เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมก่อความบาดหมาง ก่อการ
ทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายปรึกษา
ตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท
ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เอาละ พวกเราจะลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้
เป็นวรรคโดยเทียมธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น สงฆ์ผู้อยู่ในที่ประชุมนั้นกล่าวคัดค้านว่า
กรรมเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม กรรมพร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม กรรมเป็นวรรคโดยธรรม
กรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรม กรรมพร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม กรรมไม่เป็นอันทำ
กรรมเป็นอันทำไม่ชอบ กรรมต้องทำใหม่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุในที่ประชุมนั้น พวกที่
กล่าวอย่างนี้ว่า กรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรม และพวกที่กล่าวอย่างนี้ว่า กรรมไม่เป็นอันทำ
กรรมเป็นอันทำไม่ชอบ กรรมต้องทำใหม่ บรรดาภิกษุในที่ประชุมนั้น สองพวกนี้เป็นธรรมวาที.
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก
วิวาทการโก ภสฺสการโก✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu bhaṇḍanakārako hoti …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.443
สงฺเฆ อธิกรณการโก ฯ✎ ร่าง
saṅghe adhikaraṇakārako.
ตตฺร เจ
ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tatra ce bhikkhūnaṁ evaṁ hoti—
อยํ โข อาวุโส ภิกฺขุ ภณฺฑนการโก
กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก✎ ร่าง
‘ayaṁ kho, āvuso, bhikkhu bhaṇḍanakārako …pe…
สงฺเฆ อธิกรณการโก✎ ร่าง
saṅghe adhikaraṇakārako.
หนฺทสฺส มยํ ตชฺชนียกมฺมํ กโรมาติ ฯ✎ ร่าง
Handassa mayaṁ tajjanīyakammaṁ karomā’ti.
เต ตสฺส ตชฺชนียกมฺมํ
กโรนฺติ✎ ร่าง
Te tassa tajjanīyakammaṁ karonti—
ธมฺมปฏิรูปเกน วคฺคา ฯ✎ ร่าง
dhammapatirūpakena vaggā.
ตตฺรฏฺโฐ สงฺโฆ วิวทติ✎ ร่าง
Tatraṭṭho saṅgho vivadati—
อธมฺเมน
วคฺคกมฺมํ อธมฺเมน สมคฺคกมฺมํ ธมฺเมน วคฺคกมฺมํ ธมฺมปฏิรูปเกน
วคฺคกมฺมํ ธมฺมปฏิรูปเกน สมคฺคกมฺมํ อกตํ กมฺมํ ทุกฺกฏํ
กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ กมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘adhammena vaggakammaṁ, adhammena samaggakammaṁ, dhammena vaggakammaṁ, dhammapatirūpakena vaggakammaṁ, dhammapatirūpakena samaggakammaṁ, akataṁ kammaṁ dukkaṭaṁ kammaṁ puna kātabbaṁ kamman’ti.
ตตฺร ภิกฺขเว เย เต ภิกฺขู
เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Tatra, bhikkhave, ye te bhikkhū evamāhaṁsu—
ธมฺมปฏิรูปเกน วคฺคกมฺมนฺติ เย จ เต ภิกฺขู
เอวมาหํสุ✎ ร่าง
‘dhammapatirūpakena samaggakamman’ti, ye ca te bhikkhū evamāhaṁsu—
อกตํ กมฺมํ ทุกฺกฏํ กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ กมฺมนฺติ ฯ
อิเม ตตฺถ ภิกฺขู ธมฺมวาทิโน ฯ✎ ร่าง
‘akataṁ kammaṁ dukkaṭaṁ kammaṁ puna kātabbaṁ kamman’ti, ime tattha bhikkhū dhammavādino.