เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๐] สมัยนั้น ปราสาทโกกนุทของโพธิราชกุมาร สร้างเสร็จใหม่ๆ
ยังไม่มีสมณพราหมณ์ หรือผู้ใดผู้หนึ่งอยู่อาศัย จึงโพธิราชกุมาร รับสั่งกะมาณพ
สัญชิกาบุตรว่า พ่อสหายสัญชิกาบุตร เธอจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม
พระบาทด้วยเศียรเกล้า แล้วถามถึงพระประชวรเบาบาง พระโรคน้อย ความทรง
กระปรี้กระเปร่า พระกำลัง ทรงพระสำราญ ตามคำของเราว่า พระพุทธเจ้าข้า
โพธิราชกุมารขอถวายบังคมพระบาทของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า ทูลถามถึงพระ
ประชวรเบาบาง พระโรคน้อย ความทรงกระปรี้กระเปร่า พระกำลัง ทรงพระ
สำราญและจงทูลอาราธนาอย่างนี้ว่า ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงรับ
ภัตตาหารของโพธิราชกุมาร เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ พระพุทธเจ้าข้า มาณพสัญชิ-
*กาบุตรรับคำสั่งโพธิราชกุมาร แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค กราบทูลปราศรัยกับ
พระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอเป็นที่ชื่นชม เป็นที่ให้ระลึกถึงกันแล้วนั่ง
ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลว่า โพธิราชกุมารขอถวายบังคมพระบาท ของพระ
องค์ผู้เจริญด้วยเศียรเกล้า ทูลถามพระประชวรเบาบาง พระโรคน้อย ทรงกระปรี้
กระเปร่า พระกำลัง ทรงพระสำราญ และกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอพระโคดมผู้เจริญ
พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงรับภัตตาหารของโพธิราชกุมาร เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้
พระผู้มีพระภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพ ครั้นมาณพสัญชิกาบุตรทราบว่า พระผู้มีพระ
ภาคทรงรับอาราธนาแล้วลุกจากที่นั่งเข้าไปเฝ้าโพธิราชกุมาร แล้วทูลว่า เกล้า
กระหม่อมได้กราบทูลท่านพระโคดมนั้นตามรับสั่งของพระองค์แล้วว่า โพธิราช-
*กุมาร ขอถวายบังคมพระบาทของท่านพระโคดมผู้เจริญด้วยเศียรเกล้า ทูลถามถึง
พระประชวรเบาบาง พระโรคน้อย ทรงกระปรี้กระเปร่า พระกำลัง ทรงพระ
สำราญ และกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอพระโคดมผู้เจริญ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จง
ทรงรับภัตตาหารของโพธิราชกุมาร เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ ก็แลพระสมณโคดม
ทรงรับอาราธนาแล้ว ฯ
เตน โข ปน สมเยน โพธิสฺส ราชกุมารสฺส โกกนุโท ๒-
นาม ปาสาโท อจิรการิโต โหติ อนชฺฌาวุตฺโถ สมเณน วา
พฺราหฺมเณน วา เกนจิ วา มนุสฺสภูเตน ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bodhissa rājakumārassa kokanado nāma pāsādo acirakārito hoti, anajjhāvuttho samaṇena vā brāhmaṇena vā kenaci vā manussabhūtena.
อถโข โพธิ
ราชกุมาโร สญฺชิกาปุตฺตํ มาณวํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bodhi rājakumāro sañcikāputtaṁ māṇavaṁ āmantesi—
เอหิ ตฺวํ สมฺม
สญฺชิกาปุตฺต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มม
วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺท✎ ร่าง
“ehi tvaṁ, samma sañcikāputta, yena bhagavā tenupasaṅkama, upasaṅkamitvā mama vacanena bhagavato pāde sirasā vanda;
อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ
ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉ✎ ร่าง
appābādhaṁ appātaṅkaṁ lahuṭṭhānaṁ balaṁ phāsuvihāraṁ puccha—
โพธิ ภนฺเต ราชกุมาโร
ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทติ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ
พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉตีติ✎ ร่าง
‘bodhi, bhante, rājakumāro bhagavato pāde sirasā vandati, appābādhaṁ appātaṅkaṁ lahuṭṭhānaṁ balaṁ phāsuvihāraṁ pucchatī’ti.
เอวญฺจ วเทหิ✎ ร่าง
Evañca vadehi—
อธิวาเสตุ กิร
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สุสุมารคิเร ฯ ๒ ยุ. โกกนโท ฯ ๓ ยุ. อิติสทฺโท น ปญฺญายติ ฯ@๔ ยุ. เอวํ จ วเทติ ฯ
ภนฺเต ภควา โพธิสฺส ราชกุมารสฺส สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ
ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ✎ ร่าง
‘adhivāsetu kira, bhante, bhagavā bodhissa rājakumārassa svātanāya bhattaṁ saddhiṁ bhikkhusaṅghenā’”ti.
เอวํ โภติ โข สญฺชิกาปุตฺโต มาณโว โพธิสฺส
ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา
ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ ๑- วีติสาเรตฺวา
เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, bho”ti kho sañcikāputto māṇavo bodhissa rājakumārassa paṭissutvā yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavatā saddhiṁ sammodi, sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ nisīdi.
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สญฺชิกาปุตฺโต มาณโว
ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho sañcikāputto māṇavo bhagavantaṁ etadavoca—
โพธิ✎ ร่าง
“bodhi kho rājakumāro bhoto gotamassa pāde sirasā vandati, appābādhaṁ appātaṅkaṁ lahuṭṭhānaṁ balaṁ phāsuvihāraṁ pucchati.
—
‘adhivāsetu kira bhavaṁ gotamo bodhissa rājakumārassa svātanāya bhattaṁ saddhiṁ bhikkhusaṅghenā’”ti.
—
Adhivāsesi bhagavā tuṇhībhāvena.
—
Atha kho sañcikāputto māṇavo bhagavato adhivāsanaṁ viditvā uṭṭhāyāsanā yena bodhi rājakumāro tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bodhiṁ rājakumāraṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 2.128