เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เธอขอปริวาส
สำหรับเดือนที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส
เดือนที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส
รู้เดือนแม้นอกนี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว
ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือน
ที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสเดือน
ที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะเรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส
รู้เดือนแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ
๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่อ
อาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้
เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึง
เทียบเคียงอาบัติตัวก่อน แล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย
อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu dve saṅghādisesā āpattiyo āpajjati dvemāsappaṭicchannāyo;
อ้างอิงสยามรัฐ 6.241 · พุทธชยันตี 4.276
เอกํ มาสํ ชานาติ เอกํ มาสํ
น ชานาติ ฯ✎ ร่าง
ekaṁ māsaṁ jānāti, ekaṁ māsaṁ na jānāti.
โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ
ยํ มาสํ ชานาติ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ jānāti taṁ māsaṁ parivāsaṁ yācati.
ตสฺส สงฺโฆ
ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานาติ ตํ
มาสํ ปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ jānāti taṁ māsaṁ parivāsaṁ deti.
โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ ชานาติ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto itarampi māsaṁ jānāti.
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
‘ahaṁ kho dve saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ dvemāsappaṭicchannāyo;
เอกํ มาสํ ชานึ เอกํ มาสํ น ชานึ✎ ร่าง
ekaṁ māsaṁ jāniṁ, ekaṁ māsaṁ na jāniṁ.
โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานึ
ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ jāniṁ taṁ māsaṁ parivāsaṁ yāciṁ.
ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานึ ตํ มาสํ ปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa me saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ jāniṁ taṁ māsaṁ parivāsaṁ adāsi.
โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ ชานามิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasanto itarampi māsaṁ jānāmi.
ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ
อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ yāceyyan’ti.
โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ
ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ yācati.
ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ
อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ deti.
เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ
อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Tena, bhikkhave, bhikkhunā purimaṁ upādāya dve māsā parivasitabbā.