เนื้อความทั้งข้อ
[๖๗๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อภิกษุเหล่านั้นวินิจฉัยอธิกรณ์นั้นอยู่
มีเสียงเซ็งแซ่เกิดขึ้นและไม่ทราบความแห่งถ้อยคำที่กล่าวแล้วนั้น เราอนุญาตให้
ระงับอธิกรณ์เห็นปานนี้ด้วยอุพพาหิกวิธี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์คุณ ๑๐ ประการ
สงฆ์พึงสมมติด้วยอุพพาหิกวิธี
๑. เป็นผู้มีศีล สำรวมในปาติโมกข์สังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและ
โคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท
ทั้งหลาย
๒. เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ ธรรมเหล่านั้นใดไพเราะ ใน
เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ย่อมสรรเสริญพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์
สิ้นเชิง พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะ ธรรมทั้งหลายเห็นปานนี้ ย่อมเป็น
อันเธอสดับมาก ทรงไว้ สั่งสมด้วยวาจา เข้าไปเพ่งด้วยใจ แทงตลอดดีแล้ว
ด้วยทิฐิ
๓. จำปาติโมกข์ทั้งสองได้ดีโดยพิสดาร จำแนกดี สวดดี วินิจฉัย
ถูกต้องโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ
๔. เป็นผู้ตั้งมั่นในพระวินัย ไม่คลอนแคลน
๕. เป็นผู้อาจชี้แจงให้คู่ต่อสู้ในอธิกรณ์ยินยอม เข้าใจ เพ่งเห็น เลื่อมใส
๖. เป็นผู้ฉลาดเพื่อยังอธิกรณ์อันเกิดขึ้นให้ระงับ
๗. รู้อธิกรณ์
๘. รู้เหตุเกิดอธิกรณ์
๙. รู้ความระงับแห่งอธิกรณ์
๑๐. รู้ทางระงับอธิกรณ์
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์คุณ ๑๐ นี้
ด้วยอุพพาหิกวิธี ฯ
เตหิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ตสฺมึ อธิกรเณ วินิจฺฉิยมาเน
อนนฺตานิ ๑- เจว ภสฺสานิ ชายนฺติ น เจตสฺส ๒- ภาสิตสฺส อตฺโถ
วิญฺญายติ อนุชานามิ ภิกฺขเว เอวรูปํ อธิกรณํ อุพฺพาหิกาย
วูปสเมตุํ ฯ✎ ร่าง
Tehi ce, bhikkhave, bhikkhūhi tasmiṁ adhikaraṇe vinicchiyamāne anantāni ceva bhassāni jāyanti, na cekassa bhāsitassa attho viññāyati, anujānāmi, bhikkhave, evarūpaṁ adhikaraṇaṁ ubbāhikāya vūpasametuṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 6.354 · ฉัฏฐสังคายนา 90.207 · พุทธชยันตี 4.404
ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อุพฺพาหิกาย
สมฺมนฺนิตพฺโพ✎ ร่าง
Dasahaṅgehi samannāgato bhikkhu ubbāhikāya sammannitabbo—
สีลวา โหติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ
อาจารโคจรสมฺปนฺโน ๓- อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย
สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
sīlavā hoti, pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu;
พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร สุตสนฺนิจฺจโย เย เต
ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ
สพฺยญฺชนํ ๔- เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ ตถารูปาสฺส ๕-
ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺติ ธตา ๖- วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อนคฺคานิ ฯ ๒ ม. ยุ. น เจกสฺส ฯ ๓ ยุ. อาจารสมฺปนฺโน ฯ ๔ ยุ. สาตฺถา@สพฺยญฺชนา ฯ ๕ ม. ยุ. ตถารูปสฺส ฯ ๖ ม. ธาตา ฯ
ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา✎ ร่าง
bahussuto hoti sutadharo sutasannicayo, ye te dhammā ādikalyāṇā majjhekalyāṇā pariyosānakalyāṇā sātthaṁ sabyañjanaṁ kevalaparipuṇṇaṁ parisuddhaṁ brahmacariyaṁ abhivadanti, tathārūpassa dhammā bahussutā honti, dhātā vacasā paricitā manasānupekkhitā diṭṭhiyā suppaṭividdhā;
อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน
สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส ๑-
อนุพฺยญฺชนโส✎ ร่าง
ubhayāni kho panassa pātimokkhāni vitthārena svāgatāni honti suvibhattāni suppavattīni suvinicchitāni suttaso anubyañjanaso;
อ้างอิงPTS 2.96
วินเย โข ปน ฐิโต ๒- โหติ อสํหิโร✎ ร่าง
vinaye kho pana ṭhito hoti asaṁhīro;
ปฏิพโล
โหติ อุโภ อตฺถปจฺจตฺถิเก สญฺญาเปตุํ นิชฺฌาเปตุํ เปกฺเขตุํ
ปสฺสิตุํ ๓- ปสาเทตุํ✎ ร่าง
paṭibalo hoti ubho atthapaccatthike assāsetuṁ saññāpetuṁ nijjhāpetuṁ pekkhetuṁ pasādetuṁ;
อธิกรณสมุปฺปาทํ วูปสเมตุํ กุสโล ๔- โหติ✎ ร่าง
adhikaraṇasamuppādavūpasamanakusalo hoti;
อธิกรณํ ชานาติ✎ ร่าง
adhikaraṇaṁ jānāti;
อธิกรณสมุทยํ ชานาติ✎ ร่าง
adhikaraṇasamudayaṁ jānāti;
อธิกรณนิโรธํ ชานาติ✎ ร่าง
adhikaraṇanirodhaṁ jānāti;
อธิกรณนิโรธคามินิปฏิปทํ ชานาติ✎ ร่าง
adhikaraṇanirodhagāminipaṭipadaṁ jānāti.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมหิ
ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ อุพฺพาหิกาย สมฺมนฺนิตุํ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, imehi dasahaṅgehi samannāgataṁ bhikkhuṁ ubbāhikāya sammannituṁ.