‹ กลับ
เรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 84 · วิ.จุล.๑. ๖/๘๔๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุพวกอัสสชิและปุพพสุกะ เป็นเจ้าถิ่น ในชนบทกิฏาคีรี เป็นภิกษุอลัชชีเลวทราม ภิกษุพวกนั้นประพฤติอนาจารเห็นปาน ดังนี้ คือ ปลูกต้นไม้ดอกเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นปลูกบ้าง รดน้ำเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่น รดบ้าง เก็บดอกไม้เองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นเก็บบ้าง ร้อยกรองดอกไม้เองบ้าง ใช้ให้ ผู้อื่นร้อยกรองบ้าง ทำมาลัยต่อก้านเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำมาลัยเรียงก้าน เองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้ช่อเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้ พุ่มเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้เทริดเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้ พวงเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้แผงสำหรับประดับอกเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่น ทำบ้าง ภิกษุพวกนั้นนำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งมาลัยต่อก้าน นำไปเอง บ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งมาลัยเรียงก้าน นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้ช่อ นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้พุ่ม นำไปเองบ้าง ใช้ให้ ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้เทริด นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้พวง นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้แผงสำหรับประดับอก เพื่อกุลสตรี เพื่อกุลธิดา เพื่อกุมารีแห่งตระกูล เพื่อสะใภ้แห่งตระกูล เพื่อกุลทาสี ภิกษุ พวกนั้นฉันอาหารในภาชนะอันเดียวกันบ้าง ดื่มน้ำในขันใบเดียวกันบ้าง นั่งบน อาสนะอันเดียวกันบ้าง นอนบนเตียงอันเดียวกันบ้าง นอนร่วมเครื่องลาดอันเดียว กันบ้าง นอนคลุมผ้าห่มผืนเดียวกันบ้าง นอนร่วมเครื่องลาดและคลุมผ้าห่มร่วม กันบ้าง กับกุลสตรี กุลธิดา กุมารีแห่งตระกูล สะใภ้แห่งตระกูล กุลทาสี ฉันอาหารในเวลาวิกาลบ้าง ดื่มน้ำเมาบ้าง ทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ บ้าง ฟ้อนรำบ้าง ขับร้องบ้าง ประโคมบ้าง เต้นรำบ้าง ฟ้อนรำกับหญิงฟ้อนรำบ้าง ขับร้องกับหญิงฟ้อนรำบ้าง ประโคมกับหญิงฟ้อนรำบ้าง เต้นรำกับหญิงฟ้อนรำบ้าง ฟ้อนรำกับหญิงขับร้องบ้าง ขับร้องกับหญิงขับร้องบ้าง ประโคมกับหญิงขับร้องบ้าง เต้นรำกับหญิงขับร้องบ้าง ฟ้อนรำกับหญิงประโคมบ้าง ขับร้องกับหญิงประโคมบ้าง ประโคมกับหญิงประโคมบ้าง เต้นรำกับหญิงประโคมบ้าง ฟ้อนรำกับหญิงเต้นรำบ้าง ขับร้องกับหญิงเต้นรำบ้าง ประโคมกับหญิงเต้นรำบ้าง เต้นรำกับหญิงเต้นรำบ้าง เล่นหมากรุกแถวละแปดตาบ้าง เล่นหมากรุกแถวละสิบตาบ้าง เล่นหมากเก็บบ้าง เล่นชิงนางบ้าง เล่นหมากไหวบ้าง เล่นโยนบ่วงบ้าง เล่นไม้หึ่งบ้าง เล่นฟาดให้ เป็นรูปต่างๆ บ้าง เล่นสะกาบ้าง เล่นเป่าใบไม้บ้าง เล่นไถน้อยๆ บ้าง เล่น หกคะเมนบ้าง เล่นไม้กังหันบ้าง เล่นตวงทรายด้วยใบไม้บ้าง เล่นรถน้อยๆ บ้าง เล่นธนูน้อยๆ บ้าง เล่นเขียนทายบ้าง เล่นทายใจบ้าง เล่นเลียนคนพิการบ้าง หัดขี่ช้างบ้าง หัดขี่ม้าบ้าง หัดขี่รถบ้าง หัดยิงธนูบ้าง หัดเพลงอาวุธบ้าง วิ่ง ผลัดช้างบ้าง วิ่งผลัดม้าบ้าง วิ่งผลัดรถบ้าง วิ่งขับกันบ้าง วิ่งเปี้ยวกันบ้าง ผิวปากบ้าง ปรบมือบ้าง ปล้ำกันบ้าง ชกมวยกันบ้าง ปูลาดผ้าสังฆาฏิ ณ กลางสถานเต้นรำแล้ว พูดกับหญิงฟ้อนรำอย่างนี้ว่า น้องหญิง เธอจงฟ้อนรำ ณ ที่นี้ ดังนี้บ้าง ให้การ คำนับบ้าง ประพฤติอนาจารมีอย่างต่างๆ บ้าง ฯ
เทียบรายประโยค (17 ประโยค)
pli-tv-kd11:13.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน อสฺสชิปุนพฺพสุกา นาม กิฏาคิริสฺมึ อาวาสิกา โหนฺติ อลชฺชิโน ปาปภิกฺขู ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena assajipunabbasukā nāma kīṭāgirismiṁ āvāsikā honti alajjino pāpabhikkhū.
อ้างอิงสยามรัฐ 6.34 · ฉัฏฐสังคายนา 90.22 · พุทธชยันตี 4.40
pli-tv-kd11:13.1.2 #
เต เอวรูปํ อนาจารํ อาจรนฺติ✎ ร่าง
Te evarūpaṁ anācāraṁ ācaranti—
pli-tv-kd11:13.1.3 #
มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปิ สิญฺจนฺติปิ สิญฺจาเปนฺติปิ โอจินนฺติปิ โอจินาเปนฺติปิ คนฺเถนฺติปิ คนฺถาเปนฺติปิ เอกโตวณฺฏิกมาลํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อุภโตวณฺฏิกมาลํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ มญฺชริกํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ วิธุติกํ ๑- กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ วฏํสกํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อาเวฬํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อุรจฺฉทํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ✎ ร่าง
mālāvacchaṁ ropentipi ropāpentipi, siñcantipi siñcāpentipi, ocinantipi ocināpentipi, ganthentipi ganthāpentipi, ekatovaṇṭikamālaṁ karontipi kārāpentipi, ubhatovaṇṭikamālaṁ karontipi kārāpentipi, mañjarikaṁ karontipi kārāpentipi, vidhūtikaṁ karontipi kārāpentipi, vaṭaṁsakaṁ karontipi kārāpentipi, āveḷaṁ karontipi kārāpentipi, uracchadaṁ karontipi kārāpentipi.
อ้างอิงPTS 2.10
pli-tv-kd11:13.1.4 #
เต กุลิตฺถีนํ กุลธีตานํ กุลกุมารีนํ กุลสุณฺหานํ กุลทาสีนํ เอกโตวณฺฏิกมาลํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อุภโตวณฺฏิกมาลํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ มญฺชริกํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ วิธุติกํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ วฏํสกํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อาเวฬํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อุรจฺฉทํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ✎ ร่าง
Te kulitthīnaṁ kuladhītānaṁ kulakumārīnaṁ kulasuṇhānaṁ kuladāsīnaṁ ekatovaṇṭikamālaṁ harantipi harāpentipi, ubhatovaṇṭikamālaṁ harantipi harāpentipi, mañjarikaṁ harantipi harāpentipi, vidhūtikaṁ harantipi harāpentipi, vaṭaṁsakaṁ harantipi harāpentipi, āveḷaṁ harantipi harāpentipi, uracchadaṁ harantipi harāpentipi.
pli-tv-kd11:13.1.5 #
เต กุลิตฺถีหิ กุลธีตาหิ กุลกุมารีหิ กุลสุณฺหาหิ กุลทาสีหิ สทฺธึ เอกภาชเนปิ ภุญฺชนฺติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. วิธูติกํ ฯ เอกถาลเกปิ ปิวนฺติ เอกาสเนปิ นิสีทนฺติ เอกมญฺเจปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกตฺถรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกปาวุรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกตฺถรณปาวุรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ วิกาเลปิ ภุญฺชนฺติ มชฺชมฺปิ ปิวนฺติ มาลาคนฺธวิเลปนมฺปิ ธาเรนฺติ นจฺจนฺติปิ คายนฺติปิ วาเทนฺติปิ ลาเสนฺติปิ✎ ร่าง
Te kulitthīhi kuladhītāhi kulakumārīhi kulasuṇhāhi kuladāsīhi saddhiṁ ekabhājanepi bhuñjanti, ekathālakepi pivanti, ekāsanepi nisīdanti, ekamañcepi tuvaṭṭenti, ekattharaṇāpi tuvaṭṭenti, ekapāvuraṇāpi tuvaṭṭenti, ekattharaṇapāvuraṇāpi tuvaṭṭenti, vikālepi bhuñjanti, majjampi pivanti, mālāgandhavilepanampi dhārenti, naccantipi, gāyantipi, vādentipi, lāsentipi;
pli-tv-kd11:13.1.6 #
นจฺจนฺติยาปิ นจฺจนฺติ นจฺจนฺติยาปิ คายนฺติ นจฺจนฺติยาปิ วาเทนฺติ นจฺจนฺติยาปิ ลาเสนฺติ✎ ร่าง
naccantiyāpi naccanti, naccantiyāpi gāyanti, naccantiyāpi vādenti, naccantiyāpi lāsenti;
pli-tv-kd11:13.1.7 #
คายนฺติยาปิ นจฺจนฺติ คายนฺติยาปิ คายนฺติ คายนฺติยาปิ วาเทนฺติ คายนฺติยาปิ ลาเสนฺติ✎ ร่าง
gāyantiyāpi naccanti, gāyantiyāpi gāyanti, gāyantiyāpi vādenti, gāyantiyāpi lāsenti;
pli-tv-kd11:13.1.8 #
วาเทนฺติยาปิ นจฺจนฺติ วาเทนฺติยาปิ คายนฺติ วาเทนฺติยาปิ วาเทนฺติ วาเทนฺติยาปิ ลาเสนฺติ✎ ร่าง
vādentiyāpi naccanti, vādentiyāpi gāyanti, vādentiyāpi vādenti, vādentiyāpi lāsenti;
pli-tv-kd11:13.1.9 #
ลาเสนฺติยาปิ นจฺจนฺติ ลาเสนฺติยาปิ คายนฺติ ลาเสนฺติยาปิ วาเทนฺติ ลาเสนฺติยาปิ ลาเสนฺติ✎ ร่าง
lāsentiyāpi naccanti, lāsentiyāpi gāyanti, lāsentiyāpi vādenti, lāsentiyāpi lāsenti;
pli-tv-kd11:13.2.1 #
อฏฺฐปเทปิ กีฬนฺติ ทสปเทปิ กีฬนฺติ อากาเสปิ กีฬนฺติ ปริหารปเถปิ กีฬนฺติ สนฺติกายปิ กีฬนฺติ ขลิกายปิ กีฬนฺติ ฆฏิกายปิ ๑- กีฬนฺติ สลากหตฺเถนปิ กีฬนฺติ อกฺเขนปิ กีฬนฺติ ปงฺกจิเรนปิ ๒- กีฬนฺติ วงฺกเกนปิ กีฬนฺติ โมกฺขจิกายปิ กีฬนฺติ จิงฺคุลเกนปิ กีฬนฺติ ปตฺตาฬฺหเกนปิ กีฬนฺติ รถเกนปิ กีฬนฺติ ธนุเกนปิ กีฬนฺติ อกฺขริกายปิ กีฬนฺติ มเนสิกายปิ กีฬนฺติ ยถาวชฺเชนปิ กีฬนฺติ✎ ร่าง
aṭṭhapadepi kīḷanti, dasapadepi kīḷanti, ākāsepi kīḷanti, parihārapathepi kīḷanti, santikāyapi kīḷanti, khalikāyapi kīḷanti, ghaṭikāyapi kīḷanti, salākahatthenapi kīḷanti, akkhenapi kīḷanti, paṅgacīrenapi kīḷanti, vaṅkakenapi kīḷanti, mokkhacikāyapi kīḷanti, ciṅgulakenapi kīḷanti, pattāḷhakenapi kīḷanti, rathakenapi kīḷanti, dhanukenapi kīḷanti, akkharikāyapi kīḷanti, manesikāyapi kīḷanti, yathāvajjenapi kīḷanti;
pli-tv-kd11:13.2.2 #
หตฺถิสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ อสฺสสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ รถสมิมฺปิ สิกฺขนฺติ ธนุสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ ถรุสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ✎ ร่าง
hatthismimpi sikkhanti, assasmimpi sikkhanti, rathasmimpi sikkhanti, dhanusmimpi sikkhanti, tharusmimpi sikkhanti;
pli-tv-kd11:13.2.3 #
หตฺถิสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ อสฺสสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ รถสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ ธาวนฺติปิ อาธาวนฺติปิ✎ ร่าง
hatthissapi purato dhāvanti, assassapi purato dhāvanti, rathassapi purato dhāvantipi ādhāvantipi;
pli-tv-kd11:13.2.4 #
อุสฺเสเฬฺหนฺติปิ ๓-@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ฆฏิเกนปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปงฺคจีเรนปิ ฯ ๓ ม. อุสฺเสเฬนฺติ ฯ อปฺโผเฏนฺติปิ ๑- นิพฺพุชฺฌนฺติปิ มุฏฺฐีหิปิ ยุชฺฌนฺติ✎ ร่าง
usseḷentipi, apphoṭentipi, nibbujjhantipi, muṭṭhīhipi yujjhanti;
pli-tv-kd11:13.2.5 #
รงฺคมชฺเฌปิ สงฺฆาฏึ ปตฺถริตฺวา นจฺจนฺตึ ๒- เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
raṅgamajjhepi saṅghāṭiṁ pattharitvā naccakiṁ evaṁ vadanti—
pli-tv-kd11:13.2.6 #
อิธ ภคินิ นจฺจสฺสูติ✎ ร่าง
“idha, bhagini, naccassū”ti;
pli-tv-kd11:13.2.7 #
นลาฏิกํปิ เทนฺติ✎ ร่าง
nalāṭikampi denti;
pli-tv-kd11:13.2.8 #
วิวิธํปิ อนาจารํ อาจรนฺติ ฯ✎ ร่าง
vividhampi anācāraṁ ācaranti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน