‹ กลับ
เรื่องเมณฑกะคหบดี
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 85 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๒๑๖๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๕] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครภัททิยะตามพระพุทธาภิรมย์ แล้ว ไม่ได้ทรงลาเมณฑกะคหบดี เสด็จพระพุทธดำเนินไปทางชนบทอังคุตตราปะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป เมณฑกะคหบดีได้ทราบข่าวแน่ชัดว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จพระ พุทธดำเนินไปทางชนบทอังคุตตราปะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป จึงสั่ง ทาสและกรรมกรว่า พนายทั้งหลาย ถ้ากระนั้น พวกเจ้าจงบรรทุกเกลือบ้าง น้ำมันบ้าง ข้าวสาร บ้าง ของขบฉันบ้าง ลงในเกวียนให้มากๆ และคนเลี้ยงโค ๑,๒๕๐ คน จงพาแม่โคนม ๑,๒๕๐ ตัว มาด้วย เราจักเลี้ยงพระสงฆ์ด้วยน้ำนมสดอันรีดใหม่ที่มีน้ำยังอุ่นๆ ณ สถานที่ๆ เราได้พบ พระผู้มีพระภาค ครั้นเมณฑกะคหบดีตามไปพบพระผู้มีพระภาค ณ ระหว่างทางกันดาร จึงเข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาค ถวายบังคมยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลอาราธนาว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมกับภิกษุสงฆ์ จงทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของข้าพระพุทธเจ้า เพื่อเจริญบุญกุศลและปิติปราโมทย์ในวันพรุ่งนี้ด้วยเถิด พระผู้มีพระภาคทรงรับอาราธนาโดย ดุษณีภาพ ครั้นเมณฑกะคหบดี ทราบการทรงรับอาราธนาของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมทำประทักษิณกลับไป แล้วสั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีต โดยผ่านราตรีนั้น แล้วให้คนไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหาร เสร็จแล้ว. ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเสด็จพระพุทธ- *ดำเนินเข้าสถานที่อังคาสของเมณฑกะคหบดี ครั้นแล้วประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่เขาปูลาดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงเมณฑกะคหบดีสั่งคนเลี้ยงโค ๑,๒๕๐ คนว่า พนายทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น จงช่วยกันจับแม่โคนมคนละตัว แล้วยืนใกล้ๆ ภิกษุรูปละคนๆ เราจักเลี้ยงพระด้วยน้ำนมสด อันรีดใหม่ที่มีน้ำยังอุ่นๆ ครั้นแล้วได้อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยขาทนีย- *โภชนียาหารอันประณีต และด้วยน้ำนมสดอันรีดใหม่ด้วยมือของตน จนให้ห้ามภัตรแล้ว ภิกษุ ทั้งหลายรังเกียจ ไม่ยอมรับประเคนน้ำนมสด พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย จงรับประเคนฉันเถิด. เมื่อเมณฑกะคหบดีอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหาร อันประณีต และด้วยน้ำนมสดรีดใหม่ด้วยมือของตนจนยังพระผู้มีพระภาคผู้เสวยเสร็จ ทรงนำ พระหัตถ์ออกจากบาตรให้ห้ามภัตรแล้ว ได้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมณฑกะคหบดีนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า มีอยู่ พระพุทธเจ้าข้า หนทาง กันดารอัตคัดน้ำ อัตคัดอาหาร ภิกษุไม่มีเสบียงจะเดินทางไป ทำไม่ได้ง่าย ขอประทานพระ วโรกาส ขอพระองค์โปรดทรงอนุญาตเสบียงเดินทางแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เมณฑกะคหบดีเห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับไป หลังจากนั้นพระองค์ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตโครส ๕ คือ นมสด นมส้ม เปรียง เนยข้น เนยใส. มีอยู่ ภิกษุทั้งหลาย หนทางกันดารอัตคัดน้ำ อัตคัดอาหาร ภิกษุไม่มีเสบียงจะเดินทางไป ทำไม่ได้ง่าย เราอนุญาตให้แสวงหาเสบียงได้ คือ ภิกษุต้องการข้าวสาร พึงแสวงหาข้าวสาร ต้องการถั่วเขียว พึงแสวงหาถั่วเขียว ต้องการถั่วราชมาส พึงแสวงหาถั่วราชมาส ต้องการเกลือ พึงแสวงหาเกลือ ต้องการน้ำอ้อย พึงแสวงหาน้ำอ้อย ต้องการน้ำมัน พึงแสวงหาน้ำมัน ต้องการเนยใส ก็พึงแสวงหาเนยใส. มีอยู่ ภิกษุทั้งหลาย ชาวบ้านที่มีศรัทธาเลื่อมใส เขามอบเงินทองไว้ในมือกัปปิยการก สั่งว่า สิ่งใดควรแก่พระผู้เป็นเจ้า ขอท่านจงถวายสิ่งนั้นด้วยกัปปิยภัณฑ์นี้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดีของอันเป็นกัปปิยะจากกัปปิยภัณฑ์นั้นได้ แต่เรา มิได้กล่าวว่า พึงยินดี พึงแสวงหาทองและเงินโดยปริยายไรๆ เลย.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
pli-tv-kd6:34.17.2 #
อถโข ภควา ภทฺทิเย ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เมณฺฑกํ คหปตึ อนาปุจฺฉา เยน องฺคุตฺตราโป เตน จาริกํ ปกฺกามิ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตรเสหิ ภิกฺขุสเตหิ ฯ อสฺโสสิ @เชิงอรรถ: ๑ โป. นาม ฯ ๒ ม. ยุ. ตาว ฯ ๓ สี. สงฺฆสฺส ฯ โข เมณฺฑโก คหปติ✎ ร่าง
Assosi kho meṇḍako gahapati—
pli-tv-kd6:34.17.3 #
ภควา กิร เยน องฺคุตฺตราโป เตน จาริกํ ปกฺกนฺโต มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตรเสหิ ภิกฺขุสเตหีติ ฯ✎ ร่าง
“bhagavā kira yena aṅguttarāpo tena cārikaṁ pakkanto mahatā bhikkhusaṅghena saddhiṁ aḍḍhatelasehi bhikkhusatehī”ti.
pli-tv-kd6:34.17.4 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ ทาเส จ กมฺมกเร จ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati dāse ca kammakare ca āṇāpesi—
pli-tv-kd6:34.17.5 #
เตนหิ ภเณ พหุํ โลณํปิ เตลํปิ ตณฺฑุลํปิ ขาทนียํปิ สกเฏสุ อาโรเปตฺวา อาคจฺฉถ อฑฺฒเตรสานิ จ โคปาลกสตานิ อฑฺฒเตรสานิ เธนุสตานิ อาทาย อาคจฺฉนฺตุ ยตฺถ ภควนฺตํ ปสฺสิสฺสาม ตตฺถ ธารุเณฺหน ๑- ขีเรน โภเชสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“tena hi, bhaṇe, bahuṁ loṇampi, telampi, taṇḍulampi, khādanīyampi sakaṭesu āropetvā āgacchatha, aḍḍhatelasāni ca gopālakasatāni aḍḍhatelasāni ca dhenusatāni ādāya āgacchantu, yattha bhagavantaṁ passissāma tattha taruṇena khīrena bhojessāmā”ti.
pli-tv-kd6:34.18.1 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ ภควนฺตํ อนฺตรามคฺเค กนฺตาเร สมฺภาเวสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati bhagavantaṁ antarāmagge kantāre sambhāvesi.
อ้างอิงPTS 1.244
pli-tv-kd6:34.18.2 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
pli-tv-kd6:34.18.3 #
เอกมนฺตํ ฐิโต โข เมณฺฑโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho meṇḍako gahapati bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:34.18.4 #
อธิวาเสตุ เม ภนฺเต ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ✎ ร่าง
“adhivāsetu me, bhante, bhagavā svātanāya bhattaṁ saddhiṁ bhikkhusaṅghenā”ti.
pli-tv-kd6:34.18.5 #
อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ✎ ร่าง
Adhivāsesi bhagavā tuṇhībhāvena.
pli-tv-kd6:34.18.6 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati bhagavato adhivāsanaṁ viditvā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
pli-tv-kd6:34.18.7 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ กาโล ภนฺเต นิฏฺฐิตํ ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati tassā rattiyā accayena paṇītaṁ khādanīyaṁ bhojanīyaṁ paṭiyādāpetvā bhagavato kālaṁ ārocāpesi—“kālo, bhante, niṭṭhitaṁ bhattan”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 5.120 · ฉัฏฐสังคายนา 89.321 · พุทธชยันตี 3.610
pli-tv-kd6:34.19.1 #
อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน เมณฺฑกสฺส คหปติสฺส ปริเวสนา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena meṇḍakassa gahapatissa parivesanā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi saddhiṁ bhikkhusaṅghena.
pli-tv-kd6:34.19.2 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ อฑฺฒเตรสานิ โคปาลกสตานิ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ปารุเณฺหน ฯ ม. ยุ. ตรุเณน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati aḍḍhatelasāni gopālakasatāni āṇāpesi—
pli-tv-kd6:34.19.3 #
เตนหิ ภเณ เอกเมกํ เธนุํ คเหตฺวา เอกเมกสฺส ภิกฺขุโน อุปติฏฺฐถ ธารุเณฺหน ขีเรน โภเชสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“tena hi, bhaṇe, ekamekaṁ dhenuṁ gahetvā ekamekassa bhikkhuno upatiṭṭhatha taruṇena khīrena bhojessāmā”ti.
pli-tv-kd6:34.19.4 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปสิ สมฺปวาเรสิ ธารุเณฺหน จ ขีเรน ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati buddhappamukhaṁ bhikkhusaṅghaṁ paṇītena khādanīyena bhojanīyena sahatthā santappesi sampavāresi, taruṇena ca khīrena.
pli-tv-kd6:34.19.5 #
ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา ขีรํ นปฺปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū kukkuccāyantā khīraṁ na paṭiggaṇhanti.
pli-tv-kd6:34.19.6 #
ปฏิคฺคณฺหถ ภิกฺขเว ปริภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
“Paṭiggaṇhatha, bhikkhave, paribhuñjathā”ti.
pli-tv-kd6:34.20.1 #
อถโข เมณฺฑโก คหปติ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ธารุเณฺหน จ ขีเรน ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho meṇḍako gahapati buddhappamukhaṁ bhikkhusaṅghaṁ paṇītena khādanīyena bhojanīyena sahatthā santappetvā sampavāretvā taruṇena ca khīrena bhagavantaṁ bhuttāviṁ onītapattapāṇiṁ ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd6:34.20.2 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เมณฺฑโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho meṇḍako gahapati bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd6:34.20.3 #
สนฺติ ภนฺเต มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ✎ ร่าง
“santi, bhante, maggā kantārā, appodakā appabhakkhā, na sukarā apātheyyena gantuṁ.
pli-tv-kd6:34.20.4 #
สาธุ ภนฺเต ภควา ภิกฺขูนํ ปาเถยฺยํ อนุชานาตูติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu, bhante, bhagavā bhikkhūnaṁ pātheyyaṁ anujānātū”ti.
pli-tv-kd6:34.20.5 #
อถโข ภควา เมณฺฑกํ คหปตึ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā meṇḍakaṁ gahapatiṁ dhammiyā kathāya sandassetvā samādapetvā samuttejetvā sampahaṁsetvā uṭṭhāyāsanā pakkāmi.
pli-tv-kd6:34.21.1 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.121
pli-tv-kd6:34.21.2 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจ โครเส✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, pañca gorase—
pli-tv-kd6:34.21.3 #
ขีรํ ทธึ ตกฺกํ นวนีตํ สปฺปึ ฯ✎ ร่าง
khīraṁ, dadhiṁ, takkaṁ, navanītaṁ, sappiṁ.
pli-tv-kd6:34.21.4 #
สนฺติ ภิกฺขเว มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ ฯ✎ ร่าง
Santi, bhikkhave, maggā kantārā appodakā appabhakkhā, na sukarā apātheyyena gantuṁ.
pli-tv-kd6:34.21.5 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ปาเถยฺยํ ปริเยสิตุํ ตณฺฑุโล ตณฺฑุลตฺถิเกน มุคฺโค มุคฺคตฺถิเกน มาโส มาสตฺถิเกน โลณํ @เชิงอรรถ: ๑ สี. ม. ปญฺจโครสํ ฯ โลณตฺถิเกน คุโฬ คุฬตฺถิเกน เตลํ เตลตฺถิเกน สปฺปิ สปฺปิตฺถิเกน ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, pātheyyaṁ pariyesituṁ taṇḍulo taṇḍulatthikena, muggo muggatthikena, māso māsatthikena, loṇaṁ loṇatthikena, guḷo guḷatthikena, telaṁ telatthikena, sappi sappitthikena.
อ้างอิงPTS 1.245
pli-tv-kd6:34.21.6 #
สนฺติ ภิกฺขเว มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา เต กปฺปิยการกานํ หตฺเถ หิรญฺญสุวณฺณํ ๑- อุปนิกฺขิปนฺติ✎ ร่าง
Santi, bhikkhave, manussā, saddhā pasannā, te kappiyakārakānaṁ hatthe hiraññaṁ upanikkhipanti—
pli-tv-kd6:34.21.7 #
อิมินา ยํ อยฺยสฺส กปฺปิยํ ตํ เทถาติ ฯ✎ ร่าง
‘iminā ayyassa yaṁ kappiyaṁ taṁ dethā’ti.
pli-tv-kd6:34.21.8 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว ยํ ตโต กปฺปิยํ ตํ สาทิตุํ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, yaṁ tato kappiyaṁ taṁ sādituṁ;
pli-tv-kd6:34.21.9 #
น เตฺววาหํ ภิกฺขเว เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามีติ ฯ✎ ร่าง
na tvevāhaṁ, bhikkhave, kenaci pariyāyena jātarūparajataṁ sāditabbaṁ pariyesitabbanti vadāmī”ti.
pli-tv-kd6:35.1.0 #
23. Keṇiyajaṭilavatthu
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน