยภิกษุมีพรรษา ๑๐ อยู่ อนุญาตให้ภิกษุมีพรรษาได้ ๑๐ ให้นิสสัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลอันเตวาสิกพึงถืออาจารย์อย่างนี้ อันเตวาสิกนั้นพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้า นั่งกระหย่ง ประคองอัญชลี แล้ว กล่าวอย่างนี้ ๓ หน ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักอาศัยท่านอยู่, ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักอาศัยท่านอยู่, ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงเป็นอาจารย์ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักอาศัยท่านอยู่ อาจารย์รับว่า ดีละ เบาใจละ ชอบแก่อุบายละ สมควรละ หรือรับว่าจงยังความปฏิบัติ ให้ถึงพร้อมด้วยอาการอันน่าเลื่อมใสเถิด ดังนี้ก็ได้ รับด้วยกาย รับด้วยวาจา รับด้วยทั้งกาย และวาจาก็ได้ เป็นอันว่าอันเตวาสิกถืออาจารย์แล้ว, ไม่รับด้วยกาย ไม่รับด้วยวาจา ไม่รับด้วย ทั้งกายและวาจา ไม่เป็นอันว่าอันเตวาสิกถืออาจารย์แล้ว.
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
pli-tv-kd1:32.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อุปชฺฌาเยสุ ปกฺกมนฺเตสุปิ วิพฺภมนฺเตสุปิ กาลกเตสุปิ ปกฺขสงฺกนฺเตสุปิ อนาจริยกา อโนวทิยมานา อนนุสาสิยมานา✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū upajjhāyesu pakkantesupi vibbhantesupi kālaṅkatesupi pakkhasaṅkantesupi anācariyakā anovadiyamānā ananusāsiyamānā
อ้างอิงสยามรัฐ 4.112 · ฉัฏฐสังคายนา 89.68 · พุทธชยันตี 3.132
pli-tv-kd1:32.1.2 #
ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ✎ ร่าง
dunnivatthā duppārutā anākappasampannā piṇḍāya caranti,
pli-tv-kd1:32.1.3 #
มนุสฺสานํ ๑- ภุญฺชมานานํ อุปริโภชเนปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ อุปริขาทนีเยปิ ... อุปริสายนีเยปิ ... อุปริปานีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมนฺติ✎ ร่าง
manussānaṁ bhuñjamānānaṁ uparibhojanepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti, uparikhādanīyepi uparisāyanīyepi uparipānīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmenti;
pli-tv-kd1:32.1.4 #
สามํ สูปมฺปิ โอทนมฺปิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
sāmaṁ sūpampi odanampi viññāpetvā bhuñjanti;
pli-tv-kd1:32.1.5 #
ภตฺตคฺเคปิ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
bhattaggepi uccāsaddā mahāsaddā viharanti.
pli-tv-kd1:32.1.6 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pli-tv-kd1:32.1.7 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ปิณฺฑาย จริสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā dunnivatthā duppārutā anākappasampannā piṇḍāya carissanti;
pli-tv-kd1:32.1.8 #
มนุสฺสานํ ภุญฺชมานานํ อุปริโภชเนปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมสฺสนฺติ อุปริขาทนีเยปิ ... อุปริสายนีเยปิ ... อุปริปานีเยปิ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ อุปนาเมสฺสนฺติ✎ ร่าง
manussānaṁ bhuñjamānānaṁ uparibhojanepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti, uparikhādanīyepi uparisāyanīyepi uparipānīyepi uttiṭṭhapattaṁ upanāmessanti;
pli-tv-kd1:32.1.9 #
สามํ สูปมฺปิ โอทนมฺปิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
sāmaṁ sūpampi odanampi viññāpetvā bhuñjissanti;
pli-tv-kd1:32.1.10 #
ภตฺตคฺเคปิ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา วิหริสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณา พฺราหฺมณโภชเนติ ฯ✎ ร่าง
bhattaggepi uccāsaddā mahāsaddā viharissanti, seyyathāpi brāhmaṇā brāhmaṇabhojane”ti.
pli-tv-kd1:32.1.11 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ... วิหริสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ …pe…
pli-tv-kd1:32.1.12 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd1:32.1.13 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ... วิหรนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ kira, bhikkhave …pe…
pli-tv-kd1:32.1.14 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา ฯเปฯ✎ ร่าง
“saccaṁ, bhagavā”ti …pe…
pli-tv-kd1:32.1.15 #
วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
vigarahitvā dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd1:32.1.16 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว อาจริยํ ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, ācariyaṁ.
pli-tv-kd1:32.1.17 #
อาจริโย ภิกฺขเว อนฺเตวาสิกมฺหิ ปุตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสฺสติ อนฺเตวาสิโก อาจริยมฺหิ ปิตุจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสฺสติ✎ ร่าง
Ācariyo, bhikkhave, antevāsikamhi puttacittaṁ upaṭṭhāpessati, antevāsiko ācariyamhi pitucittaṁ upaṭṭhāpessati.
pli-tv-kd1:32.1.18 #
เอวนฺเต อญฺญมญฺญํ สคารวา สปฺปติสฺสา สภาควุตฺติกา ๑- วิหรนฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิสฺสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ te aññamaññaṁ sagāravā sappatissā sabhāgavuttino viharantā imasmiṁ dhammavinaye vuddhiṁ viruḷhiṁ vepullaṁ āpajjissanti.
pli-tv-kd1:32.1.19 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ทสวสฺสํ ๒- นิสฺสาย วตฺถุํ ทสวสฺเสน นิสฺสยํ ทาตุํ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, dasavassaṁ nissāya vatthuṁ, dasavassena nissayaṁ dātuṁ.
pli-tv-kd1:32.2.1 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อาจริโย คเหตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, ācariyo gahetabbo.
pli-tv-kd1:32.2.2 #
เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā pāde vanditvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā evamassa vacanīyo—
pli-tv-kd1:32.2.3 #
อาจริโย เม ภนฺเต โหหิ อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามิ✎ ร่าง
‘ācariyo me, bhante, hohi, āyasmato nissāya vacchāmi;
pli-tv-kd1:32.2.4 #
อาจริโย เม ภนฺเต โหหิ อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามิ✎ ร่าง
ācariyo me, bhante, hohi, āyasmato nissāya vacchāmi;
pli-tv-kd1:32.2.5 #
อาจริโย เม ภนฺเต โหหิ อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามีติ ฯ✎ ร่าง
ācariyo me, bhante, hohi, āyasmato nissāya vacchāmī’ti.
pli-tv-kd1:32.2.6 #
สาหูติ วา ลหูติ วา โอปายิกนฺติ วา ปฏิรูปนฺติ วา ปาสาทิเกน สมปาเทหีติ วา กาเยน วิญฺญาเปติ วาจาย วิญฺญาเปติ กาเยน วาจาย วิญฺญาเปติ คหิโต โหติ อาจริโย✎ ร่าง
‘Sāhū’ti vā ‘lahū’ti vā ‘opāyikan’ti vā ‘patirūpan’ti vā ‘pāsādikena sampādehī’ti vā kāyena viññāpeti, vācāya viññāpeti, kāyena vācāya viññāpeti, gahito hoti ācariyo;
อ้างอิงPTS 1.61
pli-tv-kd1:32.2.7 #
น กาเยน วิญฺญาเปติ น วาจาย วิญฺญาเปติ น กาเยน วาจาย วิญฺญาเปติ น คหิโต โหติ อาจริโย ฯ✎ ร่าง
na kāyena viññāpeti, na vācāya viññāpeti, na kāyena vācāya viññāpeti, na gahito hoti ācariyo.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน