‹ กลับ
เสด็จพาลกโลณการกคาม
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 248 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๖๓๙๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคกำลังประทับอยู่ท่ามกลางสงฆ์ตรัสพระคาถาเหล่านี้ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางบ้านพาลกโลณการกคาม ก็สมัยนั้นท่านพระภคุพักอยู่ที่บ้าน พาลกโลณการกคาม ได้แลเห็นพระผู้มีพระภาคกำลังเสด็จพระพุทธดำเนินมาแต่ไกลเทียว ครั้น แล้วได้จัดที่ประทับ ตั้งน้ำล้างพระบาท ตั่งรองพระบาท กระเบื้องเช็ดพระบาท ไปรับเสด็จ รับบาตรจีวร พระผู้มีพระภาคประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่จัดไว้ ครั้นแล้วให้ล้างพระบาทยุคล ฝ่ายท่านพระภคุถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสคำนี้แก่ท่านพระภคุผู้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า ดูกรภิกษุ เธอยังพอทนได้หรือ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้หรือ เธอไม่ลำบากด้วยอาหารบิณฑบาตหรือ? ท่านพระภคุกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้า ยังพอทนได้ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้ และ ข้าพระพุทธเจ้าก็ไม่ลำบากด้วยอาหารบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า. จึงพระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้ท่านพระภคุเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วย ธรรมีกถา แล้วเสด็จลุกจากที่ประทับ เสด็จพุทธดำเนินไปทางปราจีนวังสทายวัน ก็สมัยนั้น ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละ พักอยู่ที่ปราจีน วังสทายวัน คนเฝ้าสวนได้แลเห็นพระผู้มีพระภาคมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระสมณะ พระองค์อย่าเสด็จเข้ามาสู่สวนนี้ เพราะในสวนนี้มีกุลบุตรอยู่ ๓ ท่าน ต่างกำลังมุ่งประโยชน์ของตนอยู่ พระองค์อย่าได้ทำความไม่สำราญแก่พวกนั้นเลย ท่านพระอนุรุทธะได้ยินเสียงคนเฝ้าสวน กำลังโต้ตอบอยู่กับพระผู้มีพระภาค จึงได้บอก คนเฝ้าสวนว่า นายทายบาล ท่านอย่าห้ามพระผู้มีพระภาคเลย พระองค์เป็นศาสดาของพวกเรา เสด็จมาถึงแล้วโดยลำดับ ครั้นแล้วเข้าไปหาท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละ ได้แจ้งความ ข้อนี้แก่ท่านทั้งสองว่า จงรีบออกไปเถิด พวกท่าน จงรีบออกไปเถิด พวกท่าน พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นศาสดาของพวกเราเสด็จมาถึงแล้ว โดยลำดับ จึงท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และ ท่านพระกิมพิละ พากันลุกไปรับเสด็จพระผู้มีพระภาค รูปหนึ่งรับบาตรจีวรของพระผู้มีพระภาค รูปหนึ่งปูอาสนะ รูปหนึ่งตั้งน้ำล้างพระบาท ตั่งรองพระบาท กระเบื้องเช็ดพระบาท พระผู้มี พระภาคประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่จัดไว้ ครั้นแล้วให้ล้างพระบาทยุคล ท่านเหล่านั้นก็ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะนั่งเรียบร้อย แล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า อนุรุทธะพวกเธอยังพอทนได้หรือ ยังพอให้อัตภาพเป็นไป ได้หรือ ไม่ลำบากด้วยอาหารบิณฑบาตหรือ? พวกท่านพระอนุรุทธะกราบทูลว่า พวกข้าพระพุทธเจ้า ยังพอทนได้ ยังพอให้อัตภาพ เป็นไปได้ และพวกข้าพระพุทธเจ้า ไม่ลำบากด้วยอาหารบิณฑบาตพระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรพวกอนุรุทธะ ก็พวกเธอยังพร้อมเพรียงกัน ยังปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดุจน้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่หรือ? อ. ข้าพระพุทธเจ้าเหล่านั้นยังพร้อมเพรียงกัน ยังปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดุจ น้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่ โดยส่วนเดียว พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรพวกอนุรุทธะ พวกเธอพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดุจ น้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่ ด้วยวิธีอย่างไรเล่า? อ. พระพุทธเจ้าข้า ในข้อนี้ข้าพระพุทธเจ้ามีความคิดอย่างนี้ว่า เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้ว ที่เราได้อยู่ร่วมกับเพื่อนสพรหมจารีเห็นปานนี้ ข้าพระพุทธเจ้านั้น ได้เข้าไปตั้ง เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมไว้ในท่านเหล่านี้ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ข้าพระพุทธเจ้านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ เราพึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิต ของท่านเหล่านี้เท่านั้น ดังนี้ แล้ววางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้แหละ กายของพวกข้าพระพุทธเจ้าต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือนดวงเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า ฝ่ายท่านพระนันทิยะและท่านกิมพิละ ต่างได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็มีความคิดอย่างนี้ว่า เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่เราได้อยู่ร่วมกับเพื่อนสพรหมจารีเห็นปานนี้ ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้เข้าไปตั้งเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ไว้ในท่านเหล่านี้ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ข้าพระพุทธเจ้านั้นมี ความคิดอย่างนี้ว่าไฉนหนอ เราพึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้เท่านั้น ดังนี้ แล้ววางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้แหละ กายของพวกข้าพระพุทธเจ้า ต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือนดวงเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้พร้อม เพรียงกัน ยังปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดุจน้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่ รักอยู่ ด้วยวิธีอย่างนี้แล พระพุทธเจ้าข้า พ. ดูกรพวกอนุรุทธะ ก็พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีตนส่งไป อยู่หรือ? อ. พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีตนส่งไปอยู่โดย ส่วนเดียว พระพุทธเจ้าข้า พ. ดูกรพวกอนุรุทธะ พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีตนส่งไปอยู่ ด้วยวิธีอย่างไรเล่า? อ. พระพุทธเจ้า ในข้อนี้ บรรดาพวกข้าพระพุทธเจ้า รูปใดบิณฑบาตกลับจากบ้านก่อน รูปนั้นก็ปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้าไว้ ล้างสำรับกับข้าวแล้วตั้งไว้ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้ รูปใดบิณฑบาตกลับจากบ้านทีหลัง ถ้ามีอาหารที่ฉันแล้วเหลืออยู่ ถ้าต้องการ ก็ฉัน ถ้าไม่ต้องการ ก็เททิ้งในที่ปราศจากของเขียวสด หรือล้างเสียในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ รูปนั้น รื้ออาสนะเก็บน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ล้างสำรับกับข้าวแล้วเก็บไว้ เก็บน้ำฉัน น้ำใช้ กวาดโรงฉัน รูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำในวัจจกุฎีว่างเปล่า รูปนั้น ก็ตักน้ำตั้งไว้ ถ้ารูปนั้นไม่สามารถ พวกข้าพระพุทธเจ้าก็กวักมือเรียกเพื่อนมา แล้วช่วยกันตักยก เข้าไปตั้งไว้ แต่พวกข้าพระพุทธเจ้ามิได้บ่นว่า เพราะข้อนั้นเป็นเหตุเลย และพวกข้าพระพุทธเจ้า นั่งประชุมกันด้วยธรรมีกถาตลอดคืนยันรุ่งทุกๆ ๕ วัน พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีตนส่งไปอยู่ ด้วยวิธีอย่างนี้แล พระพุทธเจ้าข้า ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงชี้แจง ให้ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และ ท่านพระกิมพิละ เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา แล้วทรงลุกจากที่ประทับ เสด็จพระพุทธดำเนินไปทางตำบลบ้านปาริไลยกะ เสด็จจาริกโดยลำดับ ถึงตำบลบ้านปาริไลยกะ ทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ที่โคนไม้รังใหญ่ ในไพรสณฑ์รักขิตวัน เขตตำบลบ้านปาริไลยกะนั้น.
เทียบรายประโยค (54 ประโยค)
pli-tv-kd10:4.1.1 #
อถโข ภควา สงฺฆมชฺเฌ ฐิตโก ว อิมา คาถาโย ภาสิตฺวา เยน พาลกโลณการกคาโม ๑- เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā saṅghamajjhe ṭhitakova imā gāthāyo bhāsitvā yena bālakaloṇakagāmo tenupasaṅkami.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.472 · พุทธชยันตี 3.872
pli-tv-kd10:4.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ภคุ พาลกโลณการกคาเม วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā bhagu bālakaloṇakagāme viharati.
pli-tv-kd10:4.1.3 #
อทฺทสา โข อายสฺมา ภคุ ภควนฺตํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน อาสนํ ปญฺญาเปสิ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ ฯ✎ ร่าง
Addasā kho āyasmā bhagu bhagavantaṁ dūratova āgacchantaṁ, disvāna āsanaṁ paññapesi, pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipi, paccuggantvā pattacīvaraṁ paṭiggahesi.
pli-tv-kd10:4.1.4 #
นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสชฺช ปาเท ปกฺขาเลสิ ฯ✎ ร่าง
Nisīdi bhagavā paññatte āsane, nisajja kho bhagavā pāde pakkhālesi.
pli-tv-kd10:4.1.5 #
อายสฺมาปิ โข ภคุ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Āyasmāpi kho bhagu bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd10:4.1.6 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ภคุํ ภควา เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho āyasmantaṁ bhaguṁ bhagavā etadavoca—
pli-tv-kd10:4.1.7 #
กจฺจิ ภิกฺขุ ขมนียํ✎ ร่าง
“kacci, bhikkhu, khamanīyaṁ;
pli-tv-kd10:4.1.8 #
กจฺจิ ยาปนียํ กจฺจิ ปิณฺฑเกน น กิลมสีติ ฯ✎ ร่าง
kacci yāpanīyaṁ, kacci piṇḍakena na kilamasī”ti?
pli-tv-kd10:4.1.9 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd10:4.1.10 #
น จาหํ ภนฺเต ปิณฺฑเกน กิลมามีติ ฯ✎ ร่าง
na cāhaṁ, bhante, piṇḍakena kilamāmī”ti.
pli-tv-kd10:4.1.11 #
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ ภคุํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา เยน ปาจีนวํสทาโย เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ bhaguṁ dhammiyā kathāya sandassetvā samādapetvā samuttejetvā sampahaṁsetvā uṭṭhāyāsanā yena pācīnavaṁsadāyo tenupasaṅkami.
pli-tv-kd10:4.2.0 #
4. Pācīnavaṁsadāyagamanakathā
pli-tv-kd10:4.2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ อายสฺมา จ นนฺทิโย อายสฺมา จ กิมฺพิโล ๒- ปาจีนวํสทาเย วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā ca anuruddho āyasmā ca nandiyo āyasmā ca kimilo pācīnavaṁsadāye viharanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.338
pli-tv-kd10:4.2.2 #
อทฺทสา โข ทายปาโล ภควนฺตํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasā kho dāyapālo bhagavantaṁ dūratova āgacchantaṁ, disvāna bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd10:4.2.3 #
มา สมณ เอตํ ทายํ ปาวิสิ✎ ร่าง
“mā, samaṇa, etaṁ dāyaṁ pāvisi.
pli-tv-kd10:4.2.4 #
สนฺเตตฺถ ตโย กุลปุตฺตา @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. พาลกโลณการคาโม ฯ ม. พาลกโลณกคาโม ฯ ๒ ม. กิมิโล ฯ อตฺตกามรูปา วิหรนฺติ✎ ร่าง
Santettha tayo kulaputtā attakāmarūpā viharanti.
pli-tv-kd10:4.2.5 #
มา เตสํ อผาสุมกาสีติ ฯ✎ ร่าง
Mā tesaṁ aphāsumakāsī”ti.
pli-tv-kd10:4.2.6 #
อสฺโสสิ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ ทายปาลสฺส ภควตา สทฺธึ มนฺตยมานสฺส สุตฺวาน ทายปาลํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Assosi kho āyasmā anuruddho dāyapālassa bhagavatā saddhiṁ mantayamānassa, sutvāna dāyapālaṁ etadavoca—
pli-tv-kd10:4.2.7 #
มา อาวุโส ทายปาล ภควนฺตํ วาเรสิ✎ ร่าง
“māvuso dāyapāla, bhagavantaṁ vāresi.
pli-tv-kd10:4.2.8 #
สตฺถา โน ภควา อนุปฺปตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
Satthā no bhagavā anuppatto”ti.
อ้างอิงPTS 1.351
pli-tv-kd10:4.2.9 #
อถโข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เยนายสฺมา จ นนฺทิโย อายสฺมา จ กิมฺพิโล เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตญฺจ นนฺทิยํ อายสฺมนฺตญฺจ กิมฺพิลํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā anuruddho yenāyasmā ca nandiyo āyasmā ca kimilo tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantañca nandiyaṁ āyasmantañca kimilaṁ etadavoca—
pli-tv-kd10:4.2.10 #
อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต สตฺถา โน ภควา อนุปฺปตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“abhikkamathāyasmanto abhikkamathāyasmanto, satthā no bhagavā anuppatto”ti.
pli-tv-kd10:4.3.1 #
อถโข อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ อายสฺมา จ นนฺทิโย อายสฺมา จ กิมฺพิโล ภควนฺตํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เอโก ภควโต ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคเหสิ เอโก อาสนํ ปญฺญาเปสิ เอโก ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ca anuruddho āyasmā ca nandiyo āyasmā ca kimilo bhagavantaṁ paccuggantvā eko bhagavato pattacīvaraṁ paṭiggahesi, eko āsanaṁ paññapesi, eko pādodakaṁ pādapīṭhaṁ pādakathalikaṁ upanikkhipi.
pli-tv-kd10:4.3.2 #
นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสชฺช✎ ร่าง
Nisīdi bhagavā paññatte āsane, nisajja kho bhagavā pāde pakkhālesi.
pli-tv-kd10:4.3.3 #
Tepi kho āyasmanto bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd10:4.3.4 #
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho āyasmantaṁ anuruddhaṁ bhagavā etadavoca—
pli-tv-kd10:4.3.5 #
“kacci vo, anuruddhā, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ;
pli-tv-kd10:4.3.6 #
kacci piṇḍakena na kilamathā”ti?
pli-tv-kd10:4.3.7 #
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd10:4.3.8 #
na ca mayaṁ, bhante, piṇḍakena kilamāmā”ti.
pli-tv-kd10:4.3.9 #
“Kacci pana vo, anuruddhā, samaggā sammodamānā avivadamānā khīrodakībhūtā aññamaññaṁ piyacakkhūhi sampassantā viharathā”ti?
อ้างอิงสยามรัฐ 5.339 · ฉัฏฐสังคายนา 89.473 · พุทธชยันตี 3.874
pli-tv-kd10:4.3.10 #
“Taggha mayaṁ, bhante, samaggā sammodamānā avivadamānā khīrodakībhūtā aññamaññaṁ piyacakkhūhi sampassantā viharāmā”ti.
pli-tv-kd10:4.3.11 #
“Yathā kathaṁ pana tumhe, anuruddhā, samaggā sammodamānā avivadamānā khīrodakībhūtā aññamaññaṁ piyacakkhūhi sampassantā viharathā”ti?
pli-tv-kd10:4.4.1 #
“Idha mayhaṁ, bhante, evaṁ hoti—
pli-tv-kd10:4.4.2 #
‘lābhā vata me, suladdhaṁ vata me, yohaṁ evarūpehi sabrahmacārīhi saddhiṁ viharāmī’ti.
pli-tv-kd10:4.4.3 #
Tassa mayhaṁ, bhante, imesu āyasmantesu mettaṁ kāyakammaṁ paccupaṭṭhitaṁ āvi ceva raho ca;
pli-tv-kd10:4.4.4 #
mettaṁ vacīkammaṁ …
pli-tv-kd10:4.4.5 #
mettaṁ manokammaṁ paccupaṭṭhitaṁ āvi ceva raho ca.
pli-tv-kd10:4.4.6 #
Tassa mayhaṁ, bhante, evaṁ hoti—
pli-tv-kd10:4.4.7 #
‘yannūnāhaṁ sakaṁ cittaṁ nikkhipitvā imesaṁyeva āyasmantānaṁ cittassa vasena vatteyyan’ti.
pli-tv-kd10:4.4.8 #
So kho ahaṁ, bhante, sakaṁ cittaṁ nikkhipitvā imesaṁyeva āyasmantānaṁ cittassa vasena vattāmi.
pli-tv-kd10:4.4.9 #
Nānā hi kho no, bhante, kāyā, ekañca pana maññe cittan”ti.
pli-tv-kd10:4.4.10 #
Āyasmāpi kho nandiyo …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 5.340
pli-tv-kd10:4.4.11 #
āyasmāpi kho kimilo bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd10:4.4.12 #
“mayhampi kho, bhante, evaṁ hoti—
pli-tv-kd10:4.4.13 #
‘lābhā vata me, suladdhaṁ vata me, yohaṁ evarūpehi sabrahmacārīhi saddhiṁ viharāmī’ti.
pli-tv-kd10:4.4.14 #
Tassa mayhaṁ, bhante, imesu āyasmantesu mettaṁ kāyakammaṁ paccupaṭṭhitaṁ āvi ceva raho ca;
pli-tv-kd10:4.4.15 #
mettaṁ vacīkammaṁ mettaṁ manokammaṁ paccupaṭṭhitaṁ āvi ceva raho ca.
pli-tv-kd10:4.4.16 #
Tassa mayhaṁ, bhante, evaṁ hoti—
pli-tv-kd10:4.4.17 #
‘yannūnāhaṁ sakaṁ cittaṁ nikkhipitvā imesaṁyeva āyasmantānaṁ cittassa vasena vatteyyan’ti.
pli-tv-kd10:4.4.18 #
So kho ahaṁ, bhante, sakaṁ cittaṁ nikkhipitvā imesaṁyeva āyasmantānaṁ cittassa vasena vattāmi.
pli-tv-kd10:4.4.19 #
Nānā hi kho no, bhante, kāyā, ekañca pana maññe cittanti.
pli-tv-kd10:4.4.20 #
Evaṁ kho mayaṁ, bhante, samaggā sammodamānā avivadamānā khīrodakībhūtā aññamaññaṁ piyacakkhūhi sampassantā viharāmā”ti.
pli-tv-kd10:4.5.1 #
“Kacci pana vo, anuruddhā, appamattā ātāpino pahitattā viharathā”ti?
อ้างอิงPTS 1.352 · ฉัฏฐสังคายนา 89.474
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน