‹ กลับ
อุบาสิกาสุปปิยาถวายเนื้อขา
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 58 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๑๓๗๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางพระนครพาราณสี เสด็จพระพุทธดำเนินผ่านระยะทางโดยลำดับ ถึงพระนครพาราณสีแล้ว ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ ณ อิสิปตนมฤคทายวันเขตพระนคร พาราณสีนั้น สมัยนั้น อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา ๒ คน เป็นผู้เลื่อมใส เป็นทายก กัปปิยการก บำรุงพระสงฆ์อยู่ในพระนครพาราณสี วันหนึ่ง อุบาสิกาสุปปิยาไปสู่อาราม เที่ยว เยี่ยมวิหารและบริเวณทั่วทุกแห่ง แล้วเรียนถามภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุรูปไรอาพาธ ภิกษุรูปไร โปรดให้ดิฉันนำอะไรมาถวาย เจ้าข้า. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งดื่มยาถ่ายและได้บอกอุบาสิกาสุปปิยาว่า ดูกรน้องหญิง อาตมา ดื่มยาถ่าย อาตมาต้องการน้ำเนื้อต้ม อุบาสิกาสุปปิยารับคำว่า ดิฉันจักนำมาถวายเป็นพิเศษ เจ้าข้า แล้วไปเรือนสั่งชายคน รับใช้ว่า เจ้าจงไปหาซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาขายมา ชายคนรับใช้รับคำอุบาสิกาสุปปิยาว่า ขอรับกระผม แล้วเที่ยวหาซื้อทั่วพระนครพาราณสี ก็มิได้พบเนื้อสัตว์ที่เขาขาย จึงได้กลับไปหาอุบาสิกาสุปปิยาแล้วเรียนว่า เนื้อสัตว์ที่เขาขายไม่มี ขอรับ เพราะวันนี้ห้ามฆ่าสัตว์ จึงอุบาสิกาสุปปิยาได้มีความปริวิตกว่า ภิกษุอาพาธรูปนั้นแล เมื่อไม่ได้ฉันน้ำเนื้อต้ม อาพาธจักมากขึ้นหรือจักถึงมรณภาพ การที่เรารับคำแล้วไม่จัดหาไปถวายนั้น เป็นการไม่สมควร แก่เราเลย ดังนี้ แล้วได้หยิบมีดหั่นเนื้อมาเชือดเนื้อขาส่งให้หญิงคนรับใช้สั่งว่า แม่สาวใช้ ผิฉะนั้น แม่จงต้มเนื้อนี้แล้วนำไปถวายภิกษุรูปที่อาพาธอยู่ในวิหารหลังโน้น อนึ่ง ผู้ใดถามถึงฉัน จงบอกว่าป่วย แล้วเอาผ้าห่มพันขา เข้าห้องนอนบนเตียง. ครั้งนั้น อุบาสกสุปปิยะไปเรือนแล้วถามหญิงคนรับใช้ว่า แม่สุปปิยาไปไหน? หญิงคนรับใช้ตอบว่า คุณนายนอนในห้อง เจ้าข้า. จึงอุบาสกสุปปิยะเข้าไปหาอุบาสิกาสุปปิยาถึงในห้องนอน แล้วได้ถามว่า เธอนอนทำไม อุบาสิกา. ดิฉันไม่สบายค่ะ อุบาสก. เธอป่วยเป็นอะไร. ทีนั้น อุบาสิกาสุปปิยาจึงเล่าเรื่องนั้นให้อุบาสกสุปปิยะทราบ ขณะนั้น อุบาสกสุปปิยะร่าเริงดีใจว่า อัศจรรย์นักชาวเราไม่เคยมีเลยชาวเรา แม่สุปปิยา นี้มีศรัทธาเลื่อมใสถึงแก่สละเนื้อของตนเอง สิ่งไรอื่นทำไมนางจักให้ไม่ได้เล่า แล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค. ถวายบังคมนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง อุบาสกสุปปิยะนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระสงฆ์ จงทรงกรุณาโปรดรับภัตตาหารของข้าพระพุทธเจ้าในวันพรุ่งนี้เพื่อเจริญมหากุศล และปิติปราโมทย์ แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ ครั้นอุบาสกสุปปิยะ ทราบการรับนิมนต์ของพระผู้มีพระภาคแล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณ แล้วกลับไป และสั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีตโดยผ่านราตรีนั้น แล้วให้คนไป กราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหารเสร็จแล้ว. ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก แล้วถือบาตรจีวรเสด็จไปสู่ นิเวศน์ของอุบาสกสุปปิยะ ครั้นถึงแล้วประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวายพร้อมด้วย พระสงฆ์ จึงอุบาสกสุปปิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามอุบาสกสุปปิยะผู้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า อุบาสิกา สุปปิยาไปไหน? อุ. นางป่วย พระพุทธเจ้าข้า พ. ถ้าเช่นนั้น เชิญอุบาสิกาสุปปิยามา อุ. นางไม่สามารถ พระพุทธเจ้าข้า พ. ถ้าเช่นนั้น พวกเธอช่วยกันพยุงพามา ขณะนั้น อุบาสกสุปปิยะได้พยุงอุบาสิกาสุปปิยามาเฝ้า พร้อมกันนางได้เห็นพระผู้มี พระภาค แผลใหญ่เพียงนั้นได้งอกเต็ม มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติทันที จึงอุบาสกสุปปิยะ และอุบาสิกาสุปปิยา พากันร่าเริงยินดีว่า อัศจรรย์นักชาวเรา ไม่เคยมีเลยชาวเรา พระตถาคต ทรงมีฤทธิ์มาก ทรงมีพระอานุภาพมาก เพราะพอเห็นพระองค์เท่านั้น แผลใหญ่โตยังงอกขึ้น เต็มทันที มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติ แล้วอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน จนยังพระผู้มีพระภาคผู้เสวยเสด็จแล้ว ทรงนำ พระหัตถ์ออกจากบาตรให้ห้ามภัตรแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ.
เทียบรายประโยค (25 ประโยค)
pli-tv-kd6:22.4.11 #
Yo kārāpeyya, āpatti thullaccayassā”ti.
pli-tv-kd6:23.1.0 #
9. Manussamaṁsapaṭikkhepakathā
pli-tv-kd6:23.1.1 #
อถโข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน พาราณสี เตน จาริกํ ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rājagahe yathābhirantaṁ viharitvā yena bārāṇasī tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.70 · ฉัฏฐสังคายนา 89.293 · พุทธชยันตี 3.554
pli-tv-kd6:23.1.2 #
อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน พาราณสี ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena bārāṇasī tadavasari.
pli-tv-kd6:23.1.3 #
ตตฺร สุทํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā bārāṇasiyaṁ viharati isipatane migadāye.
pli-tv-kd6:23.1.4 #
เตน โข ปน สมเยน พาราณสิยํ สุปฺปิโย จ ๑- อุปาสโก สุปฺปิยา จ อุปาสิกา อุโภ ๒- ปสนฺนา โหนฺติ ทายกา การกา สงฺฆุปฏฺฐากา ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bārāṇasiyaṁ suppiyo ca upāsako suppiyā ca upāsikā ubhatopasannā honti, dāyakā, kārakā, saṅghupaṭṭhākā.
pli-tv-kd6:23.1.5 #
อถโข สุปฺปิยา อุปาสิกา อารามํ คนฺตฺวา วิหาเรน วิหารํ ปริเวเณน ปริเวณํ อุปสงฺกมิตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ✎ ร่าง
Atha kho suppiyā upāsikā ārāmaṁ gantvā vihārena vihāraṁ pariveṇena pariveṇaṁ upasaṅkamitvā bhikkhū pucchati—
pli-tv-kd6:23.1.6 #
โก ภนฺเต คิลาโน กสฺส กึ อาหริยตูติ ๔- ฯ✎ ร่าง
“ko, bhante, gilāno, kassa kiṁ āhariyatū”ti?
pli-tv-kd6:23.2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตเรน ภิกฺขุนา วิเรจนํ ปีตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarena bhikkhunā virecanaṁ pītaṁ hoti.
pli-tv-kd6:23.2.2 #
อถโข โส ภิกฺขุ สุปฺปิยํ อุปาสิกํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu suppiyaṁ upāsikaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 1.217
pli-tv-kd6:23.2.3 #
มยา โข ภคินิ วิเรจนํ ปีตํ✎ ร่าง
“mayā kho, bhagini, virecanaṁ pītaṁ.
pli-tv-kd6:23.2.4 #
อตฺโถ เม ปฏิจฺฉาทนีเยนาติ ฯ✎ ร่าง
Attho me paṭicchādanīyenā”ti.
pli-tv-kd6:23.2.5 #
สุฏฺฐุ อยฺย อาหริยิสฺสตีติ✎ ร่าง
“Suṭṭhu, ayya, āhariyissatī”ti
pli-tv-kd6:23.2.6 #
ฆรํ คนฺตฺวา อนฺเตวาสึ อาณาเปสิ✎ ร่าง
gharaṁ gantvā antevāsiṁ āṇāpesi—
pli-tv-kd6:23.2.7 #
คจฺฉ ภเณ ปวตฺตมํสํ ชานาหีติ ฯ✎ ร่าง
“gaccha, bhaṇe, pavattamaṁsaṁ jānāhī”ti.
pli-tv-kd6:23.2.8 #
เอวํ อยฺเยติ โข โส ปุริโส @เชิงอรรถ: ๑ ม. นาม ฯ ๒ ม. ยุ. อุภโต ฯ ๓ โป. ปุจฺฉิ ฯ ๔ ม. ยุ. อาหริยฺยตูติ ฯ@๕ โป. อาหรยิสฺสามีติ ฯ สุปฺปิยาย อุปาสิกาย ปฏิสฺสุณิตฺวา เกวลกปฺปํ พาราณสึ อาหิณฺฑนฺโต น อทฺทส ปวตฺตมํสํ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, ayye”ti kho so puriso suppiyāya upāsikāya paṭissuṇitvā kevalakappaṁ bārāṇasiṁ āhiṇḍanto na addasa pavattamaṁsaṁ.
pli-tv-kd6:23.2.9 #
อถโข โส ปุริโส เยน สุปฺปิยา อุปาสิกา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา สุปฺปิยํ อุปาสิกํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so puriso yena suppiyā upāsikā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā suppiyaṁ upāsikaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:23.2.10 #
นตฺถยฺเย ปวตฺตมํสํ✎ ร่าง
“natthayye pavattamaṁsaṁ.
pli-tv-kd6:23.2.11 #
มาฆาโต อชฺชาติ ฯ✎ ร่าง
Māghāto ajjā”ti.
pli-tv-kd6:23.3.1 #
อถโข สุปฺปิยาย อุปาสิกาย เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho suppiyāya upāsikāya etadahosi—
pli-tv-kd6:23.3.2 #
ตสฺส โข คิลานสฺส ภิกฺขุโน ปฏิจฺฉาทนียํ อลภนฺตสฺส อาพาโธ วา อภิวฑฺฒิสฺสติ กาลกิริยา ๑- วา ภวิสฺสติ✎ ร่าง
“tassa kho gilānassa bhikkhuno paṭicchādanīyaṁ alabhantassa ābādho vā abhivaḍḍhissati, kālaṅkiriyā vā bhavissati.
pli-tv-kd6:23.3.3 #
น โข เม ตํ ปฏิรูปํ ยาหํ ปฏิสฺสุณิตฺวา น หราเปยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Na kho metaṁ patirūpaṁ yāhaṁ paṭissuṇitvā na harāpeyyan”ti.
pli-tv-kd6:23.3.4 #
Potthanikaṁ gahetvā ūrumaṁsaṁ ukkantitvā dāsiyā adāsi—
pli-tv-kd6:23.3.5 #
“handa, je, imaṁ maṁsaṁ sampādetvā amukasmiṁ vihāre bhikkhu gilāno, tassa dajjāhi.
pli-tv-kd6:23.3.6 #
Yo ca maṁ pucchati, ‘gilānā’ti paṭivedehī”ti uttarāsaṅgena ūruṁ veṭhetvā ovarakaṁ pavisitvā mañcake nipajji.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน