‹ กลับ
ภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้า
เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒ · ข้อ 95 · วิ.ม.ว.๒. ๕/๒๖๔๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๕] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณ- *ฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุปาไฐยรัฐจำนวน ๓๐ รูป ล้วนถืออารัญญิกธุดงค์ บิณฑปาติกธุดงค์ และเตจีวริกธุดงค์เดินทางไปพระนครสาวัตถีเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจวน ถึงวันเข้าพรรษา ไม่สามารถจะเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี จึงจำพรรษา ณ เมืองสาเกต ในระหว่างทาง ภิกษุเหล่านั้นจำพรรษามีใจรัญจวนว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ใกล้ๆ เรา ระยะทางห่างเพียง ๖ โยชน์ แต่พวกเราก็ไม่ได้เฝ้าพระองค์ ครั้นล่วงไตรมาส ภิกษุ เหล่านั้นออกพรรษาทำปวารณาเสร็จแล้ว เมื่อฝนยังตกชุก พื้นภูมิภาคเต็มไปด้วยน้ำ เป็นหล่มเลน มีจีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ ลำบากกาย เดินทางไปถึงพระนครสาวัตถี พระเชตวัน อารามของอนาถบิณ- *ฑิกคหบดี เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระอาคันตุกะทั้งหลายนั่นเป็น พุทธประเพณี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอยังพอ ทนได้หรือ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ พวกเธอเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน จำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาตหรือ? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า พวกข้าพระพุทธเจ้ายังพอทนได้ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้ พระพุทธเจ้าข้า อนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน จำ พรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระพุทธเจ้าในชุมนุมนี้ เป็นภิกษุปาไฐยรัฐจำนวน ๓๐ รูป เดินทางมาพระนครสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจวน ถึงวันเข้าพรรษา ไม่สามารถจะเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี จึงจำพรรษา ณ เมือง สาเกต ในระหว่างทาง พวกข้าพระพุทธเจ้านั้นจำพรรษามีใจรัญจวนว่า พระผู้มีพระภาคประทับ อยู่ใกล้ๆ เรา ระยะทางห่างเพียง ๖ โยชน์ แต่พวกเราก็ไม่ได้เฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นล่วง ไตรมาส พวกข้าพระพุทธเจ้าออกพรรษาทำปวารณาเสร็จแล้ว เมื่อฝนยังตกชุก พื้นภูมิภาคเต็ม ไปด้วยน้ำ เป็นหล่มเลน มีจีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ ลำบากกาย เดินทางมา พระพุทธเจ้าข้า.
เทียบรายประโยค (16 ประโยค)
pli-tv-kd7:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 1.253 · สยามรัฐ 5.135 · ฉัฏฐสังคายนา 89.330 · พุทธชยันตี 3.628
pli-tv-kd7:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน ตึสมตฺตา ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สพฺเพ อารญฺญกา สพฺเพ ปิณฺฑปาติกา สพฺเพ ปํสุกูลิกา สพฺเพ เตจีวริกา สาวตฺถึ คจฺฉนฺตา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย นาสกฺขึสุ สาวตฺถิยํ วสฺสูปนายิกํ สมฺภาเวตุํ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena tiṁsamattā pāveyyakā bhikkhū, sabbe āraññikā sabbe piṇḍapātikā sabbe paṁsukūlikā sabbe tecīvarikā sāvatthiṁ āgacchantā bhagavantaṁ dassanāya upakaṭṭhāya vassūpanāyikāya nāsakkhiṁsu sāvatthiyaṁ vassūpanāyikaṁ sambhāvetuṁ;
pli-tv-kd7:1.1.3 #
อนฺตรามคฺเค สาเกเต วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ ฯ✎ ร่าง
antarāmagge sākete vassaṁ upagacchiṁsu.
pli-tv-kd7:1.1.4 #
เต อุกฺกณฺฐิตรูปา วสฺสํ วสึสุ อาสนฺเน ว โน ภควา วิหรติ อิโต ฉสุ โยชเนสุ น จ มยํ ลภาม ภควนฺตํ ทสฺสนายาติ ฯ✎ ร่าง
Te ukkaṇṭhitarūpā vassaṁ vasiṁsu—āsanneva no bhagavā viharati ito chasu yojanesu, na ca mayaṁ labhāma bhagavantaṁ dassanāyāti.
pli-tv-kd7:1.1.5 #
อถโข เต ภิกฺขู วสฺสํ วุตฺถา เตมาสจฺจเยน กตาย ปวารณาย เทเว วสฺสนฺเต อุทกสงฺคเห อุทกจิกฺขลฺเล โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ กิลนฺตรูปา✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū vassaṁvuṭṭhā, temāsaccayena katāya pavāraṇāya, deve vassante, udakasaṅgahe udakacikkhalle okapuṇṇehi cīvarehi kilantarūpā
pli-tv-kd7:1.1.6 #
เยน สาวตฺถี เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
yena sāvatthi jetavanaṁ anāthapiṇḍikassa ārāmo, yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd7:1.2.1 #
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ ฯ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ āgantukehi bhikkhūhi saddhiṁ paṭisammodituṁ.
pli-tv-kd7:1.2.2 #
อถโข ภควา เต ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā te bhikkhū etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 5.136
pli-tv-kd7:1.2.3 #
กจฺจิ ภิกฺขเว ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ✎ ร่าง
“kacci, bhikkhave, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ,
pli-tv-kd7:1.2.4 #
กจฺจิ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิตฺถ น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
kacci samaggā sammodamānā avivadamānā phāsukaṁ vassaṁ vasittha, na ca piṇḍakena kilamitthā”ti?
pli-tv-kd7:1.2.5 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd7:1.2.6 #
สมคฺคา จ มยํ ภนฺเต สมฺโมทมานา อวิวทมานา วสฺสํ วสิมฺหา น จ ปิณฺฑเกน กิลมิมฺหา✎ ร่าง
samaggā ca mayaṁ, bhante, sammodamānā avivadamānā vassaṁ vasimhā, na ca piṇḍakena kilamimhā.
pli-tv-kd7:1.2.7 #
อิธ มยํ ภนฺเต ตึสมตฺตา ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺตา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย นาสกฺขิมฺหา สาวตฺถิยํ วสฺสูปนายิกํ สมฺภาเวตุํ อนฺตรามคฺเค สาเกเต วสฺสํ อุปคจฺฉิมฺหา✎ ร่าง
Idha mayaṁ, bhante, tiṁsamattā pāveyyakā bhikkhū sāvatthiṁ āgacchantā bhagavantaṁ dassanāya upakaṭṭhāya vassūpanāyikāya nāsakkhimhā sāvatthiyaṁ vassūpanāyikaṁ sambhāvetuṁ, antarāmagge sākete vassaṁ upagacchimhā.
อ้างอิงPTS 1.254
pli-tv-kd7:1.2.8 #
เต มยํ ภนฺเต อุกฺกณฺฐิตรูปา วสฺสํ วสิมฺหา✎ ร่าง
Te mayaṁ, bhante, ukkaṇṭhitarūpā vassaṁ vasimhā—
pli-tv-kd7:1.2.9 #
อาสนฺเน ว โน ภควา วิหรติ อิโต ฉสุ โยชเนสุ น จ มยํ ลภาม ภควนฺตํ ทสฺสนายาติ✎ ร่าง
‘āsanneva no bhagavā viharati ito chasu yojanesu, na ca mayaṁ labhāma bhagavantaṁ dassanāyā’ti.
pli-tv-kd7:1.2.10 #
อถโข มยํ ภนฺเต วสฺสํ วุตฺถา เตมาสจฺจเยน กตาย ปวารณาย เทเว วสฺสนฺเต อุทกสงฺคเห อุทกจิกฺขลฺเล โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ กิลนฺตรูปา อทฺธานํ อาคตาติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho mayaṁ, bhante, vassaṁvuṭṭhā, temāsaccayena katāya pavāraṇāya, deve vassante, udakasaṅgahe udakacikkhalle okapuṇṇehi cīvarehi kilantarūpā addhānaṁ āgatā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๕ — วินัยปิฎก มหาวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน