เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระเวลัฏฐสีสะพระอุปัชฌาย์ของท่านพระอานนท์
อาพาธเป็นโรคฝีดาดหรืออีสุกอีใส ผ้านุ่งผ้าห่มกรังอยู่ที่ตัวเพราะน้ำหนองของโรคนั้น ภิกษุ
ทั้งหลายเอาน้ำชุบๆ ผ้าเหล่านั้น แล้วค่อยๆ ดึงออกมา ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธ-
*ดำเนินไปตามเสนาสนะทอดพระเนตรเห็นภิกษุเหล่านั้นกำลังเอาน้ำชุบๆ ผ้านั้นแล้วค่อยๆ ดึง
ออกมา ครั้นแล้ว จึงเสด็จพระพุทธดำเนินเข้าไปทางภิกษุเหล่านั้น ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุรูปนี้อาพาธเป็นโรคอะไร?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านรูปนี้อาพาธเป็นโรคฝีดาดหรืออีสุกอีใส
ผ้ากรังอยู่ที่ตัว เพราะน้ำหนอง พวกข้าพระพุทธเจ้าเอาน้ำชุบๆ ผ้าเหล่านั้นแล้วค่อยๆ ดึง
ออกไป.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าปิดฝีแก่ภิกษุที่อาพาธ
เป็นฝีก็ดี เป็นพุพองก็ดี เป็นสิวก็ดี เป็นโรคฝีดาดหรืออีสุกอีใสก็ดี.
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อานนฺทสฺส อุปชฺฌายสฺส
อายสฺมโต เวลฏฺฐสีสสฺส ถุลฺลกจฺฉาพาโธ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmato ānandassa upajjhāyassa āyasmato belaṭṭhasīsassa thullakacchābādho hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.217
ตสฺส ลสิกาย
จีวรานิ กาเย ลคฺคนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tassa lasikāya cīvarāni kāye lagganti.
ตานิ ภิกฺขู อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา
อปกฑฺฒนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tāni bhikkhū udakena temetvā temetvā apakaḍḍhanti.
อถโข ๕- ภควา เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต
@เชิงอรรถ: ๑ ม. เตสํปิ ฯ ๒-๓ โป. ยุ. โอกฺกมยโต ฯ ๔ ม. สํโคเปติ ฯ ๕ โป. ม.@อทฺทสา โข ฯ ยุ. อทฺทสโข ฯ
เต ภิกฺขู ตานิ จีวรานิ อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา อปกฑฺฒนฺเต
ทิสฺวาน เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู
เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā senāsanacārikaṁ āhiṇḍanto te bhikkhū tāni cīvarāni udakena temetvā temetvā apakaḍḍhante, disvāna yena te bhikkhū tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā te bhikkhū etadavoca—
กึ อิมสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อาพาโธติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ imassa, bhikkhave, bhikkhuno ābādho”ti?
อิมสฺส ภนฺเต
อายสฺมโต ถุลฺลกจฺฉาพาโธ✎ ร่าง
“Imassa, bhante, āyasmato thullakacchābādho.
อ้างอิงPTS 1.296
ลสิกาย จีวรานิ กาเย ลคฺคนฺติ✎ ร่าง
Lasikāya cīvarāni kāye lagganti.
ตานิ มยํ อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา อปกฑฺฒามาติ ฯ✎ ร่าง
Tāni mayaṁ udakena temetvā temetvā apakaḍḍhāmā”ti.
อถโข
ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว ยสฺส กณฺฑุ วา ปิฬกา วา
อสฺสาโว วา ถุลฺลกจฺฉา วา อาพาโธ กณฺฑุปฏิจฺฉาทินฺติ ฯ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, yassa kaṇḍu vā piḷakā vā assāvo vā thullakacchu vā ābādho kaṇḍuppaṭicchādin”ti.