‹ กลับ
เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 238 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๕๙๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตพระนคร โกสัมพี ครั้งนั้น ยังมีภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติแล้ว มีความเห็นในอาบัตินั้นว่าเป็นอาบัติ แต่ภิกษุ เหล่าอื่นมีความเห็นในอาบัตินั้นว่าไม่เป็นอาบัติ สมัยต่อมา ภิกษุรูปนั้นกลับมีความเห็นใน อาบัตินั้นว่าไม่เป็นอาบัติ แต่ภิกษุเหล่าอื่นมีความเห็นในอาบัตินั้นว่าเป็นอาบัติ จึงภิกษุเหล่านั้น ได้ถามภิกษุนั้นว่า อาวุโส ท่านต้องอาบัติ ท่านเห็นอาบัตินั้นหรือไม่? ภิกษุรูปนั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมไม่มีอาบัติที่จะพึงเห็น ภายหลังภิกษุเหล่านั้นหาสมัครพรรคพวกได้ จึงยก ภิกษุรูปนั้นเสีย เพราะไม่เห็นอาบัติ. แท้จริง ภิกษุรูปนั้นเป็นผู้คงแก่เรียน ช่ำชองคัมภีร์ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต ฉลาด มีปัญญา มีความละอาย รังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา จึงภิกษุรูปนั้นเข้าไปหา บรรดาภิกษุที่เป็นเพื่อนเคยเห็น เคยคบกันมา แล้วได้กล่าวคำนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย นั่นไม่เป็น อาบัติ นั่นเป็นอาบัติหามิได้ ผมไม่ต้องอาบัติ ผมต้องอาบัติหามิได้ ผมไม่ต้องถูกยก ผมต้อง ถูกยกหามิได้ ผมถูกยกด้วยกรรมไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ ขอท่านทั้งหลายจงกรุณา เป็นฝักฝ่ายของผมโดยธรรม โดยวินัยด้วยเถิด ภิกษุรูปนั้นได้ภิกษุที่เป็นเพื่อนเคยเห็น เคยคบ กันมา เป็นฝักฝ่ายแล้ว ได้ส่งทูตไปในสำนักภิกษุชาวชนบทที่เป็นเพื่อนเคยเห็น เคยคบกันมาว่า อาวุโสทั้งหลาย นั่นไม่เป็นอาบัติ นั่นเป็นอาบัติหามิได้ ผมไม่ต้องอาบัติ ผมต้องอาบัติหามิได้ ผมไม่ต้องถูกยก ผมเป็นผู้ถูกยกหามิได้ ผมถูกยกด้วยกรรมไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ ขอท่านทั้งหลายจงกรุณาเป็นฝักฝ่ายของผมโดยธรรม โดยวินัยด้วยเถิด ดังนี้ ได้พวกภิกษุ ชาวชนบทที่เป็นเพื่อนเคยเห็น เคยคบกันมา เป็นฝักฝ่าย. ครั้งนั้น พวกภิกษุที่สนับสนุนผู้ถูกยกเหล่านั้น ได้เข้าไปหาภิกษุพวกที่ยก แล้วได้กล่าว คำนี้แก่ภิกษุพวกที่ยกว่า อาวุโสทั้งหลาย นั้นไม่เป็นอาบัติ นั่นเป็นอาบัติหามิได้ ภิกษุนั้นไม่ต้อง อาบัติ ภิกษุนั้นต้องอาบัติหามิได้ ภิกษุนั้นไม่ต้องถูกยก ภิกษุนั้นเป็นผู้ถูกยกหามิได้ ภิกษุนั้น ถูกยก ด้วยกรรมไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ. เมื่อภิกษุพวกสนับสนุนผู้ถูกยกกล่าวอย่างนี้แล้ว ภิกษุพวกยก ได้กล่าวคำนี้แก่ภิกษุ พวกสนับสนุนผู้ถูกยกว่า อาวุโสทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ภิกษุนั้น ต้องอาบัติ ไม่ต้องอาบัติหามิได้ ภิกษุนั้นต้องถูกยกแล้ว ไม่ต้องถูกยกหามิได้ ภิกษุนั้นถูกยกแล้ว ด้วยกรรมเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ขอท่านทั้งหลายอย่าสนับสนุน อย่าตามห้อมล้อม ภิกษุผู้ถูกยกนั้นเลย. ภิกษุพวกสนับสนุนผู้ถูกยกเหล่านั้น อันภิกษุพวกยกว่ากล่าวอยู่แม้อย่างนี้แล ก็ยัง สนับสนุน ยังตามห้อมล้อมภิกษุผู้ถูกยกนั้นอย่างเดิมนั่นแหละ.
เทียบรายประโยค (38 ประโยค)
pli-tv-kd10:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā kosambiyaṁ viharati ghositārāme.
อ้างอิงPTS 1.337 · สยามรัฐ 5.312 · ฉัฏฐสังคายนา 89.457 · พุทธชยันตี 3.842
pli-tv-kd10:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu āpattiṁ āpanno hoti.
pli-tv-kd10:1.1.3 #
โส ตสฺสา อาปตฺติยา อาปตฺติทิฏฺฐิ โหติ✎ ร่าง
So tassā āpattiyā āpattidiṭṭhi hoti;
pli-tv-kd10:1.1.4 #
อญฺเญ ภิกฺขู ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
aññe bhikkhū tassā āpattiyā anāpattidiṭṭhino honti.
pli-tv-kd10:1.1.5 #
โส อปเรน สมเยน ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ โหติ✎ ร่าง
So aparena samayena tassā āpattiyā anāpattidiṭṭhi hoti;
pli-tv-kd10:1.1.6 #
อญฺเญ ภิกฺขู ตสฺสา อาปตฺติยา อาปตฺติทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
aññe bhikkhū tassā āpattiyā āpattidiṭṭhino honti.
pli-tv-kd10:1.1.7 #
อถโข เต ภิกฺขู ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū taṁ bhikkhuṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd10:1.1.8 #
อาปตฺตึ ตฺวํ *- อาวุโส อาปนฺโน ปสฺสเสตํ อาปตฺตินฺติ ฯ✎ ร่าง
“āpattiṁ tvaṁ, āvuso, āpanno, passasetaṁ āpattin”ti?
pli-tv-kd10:1.1.9 #
นตฺถิ เม อาวุโส อาปตฺติ ยมหํ ปสฺเสยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Natthi me, āvuso, āpatti yamahaṁ passeyyan”ti.
pli-tv-kd10:1.1.10 #
อถโข เต ภิกฺขู สามคฺคึ ลภิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū sāmaggiṁ labhitvā taṁ bhikkhuṁ āpattiyā adassane ukkhipiṁsu.
pli-tv-kd10:1.2.1 #
โส จ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต โหติ อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ✎ ร่าง
So ca bhikkhu bahussuto hoti āgatāgamo dhammadharo vinayadharo mātikādharo paṇḍito byatto medhāvī lajjī kukkuccako sikkhākāmo.
pli-tv-kd10:1.2.2 #
อถโข โส ภิกฺขุ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū upasaṅkamitvā etadavoca—
pli-tv-kd10:1.2.3 #
อนาปตฺติ เอสา อาวุโส เนสา อาปตฺติ✎ ร่าง
“anāpatti esā, āvuso, nesā āpatti.
pli-tv-kd10:1.2.4 #
อนาปนฺโนมฺหิ นมฺหิ อาปนฺโน✎ ร่าง
Anāpannomhi, namhi āpanno.
pli-tv-kd10:1.2.5 #
อนุกฺขิตฺโตมฺหิ นมฺหิ อุกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Anukkhittomhi, namhi ukkhitto.
pli-tv-kd10:1.2.6 #
อธมฺมิเกนมฺหิ กมฺเมน อุกฺขิตฺโต กุปฺเปน อฏฺฐานารเหน✎ ร่าง
Adhammikenamhi kammena ukkhitto kuppena aṭṭhānārahena.
pli-tv-kd10:1.2.7 #
โหถ เม อายสฺมนฺโต ธมฺมโต วินยโต ปกฺขาติ ฯ✎ ร่าง
Hotha me āyasmanto dhammato vinayato pakkhā”ti.
pli-tv-kd10:1.2.8 #
อลภิ โข โส ภิกฺขุ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ปกฺเข ฯ✎ ร่าง
Alabhi kho so bhikkhu sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū pakkhe.
pli-tv-kd10:1.2.9 #
ชานปทานํ✎ ร่าง
Jānapadānampi sandiṭṭhānaṁ sambhattānaṁ bhikkhūnaṁ santike dūtaṁ pāhesi—
pli-tv-kd10:1.2.10 #
“anāpatti esā, āvuso, nesā āpatti.
pli-tv-kd10:1.2.11 #
Anāpannomhi, namhi āpanno.
pli-tv-kd10:1.2.12 #
Anukkhittomhi, namhi ukkhitto.
pli-tv-kd10:1.2.13 #
Adhammikenamhi kammena ukkhitto kuppena aṭṭhānārahena.
pli-tv-kd10:1.2.14 #
Hontu me āyasmanto dhammato vinayato pakkhā”ti.
pli-tv-kd10:1.2.15 #
Alabhi kho so bhikkhu jānapadepi sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū pakkhe.
pli-tv-kd10:1.3.1 #
Atha kho te ukkhittānuvattakā bhikkhū yena ukkhepakā bhikkhū tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā ukkhepake bhikkhū etadavocuṁ—
pli-tv-kd10:1.3.2 #
“anāpatti esā, āvuso, nesā āpatti.
pli-tv-kd10:1.3.3 #
Anāpanno eso bhikkhu, neso bhikkhu āpanno.
pli-tv-kd10:1.3.4 #
Anukkhitto eso bhikkhu, neso bhikkhu ukkhitto.
pli-tv-kd10:1.3.5 #
Adhammikena kammena ukkhitto kuppena aṭṭhānārahenā”ti.
pli-tv-kd10:1.3.6 #
Evaṁ vutte, ukkhepakā bhikkhū ukkhittānuvattake bhikkhū etadavocuṁ—
pli-tv-kd10:1.3.7 #
“āpatti esā, āvuso, nesā anāpatti.
pli-tv-kd10:1.3.8 #
Āpanno eso bhikkhu, neso bhikkhu anāpanno.
pli-tv-kd10:1.3.9 #
Ukkhitto eso bhikkhu, neso bhikkhu anukkhitto.
pli-tv-kd10:1.3.10 #
Dhammikena kammena ukkhitto akuppena ṭhānārahena.
อ้างอิงPTS 1.338
pli-tv-kd10:1.3.11 #
Mā kho tumhe āyasmanto etaṁ ukkhittakaṁ bhikkhuṁ anuvattittha anuparivārethā”ti.
pli-tv-kd10:1.3.12 #
Evampi kho te ukkhittānuvattakā bhikkhū ukkhepakehi bhikkhūhi vuccamānā tatheva taṁ ukkhittakaṁ bhikkhuṁ anuvattiṁsu anuparivāresuṁ.
pli-tv-kd10:1.4.1 #
Atha kho aññataro bhikkhu yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.314 · ฉัฏฐสังคายนา 89.459 · พุทธชยันตี 3.846
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน