‹ กลับ
พระพุทธานุญาตงบน้ำอ้อย
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 53 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๑๑๔๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๓] ก็โดยสมัยนั้นแล งาใหม่และน้ำผึ้งใหม่บังเกิดแก่พราหมณ์ผู้หนึ่ง จึงพราหมณ์ นั้นได้คิดตกลงว่า ผิฉะนั้น เราพึงถวายงาใหม่และน้ำผึ้งใหม่แก่ภิกษุสงฆ์ มีองค์พระพุทธเจ้า เป็นประมุข ครั้นแล้วได้ไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วได้ทูลปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้น ผ่านการทูลปราศรัยพอให้เป็นที่บันเทิง เป็นที่ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พราหมณ์ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอท่านพระโคดมพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของข้าพระพุทธเจ้าใน วันพรุ่งนี้ เพื่อเจริญบุญกุศล และปีติปราโมทย์แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด. พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ ครั้นพราหมณ์นั้นทราบการรับนิมนต์ของ พระผู้มีพระภาค แล้วกลับไป แล้วสั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีตโดยผ่านราตรีนั้นแล้ว ให้คนไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้วท่านพระโคดม ภัตตาหารเสร็จแล้ว. ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเสด็จ พระพุทธดำเนินไปสู่นิเวศน์ของพราหมณ์นั้น ครั้นถึงแล้ว ประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขา จัดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงพราหมณ์นั้นอังคาสภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วย ขาทนียโภชนียาหารอันประณีต ด้วยมือของตน จนพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จแล้ว ทรงนำ พระหัตถ์ออกจากบาตรห้ามภัตรแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจง พราหมณ์นั้นผู้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา แล้วลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ ครั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จกลับแล้วไม่ทันนาน พราหมณ์นั้นระลึก ขึ้นได้ว่า เราคิดว่าจักถวายงาใหม่และน้ำผึ้งใหม่ จึงได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เพื่อถวายไทยธรรมเหล่าใด ไทยธรรมเหล่านั้นเราลืมถวาย ผิฉะนั้น เราพึงให้เขาจัดงาใหม่และ น้ำผึ้งใหม่บรรจุขวดและหม้อนำไปสู่อาราม ดังนี้ แล้วให้เขาจัดงาใหม่และน้ำผึ้งใหม่บรรจุขวด และหม้อนำไปสู่อาราม เข้าไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ข้าพระพุทธเจ้าคิดว่าจักถวายงาใหม่และ น้ำผึ้งใหม่ จึงได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เพื่อถวายไทยธรรมเหล่าใด ไทยธรรม เหล่านั้นข้าพระพุทธเจ้าลืมถวาย ขอท่านพระโคดมโปรดรับงาใหม่และน้ำผึ้งใหม่ของข้าพระ- *พุทธเจ้าเถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น เธอจงถวายแก่ภิกษุทั้งหลาย. ก็คราวนั้นอัตคัดอาหาร ภิกษุทั้งหลายรับสิ่งของเล็กน้อยแล้วห้ามเสียบ้าง พิจารณาแล้ว ห้ามเสียบ้าง เป็นอันว่าพระสงฆ์ล้วนเป็นผู้ห้ามภัตรทั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับประเคน. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคน ฉันเถิด เราอนุญาตให้ภิกษุฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว ฉันโภชนะอันไม่เป็นเดน ซึ่งนำมาจากสถาน ที่ฉัน.
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
pli-tv-kd6:18.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส นวา จ ติลา นวญฺจ มธุ ๒- อุปฺปนฺนา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarassa brāhmaṇassa navā ca tilā navañca madhu uppannā honti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.63
pli-tv-kd6:18.1.2 #
อถโข ตสฺส พฺราหฺมณสฺส @เชิงอรรถ: ๑ สี. อุคฺคหีตปฏิคฺคหีตกนฺติ ฯ ม. ยุ. อุคฺคหิตํ ปฏิคฺคหิตุนฺติ ฯ@๒ ม. ยุ. มธุํ ฯ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tassa brāhmaṇassa etadahosi—
pli-tv-kd6:18.1.3 #
ยนฺนูนาหํ นเว จ ติเล นวญฺจ มธุํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทเทยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ nave ca tile navañca madhuṁ buddhappamukhassa bhikkhusaṅghassa dadeyyan”ti.
pli-tv-kd6:18.1.4 #
อถโข โส พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavatā saddhiṁ paṭisammodi, sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
pli-tv-kd6:18.1.5 #
เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho so brāhmaṇo bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:18.1.6 #
อธิวาเสตุ เม ภนฺเต ภวํ โคตโม สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ✎ ร่าง
“adhivāsetu me bhavaṁ gotamo svātanāya bhattaṁ, saddhiṁ bhikkhusaṅghenā”ti.
pli-tv-kd6:18.1.7 #
อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ✎ ร่าง
Adhivāsesi bhagavā tuṇhībhāvena.
pli-tv-kd6:18.1.8 #
อถโข โส พฺราหฺมโณ ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo bhagavato adhivāsanaṁ viditvā pakkāmi.
อ้างอิงPTS 1.213
pli-tv-kd6:18.2.1 #
อถโข โส พฺราหฺมโณ ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo tassā rattiyā accayena paṇītaṁ khādanīyaṁ bhojanīyaṁ paṭiyādāpetvā bhagavato kālaṁ ārocāpesi—
pli-tv-kd6:18.2.2 #
กาโล โภ โคตม นิฏฺฐิตํ ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kālo, bho gotama, niṭṭhitaṁ bhattan”ti.
pli-tv-kd6:18.2.3 #
อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena tassa brāhmaṇassa nivesanaṁ tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi, saddhiṁ bhikkhusaṅghena.
pli-tv-kd6:18.2.4 #
อถโข โส พฺราหฺมโณ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo buddhappamukhaṁ bhikkhusaṅghaṁ paṇītena khādanīyena bhojanīyena sahatthā santappetvā sampavāretvā bhagavantaṁ bhuttāviṁ onītapattapāṇiṁ ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd6:18.2.5 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ พฺราหฺมณํ ภควา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho taṁ brāhmaṇaṁ bhagavā dhammiyā kathāya sandassetvā, samādapetvā, samuttejetvā, sampahaṁsetvā uṭṭhāyāsanā pakkāmi.
pli-tv-kd6:18.3.1 #
อถโข ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho tassa brāhmaṇassa acirapakkantassa bhagavato etadahosi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.64 · ฉัฏฐสังคายนา 89.290 · พุทธชยันตี 3.548
pli-tv-kd6:18.3.2 #
เยสํ โข มยา อตฺถาย พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ ๑- นิมนฺติโต นเว จ ติเล นวญฺจ มธุํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สงฺโฆ ฯ ทสฺสามีติ เต มยา ปมุฏฺฐา ทาตุํ✎ ร่าง
“yesaṁ kho mayā atthāya buddhappamukho bhikkhusaṅgho nimantito, ‘nave ca tile navañca madhuṁ dassāmī’ti, te mayā pamuṭṭhā dātuṁ.
pli-tv-kd6:18.3.3 #
ยนฺนูนาหํ นเว จ ติเล นวญฺจ มธุํ โกลมฺเพหิ จ ฆเฏหิ จ อารามํ หราเปยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ nave ca tile navañca madhuṁ kolambehi ca ghaṭehi ca ārāmaṁ harāpeyyan”ti.
pli-tv-kd6:18.3.4 #
อถโข โส พฺราหฺมโณ นเว จ ติเล นวญฺจ มธุํ โกลมฺเพหิ ๑- จ ฆเฏหิ จ อารามํ หราเปตฺวา ๒- เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo nave ca tile navañca madhuṁ kolambehi ca ghaṭehi ca ārāmaṁ harāpetvā yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
pli-tv-kd6:18.3.5 #
เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho so brāhmaṇo bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:18.4.1 #
เยสํ โข มยา โภ โคตม อตฺถาย พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ นิมนฺติโต นเว จ ติเล นวญฺจ มธุํ ทสฺสามีติ เต มยา ปมุฏฺฐา ทาตุํ✎ ร่าง
“yesaṁ kho mayā, bho gotama, atthāya buddhappamukho bhikkhusaṅgho nimantito, ‘nave ca tile navañca madhuṁ dassāmī’ti, te mayā pamuṭṭhā dātuṁ.
pli-tv-kd6:18.4.2 #
ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภวํ โคตโม นเว จ ติเล นวญฺจ มธุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Paṭiggaṇhātu me bhavaṁ gotamo nave ca tile navañca madhun”ti.
pli-tv-kd6:18.4.3 #
เตนหิ ตฺวํ ๓- พฺราหฺมณ ภิกฺขูนํ เทหีติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, brāhmaṇa, bhikkhūnaṁ dehī”ti.
pli-tv-kd6:18.4.4 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ทุพฺภิกฺเข อปฺปมตฺตเกปิ ปวาเรนฺติ ปฏิสงฺขาปิ ปฏิกฺขิปนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū dubbhikkhe appamattakepi pavārenti, paṭisaṅkhāpi paṭikkhipanti,
pli-tv-kd6:18.4.5 #
สพฺโพ จ สงฺโฆ ปวาริโต โหติ ฯ ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯ✎ ร่าง
sabbo ca saṅgho pavārito hoti. Bhikkhū kukkuccāyantā na paṭiggaṇhanti.
pli-tv-kd6:18.4.6 #
ปฏิคฺคณฺหถ ภิกฺขเว ปริภุญฺชถ✎ ร่าง
“Paṭiggaṇhatha, bhikkhave, paribhuñjatha.
pli-tv-kd6:18.4.7 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโต นีหฏํ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ ปริภุญฺชิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, tato nīhaṭaṁ bhuttāvinā pavāritena anatirittaṁ paribhuñjitun”ti.
pli-tv-kd6:19.1.0 #
7. Paṭiggahitādianujānana
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน