เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ เธอ
ขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์
สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ
เธอกำลังอยู่ปริวาสระลึกเดือนแม้นอกนี้ได้ เธอคิดอย่างนี้ ว่า เราแลต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึก
ไม่ได้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒
เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว
ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาสระลึกเดือนแม้นอกนี้ได้
ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒
เดือนกะสงฆ์ เธอขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้
๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้
๒ เดือนแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัติตัวก่อน แล้วอยู่
ปริวาส ๒ เดือน ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย
อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu dve saṅghādisesā āpattiyo āpajjati dvemāsappaṭicchannāyo;
อ้างอิงสยามรัฐ 6.242 · ฉัฏฐสังคายนา 90.140
เอกํ มาสํ สรติ เอกํ มาสํ
น สรติ ฯ✎ ร่าง
ekaṁ māsaṁ sarati, ekaṁ māsaṁ nassarati.
โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ
มาสํ สรติ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ sarati taṁ māsaṁ parivāsaṁ yācati.
ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ
อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรติ ตํ มาสํ ปริวาสํ
เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ sarati taṁ māsaṁ parivāsaṁ deti.
โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ สรติ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto itarampi māsaṁ sarati.
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
‘ahaṁ kho dve saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ dvemāsappaṭicchannāyo;
เอกํ มาสํ สรึ เอกํ มาสํ น สรึ✎ ร่าง
ekaṁ māsaṁ sariṁ, ekaṁ māsaṁ nassariṁ.
โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรึ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ sariṁ taṁ māsaṁ parivāsaṁ yāciṁ.
ตสฺส เม
สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรึ ตํ
มาสํ ปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa me saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ yaṁ māsaṁ sariṁ taṁ māsaṁ parivāsaṁ adāsi.
โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ สรามิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasanto itarampi māsaṁ sarāmi.
ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ
อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ yāceyyan’ti.
โส สงฺฆํ
ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ yācati.
ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ
มาสปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ itarampi māsaṁ parivāsaṁ deti.
เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว
มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Tena, bhikkhave, bhikkhunā purimaṁ upādāya dve māsā parivasitabbā.