เนื้อความทั้งข้อ
[๓๓๕] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ใน
เพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุ
ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม
ยินดีการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรม การนำอาสนะมาให้
การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การ
รับบาตร จีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของปกตัตตะภิกษุทั้งหลาย จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุ
ทั้งหลายผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม จึงได้ยินดีการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม
สามีจิกรรม การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า
การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของปกตัตตะ
ภิกษุทั้งหลายเล่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของพวกภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมนั่น
ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้ว ทรงทำธรรมีกถา
รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม
ไม่พึงยินดีการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรม การนำอาสนะ
มาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า
การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของปกตัตตะภิกษุทั้งหลาย รูปใดยินดี
ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการกราบไหว้ การลุกรับ อัญชลีกรรม
สามีจิกรรม การนำอาสนะมาให้ การนำที่นอนมาให้ การล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้า
การตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า การรับบาตรจีวร การถูหลังให้เมื่ออาบน้ำ ของภิกษุ
ทั้งหลาย ผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมด้วยกัน ตามลำดับผู้แก่พรรษา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกิจ ๕ อย่าง คือ อุโบสถ ปวารณา
ผ้าอาบน้ำฝน การสละภัตร และการรับภัตร แก่ภิกษุทั้งหลายผู้ควรชักเข้าหา
อาบัติเดิม ตามลำดับผู้แก่พรรษา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุทั้งหลาย
ผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม โดยประการที่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ต้อง
ประพฤติทุกรูป ฯ
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ
ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā bhikkhū paṭipucchi—
อ้างอิงสยามรัฐ 6.138 · พุทธชยันตี 4.170
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว
มูลาย ปฏิกสฺสนารหา ภิกฺขู สาทิยนฺติ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ
ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahā bhikkhū sādiyanti pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ, paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikamman”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว มูลาย ปฏิกสฺสนารหา
ภิกฺขู สาทิยิสฺสนฺติ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ
นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahā bhikkhū sādiyissanti pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ, paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา
ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
น ภิกฺขเว มูลาย ปฏิกสฺสนารเหน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahena bhikkhunā sāditabbaṁ
ปกตตฺตานํ
ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ✎ ร่าง
pakatattānaṁ bhikkhūnaṁ abhivādanaṁ,
ปจฺจุฏฺฐานํ ฯ✎ ร่าง
paccuṭṭhānaṁ,
ปฯ✎ ร่าง
pādodakaṁ pādapīṭhaṁ,
—
pattacīvarappaṭiggahaṇaṁ,
นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ✎ ร่าง
nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
โย
สาทิเยยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo sādiyeyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว มูลาย
ปฏิกสฺสนารหานํ ภิกฺขูนํ มิถุ ยถาวุฑฺฒํ อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ ฯเปฯ
นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahānaṁ bhikkhūnaṁ mithu yathāvuḍḍhaṁ abhivādanaṁ, paccuṭṭhānaṁ …pe… nahāne piṭṭhiparikammaṁ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว มูลาย ปฏิกสฺสนารหานํ
ภิกฺขูนํ ปญฺจ ยถาวุฑฺฒํ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahānaṁ bhikkhūnaṁ pañca yathāvuḍḍhaṁ—
อุโปสถํ ปวารณํ วสฺสิกสาฏิกํ โอโณชนํ
ภตฺตญฺจ ฯ✎ ร่าง
uposathaṁ, pavāraṇaṁ, vassikasāṭikaṁ, oṇojanaṁ, bhattaṁ.
เตนหิ ภิกฺขเว มูลาย ปฏิกสฺสนารหานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ
ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา มูลาย ปฏิกสฺสนารเหหิ ภิกฺขูหิ วตฺติตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Tena hi, bhikkhave, mūlāyapaṭikassanārahānaṁ bhikkhūnaṁ vattaṁ paññapessāmi yathā mūlāyapaṭikassanārahehi bhikkhūhi vattitabbaṁ.