‹ กลับ
เรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ
เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑ · ข้อ 86 · วิ.จุล.๑. ๖/๘๔๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๖] ก็การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระ อาคันตุกะทั้งหลาย นั่นเป็นพุทธประเพณี ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามภิกษุรูปนั้นว่า ดูกรภิกษุ ร่างกาย ของเธอยังพอทนได้หรือ ยังพอให้เป็นไปได้หรือ เธอเดินทางมามีความลำบาก น้อยหรือ และเธอมาจากไหน ภิกษุรูปนั้นกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้ายังพอทนได้ พระพุทธเจ้าข้า ยังพอให้เป็นไปได้ พระพุทธเจ้าข้า และข้าพระพุทธเจ้าเดินทางมา มีความ ลำบากเล็กน้อย ข้าพระพุทธเจ้าจำพรรษาในแคว้นกาสีแล้ว เมื่อจะมายังพระนคร สาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค ได้ผ่านชนบทกิฏาคีรี พระพุทธเจ้าข้า ครั้น เวลาเช้า ข้าพระพุทธเจ้าครองอันตรวาสก ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังชนบท กิฏาคีรี อุบาสกคนหนึ่ง ได้แลเห็นข้าพระพุทธเจ้ากำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ใน ชนบทกิฏาคีรี ครั้นแล้วได้เข้าไปหาข้าพระพุทธเจ้า กราบไหว้ข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ถามว่า ท่านได้บิณฑะบ้างไหม ขอรับ ข้าพระพุทธเจ้าตอบว่า ยังไม่ได้บิณฑะ เลยจ้ะ เขาพูดว่า นิมนต์ไปเรือนผมเถิด ขอรับ แล้วนำข้าพระพุทธเจ้าไปเรือน ให้ฉันแล้วถามว่า พระคุณเจ้าจักไปที่ไหน ขอรับ ข้าพระพุทธเจ้าตอบว่า จัก ไปพระนครสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคจ้ะ เขาพูดว่า ท่านขอรับ ถ้าเช่นนั้น ขอท่านจงกราบถวายบังคมพระบาทยุคลของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า และ ขอจงกราบทูลตามถ้อยคำของกระผมอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าข้า วัดในชนบทกิฏาคีรี โทรม ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะเป็นเจ้าถิ่นในชนบทกิฏาคีรี เป็น ภิกษุอลัชชี เลวทราม พวกเธอประพฤติอนาจารเห็นปานนี้ คือ ปลูกต้นไม้ดอก เองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นปลูกบ้าง ... ประพฤติอนาจารมีอย่างต่างๆ บ้าง เมื่อก่อน ชาวบ้านยังมีศรัทธาเลื่อมใส แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ศรัทธาไม่เลื่อมใสแล้ว แม้ทาน ประจำของสงฆ์ก่อนๆ บัดนี้ทายกทายิกาได้ตัดขาดแล้ว ภิกษุมีศีลเป็นที่รัก ย่อมหลีกเลี่ยงไป ภิกษุเลวทรามอยู่ครอง พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าขอ ประทานพระวโรกาส พระองค์ควรส่งภิกษุทั้งหลายไปสู่ชนบทกิฏาคีรี เพื่อวัด ในชนบทกิฏาคีรีนี้ จะพึงตั้งมั่นอยู่ ดังนี้ ข้าพระพุทธเจ้ามาจากชนบทกิฏาคีรีนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
pli-tv-kd11:13.5.3 #
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ ฯ✎ ร่าง
Āciṇṇaṁ kho panetaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ āgantukehi bhikkhūhi saddhiṁ paṭisammodituṁ.
pli-tv-kd11:13.5.4 #
อถโข ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā taṁ bhikkhuṁ etadavoca—
pli-tv-kd11:13.5.5 #
กจฺจิ ภิกฺขุ ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ✎ ร่าง
“kacci, bhikkhu, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyaṁ,
pli-tv-kd11:13.5.6 #
กจฺจิ อปฺปกิลมเถน อทฺธานํ อาคโต✎ ร่าง
kaccisi appakilamathena addhānaṁ āgato,
pli-tv-kd11:13.5.7 #
กุโต จ ตฺวํ ภิกฺขุ อาคจฺฉสีติ ฯ✎ ร่าง
kuto ca tvaṁ bhikkhu āgacchasī”ti?
pli-tv-kd11:13.5.8 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
“Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā;
pli-tv-kd11:13.5.9 #
อปฺปกิลมเถน จาหํ ภนฺเต อทฺธานํ อาคโต✎ ร่าง
appakilamathena ca ahaṁ, bhante, addhānaṁ āgato.
pli-tv-kd11:13.5.10 #
อิธาหํ ภนฺเต กาสีสุ วสฺสํ วุตฺโถ สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ทสฺสนาย เยน กิฏาคิริ ตทวสรึ✎ ร่าง
Idhāhaṁ, bhante, kāsīsu vassaṁvuṭṭho sāvatthiṁ āgacchanto bhagavantaṁ dassanāya yena kīṭāgiri tadavasariṁ.
อ้างอิงPTS 2.12
pli-tv-kd11:13.5.11 #
อถขฺวาหํ ภนฺเต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย กิฏาคิรึ ปิณฺฑาย ปาวิสึ✎ ร่าง
Atha khvāhaṁ, bhante, pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya kīṭāgiriṁ piṇḍāya pāvisiṁ.
pli-tv-kd11:13.5.12 #
อทฺทสา โข มํ ภนฺเต อญฺญตโร อุปาสโก กิฏาคิริสฺมึ ปิณฺฑาย จรนฺตํ✎ ร่าง
Addasā kho maṁ, bhante, aññataro upāsako kīṭāgirismiṁ piṇḍāya carantaṁ;
pli-tv-kd11:13.5.13 #
ทิสฺวาน เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
disvāna yenāhaṁ tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā maṁ abhivādetvā etadavoca—
pli-tv-kd11:13.5.14 #
อปิ ภนฺเต ปิณฺโฑ ลพฺภตีติ✎ ร่าง
‘api, bhante, piṇḍo labbhatī’ti.
pli-tv-kd11:13.5.15 #
น โข อาวุโส ปิณฺโฑ ลพฺภตีติ✎ ร่าง
‘Na kho, āvuso, piṇḍo labbhatī’ti.
pli-tv-kd11:13.5.16 #
เอหิ ภนฺเต ฆรํ คมิสฺสามาติ✎ ร่าง
‘Ehi, bhante, gharaṁ gamissāmā’ti.
pli-tv-kd11:13.5.17 #
อถโข ภนฺเต โส อุปาสโก มํ ฆรํ เนตฺวา โภเชตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhante, so upāsako maṁ gharaṁ netvā bhojetvā etadavoca—
pli-tv-kd11:13.5.18 #
กหํ ภนฺเต อยฺโย คมิสฺสตีติ✎ ร่าง
‘kahaṁ, bhante, ayyo gamissatī’ti?
pli-tv-kd11:13.5.19 #
สาวตฺถึ โข อหํ อาวุโส คมิสฺสามิ ภควนฺตํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปฏิสฺสุตฺวา ฯ ๒ ม. เยน ฯ ทสฺสนายาติ✎ ร่าง
‘Sāvatthiṁ kho ahaṁ, āvuso, gamissāmi bhagavantaṁ dassanāyā’ti.
pli-tv-kd11:13.5.20 #
เตนหิ ภนฺเต มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทาหิ เอวญฺจ วเทหิ✎ ร่าง
‘Tena hi, bhante, mama vacanena bhagavato pāde sirasā vanda, evañca vadehi—
pli-tv-kd11:13.5.21 #
ทุฏฺโฐ ภนฺเต กิฏาคิริสฺมึ อาวาโส✎ ร่าง
“duṭṭho, bhante, kīṭāgirismiṁ āvāso.
pli-tv-kd11:13.5.22 #
อสฺสชิปุนพฺพสุกา นาม กิฏาคิริสฺมึ อาวาสิกา อลชฺชิโน ปาปภิกฺขู✎ ร่าง
Assajipunabbasukā nāma kīṭāgirismiṁ āvāsikā alajjino pāpabhikkhū.
pli-tv-kd11:13.5.23 #
เต เอวรูปํ อนาจารํ อาจรนฺติ✎ ร่าง
Te evarūpaṁ anācāraṁ ācaranti—
pli-tv-kd11:13.5.24 #
มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปิ ฯเปฯ✎ ร่าง
mālāvacchaṁ ropentipi ropāpentipi …pe…
pli-tv-kd11:13.5.25 #
วิวิธํปิ อนาจารํ อาจรนฺติ✎ ร่าง
vividhampi anācāraṁ ācaranti.
pli-tv-kd11:13.5.26 #
เยปิ เต ภนฺเต มนุสฺสา ปุพฺเพ สทฺธา อเหสุํ ปสนฺนา เตปิ เอตรหิ อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา✎ ร่าง
Yepi te, bhante, manussā pubbe saddhā ahesuṁ pasannā tepi etarahi assaddhā appasannā.
pli-tv-kd11:13.5.27 #
ยานิปิ ตานิ สงฺฆสฺส ปุพฺเพ ทานปถานิ ตานิปิ เอตรหิ อุปจฺฉินฺนานิ✎ ร่าง
Yānipi tāni saṅghassa pubbe dānapathāni tānipi etarahi upacchinnāni.
pli-tv-kd11:13.5.28 #
ริญฺจนฺติ เปสลา ภิกฺขู นิวสนฺติ ปาปภิกฺขู✎ ร่าง
Riñcanti pesalā bhikkhū, nivasanti pāpabhikkhū.
pli-tv-kd11:13.5.29 #
สาธุ ภนฺเต ภควา กิฏาคิรึ ภิกฺขู ปหิเณยฺย ยถายํ กิฏาคิริสฺมึ อาวาโส สณฺฐเหยฺยาติ✎ ร่าง
Sādhu, bhante, bhagavā kīṭāgiriṁ bhikkhū pahiṇeyya, yathāyaṁ kīṭāgirismiṁ āvāso saṇṭhaheyyā”’ti.
pli-tv-kd11:13.5.30 #
ตโต อหํ ภควา อาคจฺฉามีติ ฯ✎ ร่าง
Tato ahaṁ, bhagavā, āgacchāmī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๖ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน