เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว
เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้
สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย
ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุด
อาบัติไม่ได้ ระลึกในที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี
ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น
แก่ภิกษุนั้น ฯ
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สมฺพหุลา@เชิงอรรถ: ๑ ม. ตสฺส สงฺโฆ ฯ
สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปนฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpanno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 6.246 · พุทธชยันตี 4.282
โส ๑- อาปตฺติปริยนฺตํ
น ชานาติ✎ ร่าง
So āpattipariyantaṁ na jānāti;
รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ✎ ร่าง
rattipariyantaṁ na jānāti;
อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ
รตฺติปริยนฺตํ น สรติ✎ ร่าง
āpattipariyantaṁ nassarati, rattipariyantaṁ nassarati;
อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต
เวมติโก ฯ✎ ร่าง
āpattipariyante vematiko, rattipariyante vematiko.
โส ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ✎ ร่าง
So bhikkhūnaṁ ārocesi—
อ้างอิงPTS 2.59
อหํ อาวุโส สมฺพหุลา
สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ✎ ร่าง
“ahaṁ, āvuso, sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ;
อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ
รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ✎ ร่าง
āpattipariyantaṁ na jānāmi, rattipariyantaṁ na jānāmi;
อาปตฺติปริยนฺตํ น สรามิ รตฺติปริยนฺตํ
น สรามิ✎ ร่าง
āpattipariyantaṁ nassarāmi, rattipariyantaṁ nassarāmi;
อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก✎ ร่าง
āpattipariyante vematiko, rattipariyante vematiko.
กถํ
นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho mayā paṭipajjitabban”ti?
ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ
สุทฺธนฺตปริวาสํ เทตุ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, bhikkhave, saṅgho tassa bhikkhuno tāsaṁ āpattīnaṁ suddhantaparivāsaṁ detu.