‹ กลับ
เรื่องเจ้าลิจฉวีชาวพระนครเวสาลี
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 77 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๑๘๖๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๗] นางอัมพปาลีหญิงงามเมืองได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมาโดยลำดับถึง ตำบลบ้านโกฏิแล้ว จึงให้จัดยวดยานที่งามๆ แล้วขึ้นสู่ยวดยานที่งามๆ มียวดยานที่งามๆ ออก ไปจากพระนครเวสาลี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค ไปด้วยยวดยานตลอดพื้นที่ที่ยวดยานจะไปได้ แล้วลงจากยวดยานเดินด้วยเท้าเข้าไปถึงพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้นางเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วย ธรรมีกถา ครั้นนางอัมพปาลีคณิกา อันพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วย พระสงฆ์ ทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของหม่อมฉันเพื่อเจริญบุญกุศลและปิติปราโมทย์ใน วันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาคทรงรับอาราธนาโดยดุษณีภาพ ครั้นนางทราบพระอาการที่ทรงรับอาราธนา แล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วกลับไป. พวกเจ้าลิจฉวีชาวพระนครเวสาลี ได้ทรงสดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมาโดยลำดับ ถึงตำบลบ้านโกฏิแล้ว จึงพากันจัดยวดยานที่งามๆ เสด็จขึ้นสู่ยวดยานที่งามๆ มียวดยานที่งามๆ ออกไปจากพระนครเวสาลี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เจ้าลิจฉวีบางพวกเขียว คือ มีพระฉวีเขียว ทรงวัตถาลังการเขียว บางพวกเหลือง คือ มีพระฉวีเหลือง ทรงวัตถาลังการเหลือง บางพวกแดง คือ มีพระฉวีแดง ทรงวัตถาลังการแดง บางพวกขาว คือ มีพระฉวีขาว ทรงวัตถาลังการขาว ขณะนั้น นางอัมพปาลีคณิกา ทำให้งอนรถกระทบงอนรถ แอกกระทบแอก ล้อกระทบ ล้อ เพลากระทบเพลา ของเจ้าลิจฉวีหนุ่มๆ จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นได้ตรัสถามนางว่า แม่อัมพปาลี เหตุไฉนเธอจึงได้ทำให้งอนรถกระทบงอนรถ แอกกระทบแอก ล้อกระทบล้อ เพลากระทบเพลา ของเจ้าลิจฉวีหนุ่มๆ ของพวกเราเล่า? อัม. จริงอย่างนั้น พ่ะยะค่ะ เพราะหม่อมฉันได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เพื่อเจริญบุญกุศลและปิติปราโมทย์ในวันพรุ่งนี้. ลิจ. แม่อัมพปาลี เธอจงให้ภัตตาหารมื้อนี้แก่พวกฉัน ด้วยราคาแสนกษาปณ์เถิด. อัม. แม้ว่าฝ่าพระบาท จึงพึงประทาน พระนครเวสาลีพร้อมทั้งชนบทแก่หม่อมฉัน หม่อมฉันก็ถวายภัตตาหารมื้อนั้นไม่ได้ พ่ะยะค่ะ. จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นได้ทรงดีดพระองคุลีตรัสว่า ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้แม่อัมพปาลี แล้ว ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้แม่อัมพปาลีแล้ว จึงพากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค. พระผู้มี พระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นกำลังเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้วรับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใดไม่เคยเห็นเทพเจ้าชั้นดาวดึงส์ก็จงแลดูพวกเจ้าลิจฉวี พิจารณาดู เทียบเคียงดู พวกเจ้าลิจฉวีกับพวกเทพเจ้าชั้นดาวดึงส์เถิด จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นได้ เสด็จไปด้วยยวดยาน ตลอดพื้นที่ที่ยวดยานจะไปได้ แล้วเสด็จลงจากยวดยานทรงดำเนินด้วย พระบาท เข้าไปถึงพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้าง หนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เจ้าลิจฉวีเหล่านั้น ทรงเห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วย ธรรมีกถา จึงเจ้าลิจฉวีเหล่านั้น อันพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคว่า ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ทรง พระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของพวกข้าพระพุทธเจ้า เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ ใน วันพรุ่งนี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรลิจฉวีทั้งหลาย อาตมารับนิมนต์ฉันภัตตาหารของนาง อัมพปาลีคณิกา เพื่อเจริญบุญกุศล และปิติปราโมทย์ ในวันพรุ่งนี้แล้ว. เจ้าลิจฉวีเหล่านั้นทรงดีดองคุลีแล้วตรัสในทันใดนั้นว่า ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้นาง อัมพปาลีคณิกาแล้ว ท่านทั้งหลาย พวกเราแพ้นางอัมพปาลีคณิกาแล้ว และได้ทรงเพลิดเพลิน ยินดีตามภาษิตของพระผู้มีพระภาค เสด็จลุกจากที่ประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงทำ ประทักษิณ แล้วเสด็จกลับ. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ตำบลบ้านโกฏิตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระ พุทธดำเนินไปทางเมืองนาทิกา ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระตำหนักตึก เขตเมืองนาทิกานั้น. ส่วนนางอัมพปาลีคณิกา สั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีต ในสวนของตนโดย ผ่านราตรีนั้น แล้วให้คนไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหารเสร็จแล้ว. ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเสด็จ พระพุทธดำเนินไปสู่สถานที่อังคาสของนางอัมพปาลีคณิกา ครั้นถึงแล้ว ประทับนั่งเหนือพระพุทธ- *อาสน์ที่เขาจัดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงนางอัมพปาลีคณิกา อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน จนพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ แล้ว ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตร ห้ามภัตรแล้ว ได้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง นางได้ กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า หม่อมฉันขอถวายสวนอัมพปาลีวันนี้ แก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคทรงรับเป็นสังฆารามแล้ว ครั้นแล้วพระองค์ทรง ชี้แจงให้นางอัมพปาลีเห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา เสร็จลุกจากพระพุทธอาสน์ แล้ว เสด็จพระพุทธดำเนินไปทางป่ามหาวัน ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่า มหาวัน เขตพระนครเวสาลีนั้น.
เทียบรายประโยค (41 ประโยค)
pli-tv-kd6:30.1.1 #
อสฺโสสิ โข อมฺพปาลี คณิกา✎ ร่าง
Assosi kho ambapālī gaṇikā—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.95 · พุทธชยันตี 3.580
pli-tv-kd6:30.1.2 #
ภควา กิร โกฏิคามํ อนุปฺปตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“bhagavā kira koṭigāmaṁ anuppatto”ti.
pli-tv-kd6:30.1.3 #
อถ โข อมฺพปาลี คณิกา ภทฺรานิ ภทฺรานิ ยานานิ โยชาเปตฺวา ภทฺรํ ๖- ยานํ อภิรูหิตฺวา ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ เวสาลิยา นิยฺยาสิ ภควนฺตํ ทสฺสนาย✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā bhadrāni bhadrāni yānāni yojāpetvā bhadraṁ bhadraṁ yānaṁ abhiruhitvā bhadrehi bhadrehi yānehi vesāliyā niyyāsi bhagavantaṁ dassanāya.
pli-tv-kd6:30.1.4 #
ยาวติกา ยานสฺส ภูมิ ยาเนน คนฺตฺวา ยานา ปจฺโจโรหิตฺวา ปตฺติกา ว เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Yāvatikā yānassa bhūmi, yānena gantvā, yānā paccorohitvā, pattikāva yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd6:30.2.1 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อมฺพปาลึ คณิกํ ภควา ธมฺมิยา @เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสจฺจสฺส ฯ ๒-๓ โป. ม. ยุ. สพฺพตฺถ@ทุกฺขสมุทยนฺติ จ ทุกฺขนิโรธนฺติ จ ลิขียนฺติ ฯ ๔ โป. สํสริตํ ฯ ๕ สี. อิทํ@ปาฐทฺวยํ สมาสวเสน เอกํ กตํ ฯ ๖ โป. ยุ. อิทํ ปาฐทฺวยํ เอกเมว ทิสฺสติ ฯ กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho ambapāliṁ gaṇikaṁ bhagavā dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
pli-tv-kd6:30.2.2 #
อถโข อมฺพปาลี คณิกา ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā bhagavatā dhammiyā kathāya sandassitā samādapitā samuttejitā sampahaṁsitā bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:30.2.3 #
อธิวาเสตุ เม ภนฺเต ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ✎ ร่าง
“adhivāsetu me, bhante, bhagavā svātanāya bhattaṁ saddhiṁ bhikkhusaṅghenā”ti.
pli-tv-kd6:30.2.4 #
อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ✎ ร่าง
Adhivāsesi bhagavā tuṇhībhāvena.
pli-tv-kd6:30.2.5 #
อถโข อมฺพปาลี คณิกา ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā bhagavato adhivāsanaṁ viditvā uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
pli-tv-kd6:30.3.0 #
18. Licchavīvatthu
pli-tv-kd6:30.3.1 #
อสฺโสสุํ โข เวสาลิกา ลิจฺฉวี✎ ร่าง
Assosuṁ kho vesālikā licchavī—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.96 · ฉัฏฐสังคายนา 89.308
pli-tv-kd6:30.3.2 #
ภควา กิร โกฏิคามํ อนุปฺปตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“bhagavā kira koṭigāmaṁ anuppatto”ti.
pli-tv-kd6:30.3.3 #
อถโข เวสาลิกา ลิจฺฉวี ภทฺรานิ ภทฺรานิ ยานานิ โยชาเปตฺวา ภทฺรํ ภทฺรํ ยานํ อภิรูหิตฺวา ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ เวสาลิยา นิยฺยึสุ ๑- ภควนฺตํ ทสฺสนาย ฯ✎ ร่าง
Atha kho vesālikā licchavī bhadrāni bhadrāni yānāni yojāpetvā bhadraṁ bhadraṁ yānaṁ abhiruhitvā bhadrehi bhadrehi yānehi vesāliyā niyyāsuṁ bhagavantaṁ dassanāya.
pli-tv-kd6:30.3.4 #
อปฺเปกจฺเจ ลิจฺฉวี นีลา โหนฺติ นีลวณฺณา นีลวตฺถา นีลาลงฺการา อปฺเปกจฺเจ ลิจฺฉวี ปีตา โหนฺติ ปีตวณฺณา ปีตวตฺถา ปีตาลงฺการา อปฺเปกจฺเจ ลิจฺฉวี โลหิตกา โหนฺติ โลหิตกวณฺณา โลหิตกวตฺถา โลหิตกาลงฺการา อปฺเปกจฺเจ ลิจฺฉวี โอทาตา โหนฺติ โอทาตวณฺณา โอทาตวตฺถา โอทาตาลงฺการา ฯ✎ ร่าง
Appekacce licchavī nīlā honti nīlavaṇṇā nīlavatthā nīlālaṅkārā, appekacce licchavī pītā honti pītavaṇṇā pītavatthā pītālaṅkārā, appekacce licchavī lohitā honti lohitavaṇṇā lohitavatthā lohitālaṅkārā, appekacce licchavī odātā honti odātavaṇṇā odātavatthā odātālaṅkārā.
pli-tv-kd6:30.3.5 #
อถโข อมฺพปาลี คณิกา ทหรานํ ทหรานํ ลิจฺฉวีนํ อีสาย อีสํ ยุเคน ยุคํ จกฺเกน จกฺกํ อกฺเขน อกฺขํ ปฏิวตฺเตสิ ๒- ฯ✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā daharānaṁ daharānaṁ licchavīnaṁ īsāya īsaṁ yugena yugaṁ cakkena cakkaṁ akkhena akkhaṁ paṭivaṭṭesi.
pli-tv-kd6:30.4.1 #
อถโข เต ลิจฺฉวี อมฺพปาลึ คณิกํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te licchavī ambapāliṁ gaṇikaṁ etadavocuṁ—
อ้างอิงPTS 1.232
pli-tv-kd6:30.4.2 #
กิสฺส เช อมฺพปาลิ อมฺหากํ ทหรานํ ทหรานํ ลิจฺฉวีนํ อีสาย อีสํ ยุเคน ยุคํ จกฺเกน จกฺกํ อกฺเขน อกฺขํ ปฏิวตฺเตสีติ ฯ✎ ร่าง
“kissa, je ambapāli, daharānaṁ daharānaṁ licchavīnaṁ īsāya īsaṁ yugena yugaṁ cakkena cakkaṁ akkhena akkhaṁ paṭivaṭṭesī”ti?
pli-tv-kd6:30.4.3 #
ตถา หิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นิยฺยาสุํ ฯ ๒ สี. ปฏิวทฺเธสิ ฯ ยุ. ปฏิวฏฺเฏสิ ฯ ปน มยา อยฺยปุตฺตา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ ๑- นิมนฺติโตติ ฯ✎ ร่าง
“Tathā hi pana mayā, ayyaputtā, svātanāya buddhappamukho bhikkhusaṅgho nimantito”ti.
pli-tv-kd6:30.4.4 #
เทหิ เช อมฺพปาลิ อมฺหากํ เอตํ ภตฺตํ สตสหสฺเสนาติ ฯ✎ ร่าง
“Dehi, je ambapāli, amhākaṁ etaṁ bhattaṁ satasahassenā”ti.
pli-tv-kd6:30.4.5 #
สเจปิ เม อยฺยปุตฺตา เวสาลึ สาหารํ ทชฺเชยฺยาถ เนว ทชฺชาหํ ตํ ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Sacepi me, ayyaputtā, vesāliṁ sāhāraṁ dajjeyyātha, neva dajjāhaṁ taṁ bhattan”ti.
pli-tv-kd6:30.4.6 #
อถโข เต ลิจฺฉวี องฺคุลึ ๒- โปเฐสุํ ปรา✎ ร่าง
Atha kho te licchavī aṅguliṁ phoṭesuṁ—
pli-tv-kd6:30.4.7 #
ชิตมฺห ๓- วต โภ อมฺพกาย ปราชิตมฺห ๔- วต โภ อมฺพกายาติ ฯ✎ ร่าง
“jitamha vata bho ambakāya, parājitamha vata bho ambakāyā”ti.
pli-tv-kd6:30.5.1 #
อถโข เต ลิจฺฉวี เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te licchavī yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu.
pli-tv-kd6:30.5.2 #
อทฺทสา โข ภควา เต ลิจฺฉวี ทูรโต ว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā te licchavī dūratova āgacchante, disvāna bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd6:30.5.3 #
เยหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ เทวา ตาวตึสา อทิฏฺฐปุพฺพา โอโลเกถ ภิกฺขเว ลิจฺฉวิปริสํ✎ ร่าง
“yehi, bhikkhave, bhikkhūhi devā tāvatiṁsā adiṭṭhapubbā, oloketha, bhikkhave, licchavīparisaṁ;
pli-tv-kd6:30.5.4 #
อปโลเกถ ภิกฺขเว ลิจฺฉวิปริสํ✎ ร่าง
apaloketha, bhikkhave, licchavīparisaṁ;
pli-tv-kd6:30.5.5 #
อุปสํหรถ ภิกฺขเว ลิจฺฉวิปริสํ ตาวตึสปริสนฺติ ฯ✎ ร่าง
upasaṁharatha, bhikkhave, licchavīparisaṁ tāvatiṁsaparisan”ti.
pli-tv-kd6:30.5.6 #
อถโข เต ลิจฺฉวี ยาวติกา ยานสฺส ภูมิ ยาเนน คนฺตฺวา ยานา ปจฺโจโรหิตฺวา ปตฺติกา ว เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ✎ ร่าง
Atha kho te licchavī yāvatikā yānassa bhūmi, yānena gantvā yānā paccorohitvā pattikāva yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu;
อ้างอิงสยามรัฐ 5.97 · พุทธชยันตี 3.582
pli-tv-kd6:30.5.7 #
อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd6:30.5.8 #
เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข เต ลิจฺฉวี ภควา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinne kho te licchavī bhagavā dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
pli-tv-kd6:30.5.9 #
อถโข เต ลิจฺฉวี ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te licchavī, bhagavatā dhammiyā kathāya sandassitā samādapitā samuttejitā sampahaṁsitā bhagavantaṁ etadavocuṁ—
pli-tv-kd6:30.5.10 #
อธิวาเสตุ โน ภนฺเต ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ✎ ร่าง
“adhivāsetu no, bhante, bhagavā svātanāya bhattaṁ saddhiṁ bhikkhusaṅghenā”ti.
pli-tv-kd6:30.5.11 #
อธิวุตฺโถมฺหิ ลิจฺฉวี สฺวาตนาย อมฺพปาลิยา คณิกาย ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Adhivuṭṭhomhi, licchavī, svātanāya ambapāliyā gaṇikāya bhattan”ti.
pli-tv-kd6:30.5.12 #
อถโข เต ลิจฺฉวี องฺคุลึ โปเฐสุํ ปรา✎ ร่าง
Atha kho te licchavī aṅguliṁ phoṭesuṁ—
pli-tv-kd6:30.5.13 #
ชิตมฺห ๕- วต โภ อมฺพกาย ปราชิตมฺห @เชิงอรรถ: ๑ สี. สงฺโฆ ฯ ๒ ยุ. องฺคูลี ฯ ๓-๕ ม. ชิตมฺห ฯ ยุ. ชิตมฺหา ฯ@๔-๖ ยุ. ปราชิตมฺหา ฯ วต โภ อมฺพกายาติ ฯ✎ ร่าง
“jitamha vata bho ambakāya, parājitamha vata bho ambakāyā”ti.
pli-tv-kd6:30.5.14 #
อถโข เต ลิจฺฉวี ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te licchavī bhagavato bhāsitaṁ abhinanditvā anumoditvā uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkamiṁsu.
pli-tv-kd6:30.6.1 #
อถโข ภควา โกฏิคาเม ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน นาทิกา ๑- เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā koṭigāme yathābhirantaṁ viharitvā yena nātikā tenupasaṅkami.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.309
pli-tv-kd6:30.6.2 #
ตตฺร สุทํ ภควา นาทิเก ๒- วิหรติ คิญฺชกาวสเถ ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā nātike viharati giñjakāvasathe.
pli-tv-kd6:30.6.3 #
อถโข อมฺพปาลี คณิกา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน สเก อาราเม ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ กาโล ภนฺเต นิฏฺฐิตํ ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā tassā rattiyā accayena sake ārāme paṇītaṁ khādanīyaṁ bhojanīyaṁ paṭiyādāpetvā bhagavato kālaṁ ārocāpesi—“kālo, bhante, niṭṭhitaṁ bhattan”ti.
pli-tv-kd6:30.6.4 #
อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน อมฺพปาลิยา คณิกาย ปริเวสนา ๓- เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena ambapāliyā gaṇikāya parivesanā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi saddhiṁ bhikkhusaṅghena.
pli-tv-kd6:30.6.5 #
อถโข อมฺพปาลี คณิกา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ✎ ร่าง
Atha kho ambapālī gaṇikā buddhappamukhaṁ bhikkhusaṅghaṁ paṇītena khādanīyena bhojanīyena sahatthā santappetvā sampavāretvā bhagavantaṁ bhuttāviṁ onītapattapāṇiṁ ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinnā kho ambapālī gaṇikā bhagavantaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 1.233
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน