เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๐] ครั้งนั้น ภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็น
ประมุขได้ไปสู่ชนบทกิฏาคีรี แล้วลงปัพพาชนียกรรมแก่พวกภิกษุอัสสชิและ
ปุนัพพสุกะ จากชนบทกิฏาคีรีว่า พวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะไม่พึงอยู่ใน
ชนบทกิฏาคีรี
พวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะเหล่านั้น ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว
ไม่ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมาภิกษุทั้งหลาย
ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความพอใจ ลำเอียงเพราะ
ความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี
สึกเสียก็มี
บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า
ไฉนพวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว จึงได้ไม่
ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมาภิกษุทั้งหลาย
ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความพอใจ ลำเอียงเพราะ
ความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี
สึกเสียก็มีเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ฯ
อถโข สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ กิฏาคิรึ
คนฺตฺวา อสฺสชิปุนพฺพสุกานํ ภิกฺขูนํ กิฏาคิริสฺมา ปพฺพาชนียกมฺมํ
อกาสิ✎ ร่าง
Atha kho sāriputtamoggallānappamukho bhikkhusaṅgho kīṭāgiriṁ gantvā assajipunabbasukānaṁ bhikkhūnaṁ kīṭāgirismā pabbājanīyakammaṁ akāsi—
อ้างอิงสยามรัฐ 6.53 · พุทธชยันตี 4.60
นาสฺสชิปุนพฺพสุเกหิ ภิกฺขูหิ กิฏาคิริสฺมึ วตฺถพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
na assajipunabbasukehi bhikkhūhi kīṭāgirismiṁ vatthabbanti.
เต สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺตนฺติ น โลมํ ปาเตนฺติ
น เนตฺถารํ วตฺตนฺติ✎ ร่าง
Te saṅghena pabbājanīyakammakatā na sammā vattanti, na lomaṁ pātenti, na netthāraṁ vattanti;
ภิกฺขู น ขมาเปนฺติ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ✎ ร่าง
na bhikkhū khamāpenti, akkosanti, paribhāsanti;
ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปนฺติ✎ ร่าง
chandagāmitā dosagāmitā mohagāmitā bhayagāmitā pāpenti;
ปกฺกมนฺติปิ วิพฺภมนฺติปิ✎ ร่าง
pakkamantipi, vibbhamantipi.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺเฆน
ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺติสฺสนฺติ น โลมํ ปาเตสฺสนฺติ
น เนตฺถารํ วตฺติสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma assajipunabbasukā bhikkhū saṅghena pabbājanīyakammakatā na sammā vattissanti, na lomaṁ pātessanti, na netthāraṁ vattissanti;
ภิกฺขู น ขมาเปสฺสนฺติ อกฺโกสิสฺสนฺติ
ปริภาสิสฺสนฺติ✎ ร่าง
na bhikkhū khamāpessanti, akkosissanti, paribhāsissanti;
ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา
ปาเปสฺสนฺติ✎ ร่าง
chandagāmitā dosagāmitā mohagāmitā bhayagāmitā pāpessanti;
ปกฺกมิสฺสนฺติปิ วิพฺภมิสฺสนฺติปีติ ฯ✎ ร่าง
pakkamissantipi, vibbhamissantipī”ti.
อถโข เต ภิกฺขู
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.