‹ กลับ
พระพุทธานุญาตกัปปิยภูมิ
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 82 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๒๑๐๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ประชาชนชาวชนบทบรรทุกเกลือบ้าง น้ำมันบ้าง ข้าวสารบ้าง ของขบฉันบ้าง ไว้ในเกวียนเป็นอันมาก แล้วตั้งวงล้อมเกวียนอยู่นอกซุ้มประตูพระอารามคอยท่า ว่าเมื่อใด เราทั้งหลายได้ลำดับที่จะถวาย เมื่อนั้นเราจักทำภัตตาหารถวาย ฝนตั้งเค้ามาจะตกใหญ่ จึงคนเหล่านั้นพากันเข้าไปหาท่านพระอานนท์กราบเรียนว่า ท่านพระอานนท์เจ้าข้า เกลือ น้ำมัน ข้าวสาร และของขบฉันเป็นอันมาก พวกข้าพเจ้าบรรทุกไว้ในเกวียนตั้งอยู่หน้าวัดนี้ และฝน ตั้งเค้ามาจะตกใหญ่ ท่านพระอานนท์เจ้าข้า พวกข้าพเจ้าพึงปฏิบัติอย่างไร? จึงท่านพระอานนท์ กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จง สมมติวิหารที่ตั้งอยู่สุดเขตวัด ให้เป็นสถานที่เก็บของกัปปิยะ แล้วให้เก็บไว้ในสถานที่ที่สงฆ์ จำนงหมาย คือวิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น หรือถ้ำก็ได้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึง สมมติวิหารมีชื่อนี้ ให้เป็นกัปปิยภูมิ นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติวิหารมีชื่อนี้ให้เป็นกัปปิยภูมิ การสมมติ วิหารมีชื่อนี้ให้เป็นกัปปิยภูมิ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด วิหารมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติให้เป็นกัปปิยภูมิแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้า ทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้. สมัยต่อมา ชาวบ้านต้มข้าวต้ม หุงข้าวสวย ต้มแกง สับเนื้อ ผ่าฟืน ส่งเสียงเซ็งแซ่ เกรียวกราว ณ สถานที่กัปปิยภูมิ ที่สงฆ์สมมติไว้นั้นแล. พระผู้มีพระภาค ทรงตื่นบรรทมในเวลาปัจจุสมัยแห่งราตรี ได้ทรงสดับเสียงเซ็งแซ่ เกรียวกราว และเสียงการ้องก้อง ครั้นแล้วรับสั่งถามท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เสียงเซ็งแซ่ เกรียวกราว และเสียงการ้องก้องนั้น อะไรกันหนอ? ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า บัดนี้ชาวบ้านมาต้มข้าวต้ม หุงข้าวสวย ต้มแกง สับเนื้อ ผ่าฟืน ณ สถานที่กัปปิยภูมิซึ่งสมมติไว้นั้นแล เสียงเซ็งแซ่เกรียวกราว และเสียงการ้องก้องนั่นคือเสียงนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้สถานที่กัปปิยภูมิ ซึ่งสงฆ์สมมติ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสถานที่กัปปิยภูมิ ๓ ชนิด คือ อุสสาวนันติกา ๑ โคนิสาทิกา ๑ คหปติกา ๑ สมัยต่อมา ท่านพระยโสชะอาพาธ ชาวบ้านนำเภสัชมาถวายท่าน ภิกษุทั้งหลายให้เก็บ เภสัชเหล่านั้นไว้ข้างนอก สัตว์กินเสียบ้าง ขโมยลักไปเสียบ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ใช้สถานที่กัปปิยภูมิที่สงฆ์สมมติ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสถานที่กัปปิยภูมิ ๔ ชนิด คือ อุสสาวนันติกา ๑ โคนิสา ทิกา คหปติกา ๑ สมมติกา ๑.
เทียบรายประโยค (36 ประโยค)
pli-tv-kd6:33.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน ชานปทา มนุสฺสา พหุํ โลณํปิ เตลํปิ ตณฺฑุลํปิ ขาทนียํปิ สกเฏสุ อาโรเปตฺวา พหารามโกฏฺฐเก สกฏปริวตฺตํ กริตฺวา อจฺฉนฺติ ยทา ปฏิปาฏึ ลภิสฺสาม ตทา ภตฺตํ กริสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena jānapadā manussā bahuṁ loṇampi, telampi, taṇḍulampi, khādanīyampi sakaṭesu āropetvā bahārāmakoṭṭhake sakaṭaparivaṭṭaṁ karitvā acchanti—“yadā paṭipāṭiṁ labhissāma, tadā bhattaṁ karissāmā”ti.
pli-tv-kd6:33.1.2 #
มหา จ เมโฆ อุคฺคโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Mahā ca megho uggato hoti.
อ้างอิงPTS 1.239
pli-tv-kd6:33.1.3 #
อถโข เต มนุสฺสา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจุํ อิธ ภนฺเต อานนฺท พหุํ โลณํปิ เตลํปิ ตณฺฑุลํปิ ขาทนียํปิ สกเฏสุ อาโรปิตา ติฏฺฐนฺติ มหา จ เมโฆ อุคฺคโต กถํ นุ โข ภนฺเต อานนฺท ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te manussā yenāyasmā ānando tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ ānandaṁ etadavocuṁ—“idha, bhante ānanda, bahuṁ loṇampi, telampi, taṇḍulampi, khādanīyampi sakaṭesu āropitā tiṭṭhanti, mahā ca megho uggato; kathaṁ nu kho, bhante ānanda, paṭipajjitabban”ti?
pli-tv-kd6:33.1.4 #
อถโข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
pli-tv-kd6:33.2.1 #
เตนหิ อานนฺท สงฺโฆ ปจฺจนฺติมํ วิหารํ กปฺปิยภูมึ สมฺมนฺนิตฺวา ตตฺถ วาเสตุ ยํ สงฺโฆ อากงฺขติ วิหารํ วา อฑฺฒโยคํ วา ปาสาทํ วา หมฺมิยํ วา คุหํ วา ฯ✎ ร่าง
“Tena hānanda, saṅgho paccantimaṁ vihāraṁ kappiyabhūmiṁ sammannitvā tattha vāsetu, yaṁ saṅgho ākaṅkhati vihāraṁ vā aḍḍhayogaṁ vā pāsādaṁ vā hammiyaṁ vā guhaṁ vā.
pli-tv-kd6:33.2.2 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbā.
pli-tv-kd6:33.2.3 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
pli-tv-kd6:33.2.4 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 89.316
pli-tv-kd6:33.2.5 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ วิหารํ กปฺปิยภูมึ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmaṁ vihāraṁ kappiyabhūmiṁ sammanneyya.
pli-tv-kd6:33.2.6 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
pli-tv-kd6:33.2.7 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.110
pli-tv-kd6:33.2.8 #
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ วิหารํ กปฺปิยภูมึ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmaṁ vihāraṁ kappiyabhūmiṁ sammannati.
pli-tv-kd6:33.2.9 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส วิหารสฺส กปฺปิยภูมิยา สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa vihārassa kappiyabhūmiyā sammuti, so tuṇhassa;
pli-tv-kd6:33.2.10 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
pli-tv-kd6:33.2.11 #
สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม วิหาโร กปฺปิยภูมิ ฯ✎ ร่าง
Sammato saṅghena itthannāmo vihāro kappiyabhūmi.
pli-tv-kd6:33.2.12 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
pli-tv-kd6:33.3.1 #
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ตตฺเถว สมฺมติกาย ๑- กปฺปิยภูมิยา ยาคุโย ปจนฺติ ภตฺตานิ ปจนฺติ สูปานิ สปฺปาเทนฺติ มํสานิ โกฏฺเฏนฺติ กฏฺฐานิ ผาเลนฺติ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กโรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena manussā tattheva sammutiyā kappiyabhūmiyā yāguyo pacanti, bhattāni pacanti, sūpāni sampādenti, maṁsāni koṭṭenti, kaṭṭhāni phālenti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 3.598
pli-tv-kd6:33.3.2 #
อสฺโสสิ โข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กาโกรวสทฺทํ สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Assosi kho bhagavā rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya uccāsaddaṁ mahāsaddaṁ kākoravasaddaṁ, sutvāna āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
pli-tv-kd6:33.3.3 #
กินฺนุ โข โส อานนฺท อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท กาโกรวสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so, ānanda, uccāsaddo mahāsaddo kākoravasaddo”ti?
pli-tv-kd6:33.4.1 #
เอตรหิ ภนฺเต มนุสฺสา ตตฺเถว สมฺมติกาย ๒- กปฺปิยภูมิยา ยาคุโย ปจนฺติ ภตฺตานิ ปจนฺติ สูปานิ สมฺปาเทนฺติ มํสานิ โกฏฺเฏนฺติ กฏฺฐานิ ผาเลนฺติ✎ ร่าง
“Etarahi, bhante, manussā tattheva sammutiyā kappiyabhūmiyā yāguyo pacanti, bhattāni pacanti, sūpāni sampādenti, maṁsāni koṭṭenti, kaṭṭhāni phālenti.
pli-tv-kd6:33.4.2 #
โส เอโส ภควา อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท กาโกรวสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
So eso, bhagavā, uccāsaddo mahāsaddo kākoravasaddo”ti.
pli-tv-kd6:33.4.3 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd6:33.4.4 #
น ภิกฺขเว สมฺมติกา ๓- กปฺปิยภูมิ ปริภุญฺชิตพฺพา✎ ร่าง
“na, bhikkhave, sammuti kappiyabhūmi paribhuñjitabbā.
pli-tv-kd6:33.4.5 #
โย ปริภุญฺเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส✎ ร่าง
Yo paribhuñjeyya, āpatti dukkaṭassa.
pli-tv-kd6:33.4.6 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ติสฺโส กปฺปิยภูมิโย✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, tisso kappiyabhūmiyo—
pli-tv-kd6:33.4.7 #
อุสฺสาวนนฺติกํ โคนิสาทิกํ คหปติกนฺติ ฯ✎ ร่าง
ussāvanantikaṁ gonisādikaṁ gahapatin”ti.
pli-tv-kd6:33.5.1 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ยโสโช คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā yasojo gilāno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.111
pli-tv-kd6:33.5.2 #
ตสฺสตฺถาย เภสชฺชานิ อาหริยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tassatthāya bhesajjāni āhariyanti.
pli-tv-kd6:33.5.3 #
ตานิ ภิกฺขู พหิ วาเสนฺติ ๔- ฯ✎ ร่าง
Tāni bhikkhū bahi vāsenti.
pli-tv-kd6:33.5.4 #
อุกฺกปิณฺฑกาปิ ขาทนฺติ โจราปิ หรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ukkapiṇḍakāpi khādanti, corāpi haranti.
pli-tv-kd6:33.5.5 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pli-tv-kd6:33.5.6 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว สมฺมติกํ ๑- กปฺปิยภูมึ ปริภุญฺชิตุํ ฯ✎ ร่าง
“Anujānāmi, bhikkhave, sammutiṁ kappiyabhūmiṁ paribhuñjituṁ.
pli-tv-kd6:33.5.7 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว จตสฺโส กปฺปิยภูมิโย✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, catasso kappiyabhūmiyo—
อ้างอิงPTS 1.240
pli-tv-kd6:33.5.8 #
อุสฺสาวนนฺติกํ โคนิสาทิกํ คหปติกํ สมฺมติกนฺติ ฯ✎ ร่าง
ussāvanantikaṁ gonisādikaṁ gahapatiṁ sammutin”ti.
pli-tv-kd6:33.5.9 #
Sīhabhāṇavāro niṭṭhito catuttho.
pli-tv-kd6:34.1.0 #
21. Meṇḍakagahapativatthu
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน