‹ กลับ
เรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 596 · วิ.จุล.๑. ๖/๘๐๑๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๙๖] คราวนั้น ภัตตุเทสก์ได้แสดงภัตตาหารของคหบดี ผู้ชอบถวาย อาหารที่ดี แก่พระเมตติยะและพระภุมมชกะ เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น ขณะนั้น ท่าน คหบดีไปสู่อารามด้วยกรณียะบางอย่าง เข้าไปหาท่านพระทัพพมัลลบุตร นมัสการ แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระทัพพมัลลบุตรแสดงธรรมีกถาให้ท่าน คหบดีผู้นั่งแล้ว ให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ครั้นแล้วคหบดีเรียน ถามว่า พระคุณเจ้าแสดงภัตตาหารเพื่อฉันในวันพรุ่งนี้ที่เรือนของกระผมแก่ใคร ขอรับ ท่านพระทัพพมัลลบุตรตอบว่า อาตมาแสดงให้แก่พระเมตติยะกับพระ ภุมมชกะแล้ว ขณะนั้น คหบดีมีความเสียใจว่า ไฉนภิกษุลามกจักฉันภัตตาหาร ในเรือนเราเล่า แล้วไปเรือนสั่งหญิงคนรับใช้ไว้ว่า แม่สาวใช้ เจ้าจงจัดอาสนะ ไว้ที่ซุ้มประตู แล้วอังคาสภิกษุผู้จะมาฉันภัตตาหารในวันพรุ่งนี้ด้วยปลายข้าว มี น้ำผักดองเป็นกับ หญิงคนใช้รับคำของคหบดีแล้ว ครั้งนั้นพระเมตติยะและพระ ภุมมชกะกล่าวแก่กันว่า คุณ เมื่อวานนี้ท่านภัตตุทเทสก์แสดงภัตตาหารของคหบดี ให้พวกเรา พรุ่งนี้คหบดีพร้อมด้วยบุตรภรรยาจักอังคาสพวกเราอยู่ใกล้ๆ คน อื่นๆ จักถามด้วย ข้าวสุก กับข้าว น้ำมัน แกงที่มีรสอร่อยๆ เพราะความ ดีใจนั้นแล ตกกลางคืนภิกษุ ๒ รูปนั้นนอนหลับไม่เต็มตื่น ครั้นเวลาเช้า พระ เมตติยะและพระภุมมชกะครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตร จีวรเดินเข้าไปยังนิเวศน์ ของท่านคหบดี หญิงคนรับใช้นั้นได้แลเห็นพระเมตติยะและพระภุมมชกะกำลัง เดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วจึงปูอาสนะถวายที่ซุ้มประตู แล้วกล่าวว่า นิมนต์นั่ง เจ้าค่ะ จึงพระเมตติยะและพระภุมมชกะนึกว่า ภัตตาหารคงจะยังไม่เสร็จเป็นแน่ เขาจึงให้เรานั่งพักที่ซุ้มประตูก่อน ขณะนั้น หญิงคนรับใช้ ได้นำอาหารปลายข้าว ซึ่งมีน้ำผักดองเป็นกับเข้าไปถวาย พลางกล่าวว่า นิมนต์ฉันเถิดเจ้าค่ะ ภิ. น้องหญิง พวกฉันเป็นพระรับนิตยภัต จ้ะ ญ. ดิฉันทราบว่าพระคุณเจ้าเป็นพระรับนิตยภัต เจ้าค่ะ แต่เมื่อวานนี้เอง ท่านคหบดีได้สั่งดิฉันไว้ว่า แม่สาวใช้ เจ้าจงจัดอาสนะไว้ที่ซุ้มประตู แล้วอังคาส ภิกษุผู้จะมาฉันภัตตาหารในวันพรุ่งนี้ด้วยปลายข้าวมีน้ำผักดองเป็นกับ นิมนต์ฉัน เถิด เจ้าค่ะ พระเมตติยะและพระภุมมชกะพูดกันว่า คุณ เมื่อวานนี้เอง ท่านคหบดี ไปสู่อารามที่สำนักพระทัพพมัลลบุตร พวกเราคงถูกพระทัพพมัลลบุตรยุยงใน สำนักคหบดีเป็นแน่ เพราะความเสียใจนั้นแล ภิกษุทั้งสองรูปนั้นฉันไม่อิ่ม ครั้น เวลาหลังอาหารกลับจากบิณฑบาตไปสู่อาราม เก็บบาตร จีวรแล้ว นั่งรัดเข่าด้วย ผ้าสังฆาฏิอยู่ภายนอกซุ้มประตูอาราม นิ่งอั้น เก้อเขิน คอตก ก้มหน้า ซบเซา ไม่พูดจา ฯ คราวนั้น ภิกษุณีเมตติยาเข้าไปหาพระเมตติยะและพระภุมมชกะ แล้ว ได้กล่าวว่า ดิฉันไหว้ เจ้าค่ะ เมื่อนางกล่าวอย่างนั้นแล้ว ภิกษุทั้งสองรูปก็มิได้ ทักทายปราศรัย แม้ครั้งที่สอง ... แม้ครั้งที่สาม นางก็ได้กล่าวว่าดิฉันไหว้ เจ้าค่ะ แม้ครั้งที่สาม ภิกษุทั้งสองรูป ก็มิได้ทักทายปราศรัย ภิกษุณีเมตติยาถามว่า ดิฉันผิดต่อพระคุณเจ้าอย่างไร ทำไมพระคุณเจ้า จึงไม่ทักทายปราศรัยกับดิฉัน ภิกษุทั้งสองตอบว่า ก็จริงอย่างนั้นแหละ น้องหญิง พวกเราถูกพระ ทัพพมัลลบุตรเบียดเบียนอยู่ เธอยังเพิกเฉยได้ เม. ดิฉันจะช่วยเหลืออย่างไร เจ้าค่ะ ภิ. น้องหญิง ถ้าเธอเต็มใจช่วย วันนี้พระผู้มีพระภาคต้องให้พระทัพพ- *มัลลบุตรสึก เม. ดิฉันจะทำอย่างไร ดิฉันสามารถจะช่วยเหลือได้ด้วยวิธีไหน ภิ. มาเถิดน้องหญิง เธอจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค กราบทูลอย่างนี้ว่า กรรมนี้ไม่แนบเนียน ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตราย บัดนี้ กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้กลับมามีลมแรงขึ้น หม่อมฉันถูกพระคุณเจ้าทัพพมัลลบุตรประทุษร้าย คล้ายน้ำถูกไฟเผา พระพุทธเจ้าข้า นางรับคำของภิกษุทั้งสอง แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม แล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า กรรมนี้ไม่ แนบเนียน ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตราย บัดนี้กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้ กลับมามีลมแรงขึ้น หม่อมฉัน ถูกพระคุณเจ้าทัพพมัลลบุตรประทุษร้าย คล้ายน้ำถูกไฟเผา พระพุทธเจ้าข้า ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
pli-tv-kd14:4.6.4 #
เตน โข ปน สมเยน กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน ภตฺตํ สฺวาตนาย เมตฺติยภุมฺมชกานํ ภิกฺขูนํ อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kalyāṇabhattikassa gahapatino bhattaṁ svātanāya mettiyabhūmajakānaṁ bhikkhūnaṁ uddiṭṭhaṁ hoti.
pli-tv-kd14:4.6.5 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อารามํ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati ārāmaṁ agamāsi kenacideva karaṇīyena.
pli-tv-kd14:4.6.6 #
เยนายสฺมา ๑- ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
So yenāyasmā dabbo mallaputto tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
pli-tv-kd14:4.6.7 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข กลฺยาณภตฺติกํ คหปตึ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho kalyāṇabhattikaṁ gahapatiṁ āyasmā dabbo mallaputto dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
pli-tv-kd14:4.6.8 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อายสฺมตา ทพฺเพน มลฺลปุตฺเตน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati āyasmatā dabbena mallaputtena dhammiyā kathāya sandassito samādapito samuttejito sampahaṁsito āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ etadavoca—
pli-tv-kd14:4.6.9 #
กสฺส ภนฺเต อมฺหากํ ฆเร สฺวาตนาย ภตฺตํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kassa, bhante, amhākaṁ ghare svātanāya bhattaṁ uddiṭṭhan”ti?
pli-tv-kd14:4.6.10 #
เมตฺติยภุมฺมชกานํ โข คหปติ ภิกฺขูนํ ตุมฺหากํ ฆเร สฺวาตนาย ภตฺตํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Mettiyabhūmajakānaṁ kho, gahapati, bhikkhūnaṁ tumhākaṁ ghare svātanāya bhattaṁ uddiṭṭhan”ti.
pli-tv-kd14:4.6.11 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อนตฺตมโน อโหสิ✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati anattamano ahosi.
pli-tv-kd14:4.6.12 #
กถํ หิ นาม ปาปภิกฺขู อมฺหากํ ฆเร ภุญฺชิสฺสนฺตีติ ฆรํ คนฺตฺวา ทาสึ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Kathañhi nāma pāpabhikkhū amhākaṁ ghare bhuñjissantīti gharaṁ gantvā dāsiṁ āṇāpesi—
pli-tv-kd14:4.6.13 #
เย เช เสฺว ภตฺติกา อาคจฺฉนฺติ✎ ร่าง
“ye, je, sve bhattikā āgacchanti te koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā kaṇājakena bilaṅgadutiyena parivisā”ti.
pli-tv-kd14:4.6.14 #
“Evaṁ, ayyā”ti kho sā dāsī kalyāṇabhattikassa gahapatino paccassosi.
pli-tv-kd14:4.7.1 #
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū—
อ้างอิงสยามรัฐ 6.311 · พุทธชยันตี 4.344
pli-tv-kd14:4.7.2 #
“hiyyo kho, āvuso, amhākaṁ kalyāṇabhattikassa gahapatino bhattaṁ uddiṭṭhaṁ;
pli-tv-kd14:4.7.3 #
sve amhe kalyāṇabhattiko gahapati saputtadāro upatiṭṭhitvā parivisissati;
pli-tv-kd14:4.7.4 #
aññe odanena pucchissanti, aññe sūpena pucchissanti, aññe telena pucchissanti, aññe uttaribhaṅgena pucchissantī”ti.
อ้างอิงPTS 2.78
pli-tv-kd14:4.7.5 #
Te teneva somanassena na cittarūpaṁ rattiyā supiṁsu.
pli-tv-kd14:4.7.6 #
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena kalyāṇabhattikassa gahapatino nivesanaṁ tenupasaṅkamiṁsu.
pli-tv-kd14:4.7.7 #
Addasā kho sā dāsī mettiyabhūmajake bhikkhū dūratova āgacchante;
pli-tv-kd14:4.7.8 #
disvāna koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā mettiyabhūmajake bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd14:4.7.9 #
“nisīdatha, bhante”ti.
pli-tv-kd14:4.7.10 #
Atha kho mettiyabhūmajakānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
pli-tv-kd14:4.7.11 #
“nissaṁsayaṁ kho na tāva bhattaṁ siddhaṁ bhavissati yathā mayaṁ koṭṭhake nisīdāpiyāmā”ti.
pli-tv-kd14:4.7.12 #
Atha kho sā dāsī kaṇājakena bilaṅgadutiyena upagañchi—
pli-tv-kd14:4.7.13 #
“bhuñjatha, bhante”ti.
pli-tv-kd14:4.7.14 #
“Mayaṁ kho, bhagini, niccabhattikā”ti.
pli-tv-kd14:4.7.15 #
“Jānāmi ayyā niccabhattikāti.
pli-tv-kd14:4.7.16 #
Api cāhaṁ hiyyova gahapatinā āṇattā—
pli-tv-kd14:4.7.17 #
‘ye, je, sve bhattikā āgacchanti, te koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā kaṇājakena bilaṅgadutiyena parivisā’ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน