‹ กลับ
ภิกษุหมดจดจากอาบัติ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 583 · วิ.จุล.๑. ๖/๗๖๖๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆา- *ทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อ ต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่อ อาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหา อาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยไม่เป็นธรรม เธอสำคัญว่า เรากำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง เธอตั้งอยู่ในภูมินั้น ระลึกอาบัติในระหว่าง บรรดาอาบัติตัวก่อนได้ ระลึกอาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลังได้ เธอคิด อย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เรานั้นได้ขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เรานั้น เรานั้นกำลัง อยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มี ประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่อ อาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักเรานั้นเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ ได้ให้สโมธานปริวาสโดย ไม่เป็นธรรม เรานั้นสำคัญว่า เรากำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง เรานั้นตั้งอยู่ในภูมินั้น ระลึกอาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อนได้ ระลึกอาบัติ ในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลังได้ ไฉนหนอ เราพึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติ ตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ พึงขอสโมธานปริวาส โดยธรรม พึงขอมานัตโดยธรรม พึงขออัพภานโดยธรรมกะสงฆ์ ดังนี้ เธอจึง ขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่อ อาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ ฐานะ ขอสโมธานปริวาสโดยธรรม ขอมานัตโดยธรรม ขออัพภานโดยธรรม กะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวก่อน และเพื่ออาบัติในระหว่างบรรดาอาบัติตัวหลัง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น ฯ
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
pli-tv-kd13:36.4.24 #
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇampi aparimāṇampi …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 6.297 · ฉัฏฐสังคายนา 90.171 · พุทธชยันตี 4.330
pli-tv-kd13:36.4.25 #
ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ✎ ร่าง
vavatthitampi sambhinnampi.
pli-tv-kd13:36.4.26 #
โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ yācati.
pli-tv-kd13:36.4.27 #
ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ deti.
pli-tv-kd13:36.4.28 #
โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇāyopi aparimāṇāyopi paṭicchannāyopi appaṭicchannāyopi.
pli-tv-kd13:36.4.29 #
โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ antarāāpattīnaṁ mūlāyapaṭikassanaṁ yācati.
pli-tv-kd13:36.4.30 #
ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ อธมฺมิเกน กมฺเมน กุปฺเปน อฏฺฐานารเหน อธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ saṅgho antarāāpattīnaṁ mūlāya paṭikassati adhammikena kammena kuppena aṭṭhānārahena, adhammena samodhānaparivāsaṁ deti.
pli-tv-kd13:36.4.31 #
โส ปริวสามีติ มญฺญมาโน อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ✎ ร่าง
So parivasāmīti maññamāno antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjati parimāṇāyopi aparimāṇāyopi paṭicchannāyopi appaṭicchannāyopi.
pli-tv-kd13:36.4.32 #
โส ตสฺมึ ภูมิยํ ฐิโต ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรติ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรติ ฯ✎ ร่าง
So tasmiṁ bhūmiyaṁ ṭhito purimāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarati, aparāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarati.
pli-tv-kd13:36.4.33 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
pli-tv-kd13:36.4.34 #
อหํ โข สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇampi aparimāṇampi …pe…
pli-tv-kd13:36.4.35 #
ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ✎ ร่าง
vavatthitampi sambhinnampi.
pli-tv-kd13:36.4.36 #
โสหํ สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ yāciṁ.
pli-tv-kd13:36.4.37 #
ตสฺส เม สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa me saṅgho tāsaṁ āpattīnaṁ samodhānaparivāsaṁ adāsi.
pli-tv-kd13:36.4.38 #
โสหํ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasanto antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇāyopi aparimāṇāyopi paṭicchannāyopi appaṭicchannāyopi.
pli-tv-kd13:36.4.39 #
โสหํ สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจึ✎ ร่าง
Sohaṁ saṅghaṁ antarāāpattīnaṁ mūlāyapaṭikassanaṁ yāciṁ.
pli-tv-kd13:36.4.40 #
ตํ มํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสิ อธมฺมิเกน กมฺเมน กุปฺเปน อฏฺฐานารเหน อธมฺเมน สโมธานปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Taṁ maṁ saṅgho antarāāpattīnaṁ mūlāya paṭikassi adhammikena kammena kuppena aṭṭhānārahena, adhammena samodhānaparivāsaṁ adāsi.
pli-tv-kd13:36.4.41 #
โสหํ ปริวสามีติ มญฺญมาโน อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ✎ ร่าง
Sohaṁ parivasāmīti maññamāno antarā sambahulā saṅghādisesā āpattiyo āpajjiṁ parimāṇāyopi aparimāṇāyopi paṭicchannāyopi appaṭicchannāyopi.
pli-tv-kd13:36.4.42 #
โสหํ ตสฺมึ ภูมิยํ ฐิโต ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรามิ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺติโย สรามิ✎ ร่าง
Sohaṁ tasmiṁ bhūmiyaṁ ṭhito purimāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarāmi, aparāāpattīnaṁ antarāāpattiyo sarāmi.
pli-tv-kd13:36.4.43 #
ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาเจยฺยํ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ ธมฺเมน มานตฺตํ ธมฺเมน อพฺภานนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ saṅghaṁ purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, mūlāyapaṭikassanaṁ yāceyyaṁ dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ, dhammena mānattaṁ, dhammena abbhānan’ti.
pli-tv-kd13:36.4.44 #
โส สงฺฆํ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ ธมฺเมน มานตฺตํ ธมฺเมน อพฺภานํ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, mūlāya paṭikassanaṁ yācati dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ, dhammena mānattaṁ, dhammena abbhānaṁ.
pli-tv-kd13:36.4.45 #
ตํ สงฺโฆ ปุริมาอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ อปราอาปตฺตีนํ อนฺตรา อาปตฺตีนญฺจ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ธมฺเมน มานตฺตํ เทติ ธมฺเมน อพฺเภติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ saṅgho purimāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, aparāāpattīnaṁ antarāāpattīnañca, mūlāya paṭikassati dhammikena kammena akuppena ṭhānārahena, dhammena samodhānaparivāsaṁ deti, dhammena mānattaṁ deti, dhammena abbheti.
pli-tv-kd13:36.4.46 #
โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหี✎ ร่าง
So, bhikkhave, bhikkhu visuddho tāhi āpattīhi”.
pli-tv-kd13:36.4.47 #
ติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Tatiyanavakaṁ niṭṭhitaṁ.
pli-tv-kd13:36.4.48 #
สมุจฺจยกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ ตติยํ ฯ✎ ร่าง
Samuccayakkhandhako tatiyo.
pli-tv-kd13:36.4.49 #
ตสฺสุทฺทานํ✎ ร่าง
Tassuddānaṁ
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน