เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้
ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์
สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ
กำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นที่คงแก่เรียน ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย
ทรงมาติกา ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่
ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุ
รูปนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า คุณ ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่ง
ระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน
กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ
คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น ภิกษุรูปที่มานั้น
กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกได้ปิดบังไว้ ชอบธรรม
ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ ไม่
ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น ฯ
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย
อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu dve saṅghādisesā āpattiyo āpajjati dvemāsappaṭicchannāyo;
อ้างอิงพุทธชยันตี 4.280
เอโก มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน
เอโก มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน ฯ✎ ร่าง
eko māso saramānappaṭicchanno, eko māso assaramānappaṭicchanno.
โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ dvemāsaparivāsaṁ yācati.
ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ
อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ dvemāsaparivāsaṁ deti.
ตสฺส
ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม
ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี
กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ✎ ร่าง
Tassa parivasantassa añño bhikkhu āgacchati bahussuto āgatāgamo dhammadharo vinayadharo mātikādharo paṇḍito viyatto medhāvī lajjī kukkuccako sikkhākāmo.
โส เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So evaṁ vadeti—
กึ อยํ อาวุโส
ภิกฺขุ อาปนฺโน✎ ร่าง
‘kiṁ ayaṁ, āvuso, bhikkhu āpanno?
กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ✎ ร่าง
Kissāyaṁ bhikkhu parivasatī’ti?
เต เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Te evaṁ vadenti—
อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา
อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย✎ ร่าง
‘ayaṁ, āvuso, bhikkhu dve saṅghādisesā āpattiyo āpajji dvemāsappaṭicchannāyo;
เอโก มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน
เอโก มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน✎ ร่าง
eko māso saramānappaṭicchanno, eko māso assaramānappaṭicchanno.
โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ✎ ร่าง
So saṅghaṁ dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ dvemāsaparivāsaṁ yāci.
ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ
เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa saṅgho dvinnaṁ āpattīnaṁ dvemāsappaṭicchannānaṁ dvemāsaparivāsaṁ adāsi.
ตาโย อยํ อาวุโส
ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ✎ ร่าง
Tāyo ayaṁ, āvuso, bhikkhu āpanno tāsāyaṁ bhikkhu parivasatī’ti.
โส เอวํ วเทติ✎ ร่าง
So evaṁ vadeti—
ยฺวายํ
อาวุโส มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน ธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ✎ ร่าง
‘yvāyaṁ, āvuso, māso saramānappaṭicchanno dhammikaṁ tassa māsassa parivāsadānaṁ;
ธมฺมตา รูหติ✎ ร่าง
dhammattā ruhati.
โย จ ขฺวายํ อาวุโส มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน
อธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ✎ ร่าง
Yo ca khvāyaṁ, āvuso, māso assaramānappaṭicchanno adhammikaṁ tassa māsassa parivāsadānaṁ;
อธมฺมตา น รูหติ✎ ร่าง
adhammattā na ruhati.
เอตสฺส
อาวุโส มาสสฺส ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ✎ ร่าง
Ekassa, āvuso, māsassa bhikkhu mānattāraho’ti.