‹ กลับ
เรื่องคนมีทรัพย์ ชาวพระนครราชคฤห์
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 128 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๓๒๕๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน อันเป็น สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นพระนครเวสาลี เป็นบุรีมั่งคั่ง กว้างขวาง มีคนมาก มีคนคับคั่ง และมีอาหารหาได้ง่าย มีปราสาท ๗,๗๐๗ หลัง มีเรือนยอด ๗,๗๐๗ หลัง มีสวนดอกไม้ ๗,๗๐๗ แห่ง มีสระโบกขรณี ๗,๗๐๗ สระ และมีหญิงงามเมือง ชื่ออัมพปาลีเป็นสตรีทรงโฉมสคราญตาน่าเสน่หา ประกอบด้วยผิวพรรณเฉิดฉายยิ่ง ชำนาญ ในการฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรี คนทั้งหลายที่มีความประสงค์ต้องการพาตัวไปร่วม อภิรมย์ด้วย ราคาตัวคืนละ ๕๐ กษาปณ์ พระนครเวสาลีงามเพริศพริ้งยิ่งกว่าประมาณ เพราะ นางอัมพปาลีหญิงงามเมืองนั้น ครั้งนั้น พวกคนมีทรัพย์คณะหนึ่ง ชาวพระนครราชคฤห์ ได้เดินทางไปพระนครเวสาลีด้วยกรณียะบางอย่าง และได้เห็นพระนครเวสาลีมั่งคั่งกว้างขวาง มีคนมาก มีคนคับคั่ง และมีอาหารหาได้ง่าย มีปราสาท ๗,๗๐๗ หลัง มีเรือนยอด ๗,๗๐๗ หลัง มีสวนดอกไม้ ๗,๗๐๗ แห่ง มีสระโบกขรณี ๗,๗๐๗ สระ และมีนางอัมพปาลีหญิงงามเมือง ผู้ทรงโฉมสคราญตาน่าเสน่หา ประกอบด้วยผิวพรรณเฉิดฉายยิ่ง ชำนาญในการฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรี คนทั้งหลายที่มีความประสงค์ต้องการตัวไปร่วมอภิรมย์ด้วย ราคาตัวคืนละ ๕๐ กษาปณ์ และพระนครเวสาลี งามเพริศพริ้งยิ่งกว่าประมาณ เพราะนางอัมพปาลีหญิงงามเมือง นั้น ครั้นพวกเขาเสร็จกรณียะนั้นในพระนครเวสาลีแล้ว กลับมาพระนครราชคฤห์ตามเดิม เข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ครั้นแล้วได้กราบทูลคำนี้แด่ท้าวเธอว่า ขอเดชะฯ พระนครเวสาลี เป็นบุรีที่มั่งคั่ง กว้างขวาง มีคนมาก มีคนคับคั่ง และมีอาหารหาได้ง่าย มีปราสาท ๗,๗๐๗ หลัง มีเรือนยอด ๗,๗๐๗ หลัง มีสวนดอกไม้ ๗,๗๐๗ แห่ง มีสระโบกขรณี ๗,๗๐๗ สระ และมีนางอัมพปาลีหญิงงามเมืองผู้ทรงโฉมสคราญตาน่าเสน่หา ประกอบด้วย ผิวพรรณเฉิดฉายยิ่ง ชำนาญในการฟ้อนรำ ขับร้องและประโคมดนตรี คนทั้งหลายที่มีความ ประสงค์ต้องการพาตัวไปร่วมอภิรมย์ด้วยราคาตัวคืนละ ๕๐ กษาปณ์ และพระนครเวสาลีงาม เพริศพริ้งยิ่งกว่าประมาณ เพราะนางอัมพปาลีหญิงงามเมืองนั้น ขอเดชะฯ แม้ชาวเราจะตั้ง หญิงงามเมืองขึ้นบ้าง ก็จะเป็นการดี. พระราชารับสั่งว่า พนาย ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงเสาะหากุมารีผู้มีลักษณะงามเช่นนั้น ที่ควรจะคัดเลือกให้เป็นหญิงงามเมือง. ก็สมัยนั้น ในพระนครราชคฤห์ มีกุมารีชื่อสาลวดีเป็นสตรีทรงโฉมสคราญตาน่าเสน่หา ประกอบด้วยผิวพรรณเฉิดฉายยิ่ง จึงพวกคนมีทรัพย์ชาวพระนครราชคฤห์ ได้คัดเลือกกุมารีสาลวดี เป็นหญิงงามเมือง ครั้นนางกุมารีสาลวดี ได้รับเลือกเป็นหญิงงามเมืองแล้ว ไม่ช้านานเท่าไรนัก ก็ได้เป็นผู้ชำนาญในการฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงเครื่องดนตรี มีคนที่มีความประสงค์ต้องการตัว ไปร่วมอภิรมย์ ราคาตัวคืนละ ๑๐๐ กษาปณ์ ครั้นมิช้ามินาน นางสาลวดีหญิงงามเมืองก็ตั้งครรภ์ จึงนางมีความคิดเห็นว่า ธรรมดาสตรีมีครรภ์ไม่เป็นที่พอใจของพวกบุรุษ ถ้าใครๆ ทราบว่าเรา มีครรภ์ ลาภผลของเราจักเสื่อมหมด ถ้ากระไร เราควรแจ้งให้เขาทราบว่าเป็นไข้ ต่อมานางได้ สั่งคนเฝ้าประตูไว้ว่า นายประตูจ๋า โปรดอย่าให้ชายใดๆ เข้ามา และผู้ใดถามหาดิฉัน จงบอก ให้เขาทราบว่าเป็นไข้นะ คนเฝ้าประตูนั้นรับคำนางสาลวดีหญิงงามเมืองว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งเช่นนั้น หลังจากนั้น อาศัยความแก่แห่งครรภ์นั้น นางได้คลอดบุตรเป็นชาย และสั่งกำชับทาสีว่า แม่สาวใช้ จงวางทารกนี้ลงบนกระด้งเก่าๆ แล้วนำออกไปทิ้งที่กองหยากเยื่อ ทาสีนั้นรับคำนางว่า ทำเช่นนั้นได้ เจ้าค่ะ ดังนี้ แล้ววางทารกนั้นลงบนกระด้งเก่าๆ นำออกไปทิ้งไว้ ณ กองหยากเยื่อ ก็ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า เจ้าชายอภัย กำลังเสด็จเข้าสู่พระราชวัง ได้ทอดพระเนตร เห็นทารกนั้นอันฝูงกาห้อมล้อมอยู่ ครั้นแล้วได้ถามมหาดเล็กว่า พนายนั่นอะไรฝูงการุมกันตอม ม. ทารก พ่ะย่ะค่ะ อ. ยังเป็นอยู่หรือ พนาย ม. ยังเป็นอยู่ พ่ะย่ะค่ะ อ. พนาย ถ้าเช่นนั้น จงนำทารกนั้นไปที่วังของเรา ให้นางนมเลี้ยงไว้ คนเหล่านั้นรับสนองพระบัญชาว่า อย่างนั้น พ่ะย่ะค่ะ แล้วนำทารกนั้นไปวังเจ้าชายอภัย มอบแก่นางนมว่า โปรดเลี้ยงไว้ด้วย อาศัยคำว่า ยังเป็นอยู่ เขาจึงขนานนามทารกนั้นว่า ชีวก ชีวกนั้น อันเจ้าชายรับสั่งให้เลี้ยงไว้ เขาจึงได้ตั้งนามสกุลว่า โกมารภัจจ์ ต่อมาไม่นานนัก ชีวกโกมารภัจจ์ก็รู้เดียงสา จึงเข้าเฝ้าเจ้าชายอภัย ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้แด่เจ้าชายอภัยว่า ใครเป็น มารดาของเกล้ากระหม่อม ใครเป็นบิดาของเกล้ากระหม่อม พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายรับสั่งว่า พ่อชีวก แม้ถึงตัวเราก็ไม่รู้จักมารดาของเจ้า ก็แต่ว่าเราเป็นบิดาของเจ้า เพราะเราได้ให้เลี้ยงเจ้าไว้. จึงชีวกโกมารภัจจ์มีความคิดเห็นว่า ราชสกุลเหล่านี้แล คนที่ไม่มีศิลปะ จะเข้าพึ่ง พระบารมี ทำไม่ได้ง่าย ถ้ากระไร เราควรเรียนวิชาแพทย์ไว้.
เทียบรายประโยค (58 ประโยค)
pli-tv-kd8:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงPTS 1.268 · สยามรัฐ 5.168 · ฉัฏฐสังคายนา 89.356 · พุทธชยันตี 3.672
pli-tv-kd8:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน เวสาลี อิทฺธา เจว โหติ ผีตา จ พหุชนา อากิณฺณมนุสฺสา สุภิกฺขา จ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena vesālī iddhā ceva hoti phitā ca bahujanā ca ākiṇṇamanussā ca subhikkhā ca;
pli-tv-kd8:1.1.3 #
สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาทา✎ ร่าง
satta ca pāsādasahassāni satta ca pāsādasatāni satta ca pāsādā;
pli-tv-kd8:1.1.4 #
สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ✎ ร่าง
satta ca kūṭāgārasahassāni satta ca kūṭāgārasatāni satta ca kūṭāgārāni;
pli-tv-kd8:1.1.5 #
สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อารามา✎ ร่าง
satta ca ārāmasahassāni satta ca ārāmasatāni satta ca ārāmā;
pli-tv-kd8:1.1.6 #
สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย✎ ร่าง
satta ca pokkharaṇīsahassāni satta ca pokkharaṇīsatāni satta ca pokkharaṇiyo;
pli-tv-kd8:1.1.7 #
อมฺพปาลี จ คณิกา อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา ปทกฺขา ๒- นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
ambapālī ca gaṇikā abhirūpā hoti dassanīyā pāsādikā paramāya vaṇṇapokkharatāya samannāgatā, padakkhiṇā nacce ca gīte ca vādite ca, abhisaṭā atthikānaṁ atthikānaṁ manussānaṁ paññāsāya ca rattiṁ gacchati;
pli-tv-kd8:1.1.8 #
ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโส มตฺตาย อุปโสภติ ฯ✎ ร่าง
tāya ca vesālī bhiyyoso mattāya upasobhati.
pli-tv-kd8:1.2.1 #
อถโข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ✎ ร่าง
Atha kho rājagahako negamo vesāliṁ agamāsi kenacideva karaṇīyena.
pli-tv-kd8:1.2.2 #
อทฺทสา โข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อิทฺธญฺจ ผีตญฺจ พหุชนํ อากิณฺณมนุสฺสํ สุภิกฺขญฺจ✎ ร่าง
Addasā kho rājagahako negamo vesāliṁ iddhañceva phitañca bahujanañca ākiṇṇamanussañca subhikkhañca;
pli-tv-kd8:1.2.3 #
สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาเท✎ ร่าง
satta ca pāsādasahassāni satta ca pāsādasatāni satta ca pāsāde;
pli-tv-kd8:1.2.4 #
สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ✎ ร่าง
satta ca kūṭāgārasahassāni satta ca kūṭāgārasatāni satta ca kūṭāgārāni;
pli-tv-kd8:1.2.5 #
สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อาราเม✎ ร่าง
satta ca ārāmasahassāni satta ca ārāmasatāni satta ca ārāme;
pli-tv-kd8:1.2.6 #
สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ @เชิงอรรถ: ๑ โป. อารามานิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปทกฺขิณา ฯ อญฺญตฺถ อีทิสเมว ฯ โปกฺขรณิโย✎ ร่าง
satta ca pokkharaṇīsahassāni satta ca pokkharaṇīsatāni satta ca pokkharaṇiyo;
pli-tv-kd8:1.2.7 #
อมฺพปาลิญฺจ คณิกํ อภิรูปํ ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตํ ปทกฺขํ ๑- นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ อภิสฏํ อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉนฺตึ ตาย จ เวสาลึ ภิยฺโยโส มตฺตาย อุปโสภนฺตึ ๒- ฯ✎ ร่าง
ambapāliñca gaṇikaṁ abhirūpaṁ dassanīyaṁ pāsādikaṁ paramāya vaṇṇapokkharatāya samannāgataṁ, padakkhiṇaṁ nacce ca gīte ca vādite ca, abhisaṭaṁ atthikānaṁ atthikānaṁ manussānaṁ paññāsāya ca rattiṁ gacchantiṁ, tāya ca vesāliṁ bhiyyoso mattāya upasobhantiṁ.
pli-tv-kd8:1.2.8 #
อถโข ราชคหโก เนคโม เวสาลิยํ ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุนเทว ราชคหํ ปจฺฉาคจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho rājagahako negamo vesāliyaṁ taṁ karaṇīyaṁ tīretvā punadeva rājagahaṁ paccāgañchi.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.357
pli-tv-kd8:1.2.9 #
เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Yena rājā māgadho seniyo bimbisāro tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā rājānaṁ māgadhaṁ seniyaṁ bimbisāraṁ etadavoca—
pli-tv-kd8:1.2.10 #
เวสาลี เทว อิทฺธา เจว ผีตา จ พหุชนา อากิณฺณมนุสฺสา สุภิกฺขา จ✎ ร่าง
“vesālī, deva, iddhā ceva phitā ca bahujanā ca ākiṇṇamanussā ca subhikkhā ca;
pli-tv-kd8:1.2.11 #
สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาทา สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารา สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อารามา สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย อมฺพปาลี จ คณิกา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา ปทกฺขา นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉติ✎ ร่าง
satta ca pāsādasahassāni …pe…
pli-tv-kd8:1.2.12 #
ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโส มตฺตาย อุปโสภติ✎ ร่าง
tāya ca vesālī bhiyyoso mattāya upasobhati.
pli-tv-kd8:1.2.13 #
สาธุ เทว มยํปิ คณิกํ วุฏฺฐาเปยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu, deva, mayampi gaṇikaṁ vuṭṭhāpessāmā”ti.
pli-tv-kd8:1.2.14 #
เตนหิ ภเณ ตาทิสึ กุมารึ ชานาถ ๓- ยํ ตุเมฺห คณิกํ วุฏฺฐาเปยฺยาถาติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, bhaṇe, tādisiṁ kumāriṁ jānātha yaṁ tumhe gaṇikaṁ vuṭṭhāpeyyāthā”ti.
pli-tv-kd8:1.3.1 #
เตน โข ปน สมเยน ราชคเห สาลวตี @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปทกฺขิณํ ฯ ๒ ยุ. อุปโสภิตนฺติ ฯ ๓ ยุ. ชานาหิ ฯ นาม กุมารี อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājagahe sālavatī nāma kumārī abhirūpā hoti dassanīyā pāsādikā paramāya vaṇṇapokkharatāya samannāgatā.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.170 · พุทธชยันตี 3.674
pli-tv-kd8:1.3.2 #
อถโข ราชคหโก เนคโม สาลวตึ กุมารึ คณิกํ วุฏฺฐาเปสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho rājagahako negamo sālavatiṁ kumāriṁ gaṇikaṁ vuṭṭhāpesi.
อ้างอิงPTS 1.269
pli-tv-kd8:1.3.3 #
อถโข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว ปทกฺขา อโหสิ นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปฏิสเตน จ รตฺตึ คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sālavatī gaṇikā nacirasseva padakkhiṇā ahosi nacce ca gīte ca vādite ca, abhisaṭā atthikānaṁ atthikānaṁ manussānaṁ paṭisatena ca rattiṁ gacchati.
pli-tv-kd8:1.3.4 #
อถโข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว คพฺภินี อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sālavatī gaṇikā nacirasseva gabbhinī ahosi.
pli-tv-kd8:1.3.5 #
อถโข สาลวติยา คณิกาย เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho sālavatiyā gaṇikāya etadahosi—
pli-tv-kd8:1.3.6 #
อิตฺถี โข คพฺภินี ปุริสานํ อมนาปา✎ ร่าง
“itthī kho gabbhinī purisānaṁ amanāpā.
pli-tv-kd8:1.3.7 #
สเจ มํ โกจิ ชานิสฺสติ✎ ร่าง
Sace maṁ koci jānissati—
pli-tv-kd8:1.3.8 #
สาลวตี คณิกา คพฺภินีติ สพฺโพ เม สกฺกาโร ปริหายิสฺสติ✎ ร่าง
sālavatī gaṇikā gabbhinīti, sabbo me sakkāro bhañjissati.
pli-tv-kd8:1.3.9 #
ยนฺนูนาหํ คิลานํ ๒- ปฏิเวเทยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ gilānaṁ paṭivedeyyan”ti.
pli-tv-kd8:1.3.10 #
อถโข สาลวตี คณิกา โทวาริกํ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho sālavatī gaṇikā dovārikaṁ āṇāpesi—
pli-tv-kd8:1.3.11 #
มา ภเณ โทวาริก โกจิ ปุริโส ปาวิสิ✎ ร่าง
“mā, bhaṇe dovārika, koci puriso pāvisi.
pli-tv-kd8:1.3.12 #
โย จ มํ ปุจฺฉติ คิลานาติ ปฏิเวเทหีติ ฯ✎ ร่าง
Yo ca maṁ pucchati, ‘gilānā’ti paṭivedehī”ti.
pli-tv-kd8:1.3.13 #
เอวํ อยฺเยติ โข โส โทวาริโก สาลวติยา คณิกาย ปจฺจสฺโสสิ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, ayye”ti kho so dovāriko sālavatiyā gaṇikāya paccassosi.
pli-tv-kd8:1.4.1 #
อถโข สาลวตี คณิกา ตสฺส คพฺภสฺส ปริปากมนฺวาย ปุตฺตํ วิชายิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sālavatī gaṇikā tassa gabbhassa paripākamanvāya puttaṁ vijāyi.
pli-tv-kd8:1.4.2 #
อถโข สาลวตี คณิกา ทาสึ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho sālavatī gaṇikā dāsiṁ āṇāpesi—
pli-tv-kd8:1.4.3 #
หนฺท เช อิมํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑหีติ ฯ✎ ร่าง
“handa, je, imaṁ dārakaṁ kattarasuppe pakkhipitvā nīharitvā saṅkārakūṭe chaḍḍehī”ti.
pli-tv-kd8:1.4.4 #
เอวํ อยฺเยติ โข สา ทาสี สาลวติยา คณิกาย ปฏิสฺสุณิตฺวา ตํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑสิ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, ayye”ti kho sā dāsī sālavatiyā gaṇikāya paṭissutvā taṁ dārakaṁ kattarasuppe pakkhipitvā nīharitvā saṅkārakūṭe chaḍḍesi.
pli-tv-kd8:1.4.5 #
เตน โข ปน สมเยน อภโย นาม ราชกุมาโร กาลสฺเสว ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อทฺทส ตํ ทารกํ กาเกหิ @เชิงอรรถ: ๑ ภิชฺชิสฺสตีติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ยุ. คิลานาติ ฯ สมฺปริกิณฺณํ ทิสฺวาน มนุสฺเส ปุจฺฉิ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena abhayo nāma rājakumāro kālasseva rājupaṭṭhānaṁ gacchanto addasa taṁ dārakaṁ kākehi samparikiṇṇaṁ, disvāna manusse pucchi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.171 · ฉัฏฐสังคายนา 89.358
pli-tv-kd8:1.4.6 #
กิเมตํ ภเณ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ etaṁ, bhaṇe, kākehi samparikiṇṇan”ti?
pli-tv-kd8:1.4.7 #
ทารโก เทวาติ ฯ✎ ร่าง
“Dārako, devā”ti.
pli-tv-kd8:1.4.8 #
ชีวติ ภเณติ ฯ✎ ร่าง
“Jīvati, bhaṇe”ti?
pli-tv-kd8:1.4.9 #
ชีวติ เทวาติ ฯ✎ ร่าง
“Jīvati, devā”ti.
pli-tv-kd8:1.4.10 #
เตนหิ ภเณ ตํ ทารกํ อมฺหากํ อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ เทถ โปเสตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, bhaṇe, taṁ dārakaṁ amhākaṁ antepuraṁ netvā dhātīnaṁ detha posetun”ti.
pli-tv-kd8:1.4.11 #
เอวํ เทวาติ โข เต มนุสฺสา อภยสฺส ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา ตํ ทารกํ อภยสฺส ราชกุมารสฺส อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ อทํสุ✎ ร่าง
“Evaṁ, devā”ti kho te manussā abhayassa rājakumārassa paṭissutvā taṁ dārakaṁ abhayassa rājakumārassa antepuraṁ netvā dhātīnaṁ adaṁsu—
pli-tv-kd8:1.4.12 #
โปเสถาติ ฯ✎ ร่าง
“posethā”ti.
pli-tv-kd8:1.4.13 #
ตสฺส ชีวตีติ ๑- ชีวโกติ นามํ อกํสุ✎ ร่าง
Tassa jīvatīti “jīvako”ti nāmaṁ akaṁsu.
pli-tv-kd8:1.4.14 #
กุมาเรน โปสาปิโตติ โกมารภจฺโจติ นามํ อกํสุ ฯ✎ ร่าง
Kumārena posāpitoti “komārabhacco”ti nāmaṁ akaṁsu.
pli-tv-kd8:1.5.1 #
อถโข ชีวโก โกมารภจฺโจ นจิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho jīvako komārabhacco nacirasseva viññutaṁ pāpuṇi.
pli-tv-kd8:1.5.2 #
อถโข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน อภโย ราชกุมาโร เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อภยํ ราชกุมารํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho jīvako komārabhacco yena abhayo rājakumāro tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā abhayaṁ rājakumāraṁ etadavoca—
pli-tv-kd8:1.5.3 #
กา เม เทว มาตา โก ปิตาติ ฯ✎ ร่าง
“kā me, deva, mātā, ko pitā”ti?
pli-tv-kd8:1.5.4 #
อหํปิ โข เต ภเณ ชีวก มาตรํ น ชานามิ✎ ร่าง
“Ahampi kho te, bhaṇe jīvaka, mātaraṁ na jānāmi;
pli-tv-kd8:1.5.5 #
อปิจาหํ เต ปิตา ตฺวํ✎ ร่าง
api cāhaṁ te pitā;
pli-tv-kd8:1.5.6 #
มยาปิ โปสาปิโตติ ฯ✎ ร่าง
mayāsi posāpito”ti.
pli-tv-kd8:1.5.7 #
อถโข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho jīvakassa komārabhaccassa etadahosi—
pli-tv-kd8:1.5.8 #
อิมานิ โข ราชกุลานิ น สุกรานิ อสิปฺเปน อุปชีวิตุํ✎ ร่าง
“imāni kho rājakulāni na sukarāni asippena upajīvituṁ.
pli-tv-kd8:1.5.9 #
ยนฺนูนาหํ สิปฺปํ สิกฺเขยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ sippaṁ sikkheyyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน