เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ใช้ที่นั่งและที่นอนอันสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้า
เกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาว เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะวิจิตร
ด้วยลวดลาย เครื่องลาดที่มีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะ
วิจิตรด้วยรูปสัตว์ร้ายมีสีหะและเสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะมีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขน
ข้างเดียว เครื่องลาดทองและเงินแกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะ
จุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาดหลังช้าง เครื่องลาดหลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วย
หนังสัตว์ชื่ออชินะมีขนอ่อนนุ่ม เครื่องลาดอย่างดีทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่อง
ลาดมีหมอนข้าง ชาวบ้านเที่ยวชมวิหารไปพบเข้า จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือน
เหล่าคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ที่นั่งและ
ที่นอนอันสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าสูงเกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาว
เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะวิจิตรลวดลาย เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะสีขาว เครื่องลาดที่มี
สัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะวิจิตรด้วยรูปสัตว์ร้ายมีสีหะและ
เสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะมีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขนข้างเดียว เครื่องลาดทองและเงิน
แกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะจุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาด
หลังช้าง เครื่องลาดหลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์ชื่ออชินะ มีขนอ่อนนุ่ม
เครื่องลาดอย่างดีทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดมีหมอนข้าง รูปใดใช้ ต้อง
อาบัติทุกกฏ.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุจฺจาสยน-
มหาสยนานิ ธาเรนฺติ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū uccāsayanamahāsayanāni dhārenti, seyyathidaṁ—
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.502
อาสนฺทึ ปลฺลงฺกํ โคณกํ จิตฺตกํ
ปฏิกํ ปฏิลิกํ ตูลิกํ วิกติกํ อุทฺธโลมึ เอกนฺตโลมึ กฏิสฺสํ โกเสยฺยํ
กุตฺตกํ หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรํ รถตฺถรํ อชินปฺปเวณึ กทฺทลิมิค-
ปวรปจฺจถรณํ สอุตฺตรจฺฉทํ อุภโตโลหิตกูปธานํ ฯ✎ ร่าง
āsandiṁ, pallaṅkaṁ, gonakaṁ, cittakaṁ, paṭikaṁ, paṭalikaṁ, tūlikaṁ, vikatikaṁ, uddhalomiṁ, ekantalomiṁ, kaṭṭissaṁ, koseyyaṁ, kuttakaṁ, hatthattharaṁ, assattharaṁ, rathattharaṁ, ajinapaveṇiṁ, kadalimigapavarapaccattharaṇaṁ, sauttaracchadaṁ, ubhatolohitakūpadhānanti.
มนุสฺสา
วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ปสฺสิตฺวา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā vihāracārikaṁ āhiṇḍantā passitvā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯ✎ ร่าง
“seyyathāpi gihī kāmabhogino”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น
ภิกฺขเว อุจฺจาสยนมหาสยนานิ ธาเรตพฺพานิ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, uccāsayanamahāsayanāni dhāretabbāni, seyyathidaṁ—
อาสนฺทิ
ปลฺลงฺโก โคณโก จิตฺตโก ปฏิกา ปฏลิกา ตูลิกา วิกติกา
อุทฺธโลมี เอกนฺตโลมี กฏิสฺสํ โกเสยฺยํ กุตฺตกํ หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรํ
รถตฺถรํ อชินปฺปเวณิ กทฺทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ สอุตฺตรจฺฉทํ
อุภโตโลหิตกูปธานํ✎ ร่าง
āsandi, pallaṅko, gonako, cittako, paṭikā, paṭalikā, tūlikā, vikatikā, uddhalomi, ekantalomi, kaṭṭissaṁ, koseyyaṁ, kuttakaṁ, hatthattharaṁ, assattharaṁ, rathattharaṁ, ajinapaveṇi, kadalimigapavarapaccattharaṇaṁ, sauttaracchadaṁ, ubhatolohitakūpadhānaṁ.
โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Yo dhāreyya, āpatti dukkaṭassā”ti.
—
9. Sabbacammapaṭikkhepa