เนื้อความทั้งข้อ
[๘๑] ก็โดยสมัยนั้นแล พระนครเวสาลีมีภิกษาหารมาก มีข้าวกล้างอกงาม บิณฑบาต
ก็ง่าย ภิกษุสงฆ์จะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยการถือบาตรแสวงหาก็ทำได้ง่าย ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค
ประทับหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ทรงปริวิตกนี้ว่า ภัตตาหารที่เราอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคราว
อัตคัดอาหาร มีข้าวกล้าน้อย บิณฑบาตได้ฝืดเคือง คืออาหารที่เก็บไว้ภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่
หุงต้มภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่หุงต้มเอง ๑ อาหารที่จับต้องแล้วรับประเคนใหม่ ๑ อาหารที่ทายก
นำมาจากที่นิมนต์นั้น ๑ อาหารที่รับประเคนฉันในปุเรภัต ๑ อาหารที่เกิดในป่าและเกิดในสระบัว ๑
ภัตตาหารเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลายยังฉันอยู่ทุกวันนี้หรือหนอ.
ครั้นเวลาเย็น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่ประทับพักเร้น แล้วรับสั่งถามท่าน
พระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ ภัตตาหารที่เราอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคราวอัตคัดอาหาร
มีข้าวกล้าน้อย บิณฑบาตได้ฝืดเคือง คืออาหารที่เก็บไว้ภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่หุงต้มภายในที่อยู่ ๑
อาหารที่หุงต้มเอง ๑ อาหารที่จับต้องแล้วรับประเคนใหม่ ๑ อาหารที่ทายกนำมาจากที่นิมนต์นั้น ๑
อาหารที่รับประเคนฉันในปุเรภัต ๑ อาหารที่เกิดในป่าและเกิดในสระบัว ๑ ภัตตาหารเหล่านั้น
ภิกษุทั้งหลายยังฉันอยู่ทุกวันนี้หรือ?
ท่านพระอานนท์ทูลว่า ยังฉันอยู่ พระพุทธเจ้าข้า.
ลำดับนั้น ผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิด
นั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตาหารที่เราอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลาย
เมื่อคราวอัตคัดอาหาร มีข้าวกล้าน้อย บิณฑบาตได้ฝืดเคือง คืออาหารที่เก็บไว้ภายในที่อยู่ ๑
อาหารที่หุงต้มภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่หุงต้มเอง ๑ อาหารที่จับต้องแล้วประเคนใหม่ ๑ อาหาร
ที่ทายกนำมาจากที่นิมนต์นั้น ๑ อาหารที่รับประเคนฉันในปุเรภัต ๑ อาหารที่เกิดในป่าและเกิด
ในสระบัว ๑ ภัตตาหารเหล่านั้น เราห้ามจำเดิมนี้เป็นต้นไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันอาหารที่เก็บไว้ภายในที่อยู่ อาหารที่หุงต้มภายในที่อยู่
อาหารที่หุงต้มเอง อาหารที่จับต้องแล้วประเคนใหม่ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนอาหารที่ทายกนำมาจากที่นิมนต์นั้น อาหารที่รับประเคนฉันใน
ปุเรภัต อาหารที่เกิดในป่าและเกิดในสระบัว ยังไม่เป็นเดน ภิกษุฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว
ไม่พึงฉัน รูปใดฉัน พึงปรับอาบัติตามธรรม.
เตน โข ปน สมเยน เวสาลี สุภิกฺขา โหติ สุสสฺสา
สุลภปิณฺฑา สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena vesālī subhikkhā hoti susassā sulabhapiṇḍā, sukarā uñchena paggahena yāpetuṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.315 · พุทธชยันตี 3.596
อถโข ภควโต
รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavato rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi—
ยานิ
ตานิ มยา ภิกฺขูนํ อนุญฺญาตานิ ทุพฺภิกฺเข ทุสฺสสฺเส ทุลฺลภปิณฺเฑ
อนฺโตวุตฺถํ อนฺโตปกฺกํ สามํปกฺกํ อุคฺคหิตปฏิคฺคหิตกํ ตโต นีหฏํ
ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ วนฏฺฐํ โปกฺขรฏฺฐํ อชฺชาปิ นุ โข ตานิ ภิกฺขู
ปริภุญฺชนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“yāni tāni mayā bhikkhūnaṁ anuññātāni dubbhikkhe dussasse dullabhapiṇḍe anto vuṭṭhaṁ anto pakkaṁ sāmaṁ pakkaṁ uggahitapaṭiggahitakaṁ tato nīhaṭaṁ purebhattaṁ paṭiggahitaṁ vanaṭṭhaṁ pokkharaṭṭhaṁ, ajjāpi nu kho tāni bhikkhū paribhuñjantī”ti.
อถโข ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต
อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā sāyanhasamayaṁ paṭisallānā vuṭṭhito āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
ยานิ ตานิ อานนฺท มยา
ภิกฺขูนํ อนุญฺญาตานิ ทุพฺภิกฺเข ทุสฺสสฺเส ทุลฺลภปิณฺเฑ
อนฺโตวุตฺถํ อนฺโตปกฺกํ สามํปกฺกํ อุคฺคหิตปฏิคฺคหิตกํ ตโต
นีหฏํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ วนฏฺฐํ โปกฺขรฏฺฐํ อชฺชาปิ นุ โข
ตานิ ภิกฺขู ปริภุญฺชนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“yāni tāni, ānanda, mayā bhikkhūnaṁ anuññātāni dubbhikkhe dussasse dullabhapiṇḍe anto vuṭṭhaṁ anto pakkaṁ sāmaṁ pakkaṁ uggahitapaṭiggahitakaṁ tato nīhaṭaṁ purebhattaṁ paṭiggahitaṁ vanaṭṭhaṁ pokkharaṭṭhaṁ, ajjāpi nu kho tāni bhikkhū paribhuñjantī”ti?
ปริภุญฺชนฺติ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Paribhuñjanti, bhagavā”ti.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.109
ยานิ ตานิ ภิกฺขเว มยา
ภิกฺขูนํ อนุญฺญาตานิ ทุพฺภิกฺเข ทุสฺสสฺเส ทุลฺลภปิณฺเฑ
อนฺโตวุตฺถํ อนฺโตปกฺกํ สามํปกฺกํ อุคฺคหิตปฏิคฺคหิตกํ ตโต
นีหฏํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ วนฏฺฐํ โปกฺขรฏฺฐํ ตานาหํ อชฺชตคฺเค
ปฏิกฺขิปามิ✎ ร่าง
“yāni tāni, bhikkhave, mayā bhikkhūnaṁ anuññātāni dubbhikkhe dussasse dullabhapiṇḍe anto vuṭṭhaṁ anto pakkaṁ sāmaṁ pakkaṁ uggahitapaṭiggahitakaṁ tato nīhaṭaṁ purebhattaṁ paṭiggahitaṁ vanaṭṭhaṁ pokkharaṭṭhaṁ, tānāhaṁ ajjatagge paṭikkhipāmi.
น ภิกฺขเว อนฺโตวุตฺถํ อนฺโตปกฺกํ สามํปกฺกํ
อุคฺคหิตปฏิคฺคหิตกํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
Na, bhikkhave, anto vuṭṭhaṁ anto pakkaṁ sāmaṁ pakkaṁ uggahitapaṭiggahitakaṁ paribhuñjitabbaṁ.
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ
ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassa.
น จ ภิกฺขเว ตโต นีหฏํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ วนฏฺฐํ
โปกฺขรฏฺฐํ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ ปริภุญฺชิตพฺพํ✎ ร่าง
Na ca, bhikkhave, tato nīhaṭaṁ purebhattaṁ paṭiggahitaṁ vanaṭṭhaṁ pokkharaṭṭhaṁ bhuttāvinā pavāritena anatirittaṁ paribhuñjitabbaṁ.
โย
ปริภุญฺเชยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, yathādhammo kāretabbo”ti.