‹ กลับ
ประพฤติอนาจารต่างๆ
เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒ · ข้อ 195 · วิ.จุล.๒. ๗/๑๔๕๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙๕] สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์ประพฤติอนาจารเห็นปานดังนี้ คือ ปลูก ต้นไม้ดอกเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นปลูกบ้าง รดน้ำเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นรดบ้าง เก็บ ดอกไม้เองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นเก็บบ้าง ร้อยกรองดอกไม้เองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นร้อยกรอง บ้าง ทำมาลัยต่อก้านเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำมาลัยเรียงก้านเองบ้าง ใช้ให้ ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้ช่อเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้พุ่มเองบ้าง ใช้ให้ ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้เทริดเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้พวงเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ทำดอกไม้ตาข่ายประดับอกเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นทำบ้าง ภิกษุ พวกนั้นนำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งมาลัยต่อก้าน นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งมาลัยเรียงก้าน นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่ง ดอกไม้ช่อ นำไปเองบ้าง ใช้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้พุ่ม นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้เทริด นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่ง ดอกไม้พวง นำไปเองบ้าง ใช้ให้ผู้อื่นนำไปบ้าง ซึ่งดอกไม้ตาข่ายประดับอก เพื่อกุลสตรี เพื่อกุลธิดา เพื่อกุมารีแห่งสกุล เพื่อสะใภ้แห่งสกุล เพื่อกุลทาสี ภิกษุพวกนั้นฉันอาหารในภาชนะเดียวกันบ้าง ดื่มน้ำในขันเดียวกันบ้าง นั่งบน อาสนะเดียวกันบ้าง นอนบนเตียงเดียวกันบ้าง นอนร่วมเครื่องลาดเดียวกันบ้าง นอน คลุมผ้าห่มผืนเดียวกันบ้าง นอนร่วมเครื่องลาดและคลุมผ้าห่มร่วมกันบ้าง กับ กุลสตรี กุลธิดา กุมารีแห่งสกุล สะใภ้แห่งสกุล กุลทาสี ฉันอาหารในเวลา วิกาลบ้าง ดื่มน้ำเมาบ้าง ทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้บ้าง ฟ้อนรำ บ้าง ขับร้องบ้าง ประโคมบ้าง เต้นรำบ้าง ฟ้อนรำกับหญิงฟ้อนรำบ้าง ขับร้อง กับหญิงฟ้อนรำบ้าง ประโคมกับหญิงฟ้อนรำบ้าง เต้นรำกับหญิงฟ้อนรำบ้าง ... ฟ้อนรำกับหญิงเต้นรำบ้าง ขับร้องกับหญิงเต้นรำบ้าง ประโคมกับหญิงเต้นรำบ้าง เต้นรำกับหญิงเต้นรำบ้าง เล่นหมากรุกแถวละแปดตาบ้าง เล่นหมากรุกแถวละ สิบตาบ้าง เล่นหมากเก็บบ้าง เล่นชิงนางบ้าง เล่นหมากไหวบ้าง เล่นโยนห่วง บ้าง เล่นไม้หึ่งบ้าง เล่นฟาดให้เป็นรูปต่างๆ บ้าง เล่นสะกาบ้าง เล่นเป่า ใบไม้บ้าง เล่นไถน้อยๆ บ้าง เล่นหกคะเมนบ้าง เล่นไม้กังหันบ้าง เล่นตวงทราย ด้วยใบไม้บ้าง เล่นรถน้อยๆ บ้าง เล่นธนูน้อยบ้าง เล่นเขียนทายบ้าง เล่น ทายใจบ้าง เล่นเลียนคนพิการบ้าง หัดขี่ช้างบ้าง หัดขี่ม้าบ้าง หัดขี่รถบ้าง หัดยิงธนูบ้าง หัดเพลงอาวุธบ้าง วิ่งผลัดช้างบ้าง วิ่งผลัดม้าบ้าง วิ่งผลัดรถบ้าง วิ่งขับกันบ้าง วิ่งเปี้ยวกันบ้าง ผิวปากบ้าง ปรบมือบ้าง ปล้ำกันบ้าง ชกมวย กันบ้าง ปูลาดผ้าสังฆาฏิ ณ กลางสถานที่เต้นรำ แล้วพูดกับหญิงฟ้อนรำอย่างนี้ว่า น้องหญิง เธอจงฟ้อนรำ ณ ที่นี้ ดังนี้บ้าง ให้การคำนับบ้าง ประพฤติอนาจาร มีอย่างต่างๆ บ้าง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงประพฤติ อนาจารมีอย่างต่างๆ รูปใดประพฤติ พึงปรับอาบัติตามธรรม ฯ
เทียบรายประโยค (18 ประโยค)
pli-tv-kd15:36.1.1 #
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เอวรูปํ อนาจารํ อาจรนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū evarūpaṁ anācāraṁ ācaranti—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.78 · พุทธชยันตี 5.114
pli-tv-kd15:36.1.2 #
มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปิ สิญฺจนฺติปิ สิญฺจาเปนฺติปิ โอจินนฺติปิ โอจินาเปนฺติปิ คนฺเถนฺติปิ คนฺถาเปนฺติปิ เอกโตวณฺฏิกมาลํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อุภโตวณฺฏิกมาลํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปทสิลํ ฯ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ มญฺชริกํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ วิธุติกํ ๑- กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ วฏํสกํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อาเวฬํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ อุรจฺฉทํ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ✎ ร่าง
mālāvacchaṁ ropentipi ropāpentipi, siñcantipi siñcāpentipi, ocinantipi ocināpentipi, ganthentipi ganthāpentipi, ekatovaṇṭikamālaṁ karontipi kārāpentipi, ubhatovaṇṭikamālaṁ karontipi kārāpentipi, mañjarikaṁ karontipi kārāpentipi, vidhūtikaṁ karontipi kārāpentipi, vaṭaṁsakaṁ karontipi kārāpentipi, āveḷaṁ karontipi kārāpentipi, uracchadaṁ karontipi kārāpentipi.
pli-tv-kd15:36.1.3 #
เต กุลิตฺถีนํ กุลธีตานํ กุลกุมารีนํ กุลสุณฺหานํ กุลทาสีนํ เอกโตวณฺฏิกมาลํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อุภโตวณฺฏิกมาลํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ มญฺชริกํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ วิธุติกํ ๑- หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ วฏํสกํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อาเวฬํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ อุรจฺฉทํ หรนฺติปิ หราเปนฺติปิ✎ ร่าง
Te kulitthīnaṁ kuladhītānaṁ kulakumārīnaṁ kulasuṇhānaṁ kuladāsīnaṁ ekatovaṇṭikamālaṁ harantipi harāpentipi, ubhatovaṇṭikamālaṁ harantipi harāpentipi, mañjarikaṁ harantipi harāpentipi, vidhūtikaṁ harantipi harāpentipi, vaṭaṁsakaṁ harantipi harāpentipi, āveḷaṁ harantipi harāpentipi, uracchadaṁ harantipi harāpentipi.
pli-tv-kd15:36.1.4 #
เต กุลิตฺถีหิ กุลธีตาหิ กุลกุมารีหิ กุลสุณฺหาหิ กุลทาสีหิ สทฺธึ เอกภาชเนปิ ภุญฺชนฺติ เอกถาลเกปิ ปิวนฺติ เอกาสเนปิ นิสีทนฺติ เอกมญฺเจปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกตฺถรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกปาวุรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ เอกตฺถรณปาวุรณาปิ ตุวฏฺเฏนฺติ วิกาเลปิ ภุญฺชนฺติ มชฺชมฺปิ ปิวนฺติ มาลาคนฺธวิเลปนมฺปิ ธาเรนฺติ นจฺจนฺติปิ คายนฺติปิ วาเทนฺติปิ ลาเสนฺติปิ✎ ร่าง
Te kulitthīhi kuladhītāhi kulakumārīhi kulasuṇhāhi kuladāsīhi saddhiṁ ekabhājanepi bhuñjanti, ekathālakepi pivanti, ekāsanepi nisīdanti, ekamañcepi tuvaṭṭenti, ekattharaṇāpi tuvaṭṭenti, ekapāvuraṇāpi tuvaṭṭenti, ekattharaṇapāvuraṇāpi tuvaṭṭenti, vikālepi bhuñjanti, majjampi pivanti, mālāgandhavilepanampi dhārenti, naccantipi, gāyantipi, vādentipi, lāsentipi;
pli-tv-kd15:36.1.5 #
นจฺจนฺติยาปิ นจฺจนฺติ นจฺจนฺติยาปิ คายนฺติ นจฺจนฺติยาปิ วาเทนฺติ นจฺจนฺติยาปิ ลาเสนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
naccantiyāpi naccanti, naccantiyāpi gāyanti, naccantiyāpi vādenti, naccantiyāpi lāsenti …pe…
pli-tv-kd15:36.1.6 #
ลาเสนฺติยาปิ นจฺจนฺติ ลาเสนฺติยาปิ คายนฺติ ลาเสนฺติยาปิ วาเทนฺติ ลาเสนฺติยาปิ ลาเสนฺติ✎ ร่าง
lāsentiyāpi naccanti, lāsentiyāpi gāyanti, lāsentiyāpi vādenti, lāsentiyāpi lāsenti;
pli-tv-kd15:36.1.7 #
อฏฺฐปเทปิ กีฬนฺติ ทสปเทปิ กีฬนฺติ อากาเสปิ กีฬนฺติ ปริหารปเถปิ กีฬนฺติ สนฺติกายปิ กีฬนฺติ ขลิกายปิ กีฬนฺติ ฆฏิกายปิ กีฬนฺติ สลากหตฺเถนปิ กีฬนฺติ อกฺเขนปิ กีฬนฺติ ปงฺกจิเรนปิ กีฬนฺติ วงฺกเกนปิ กีฬนฺติ โมกฺขจิกายปิ กีฬนฺติ จิงฺคุลเกนปิ กีฬนฺติ ปตฺตาฬฺหเกนปิ กีฬนฺติ รถเกนปิ กีฬนฺติ ธนุเกนปิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. วิธูติกํ ฯ กีฬนฺติ อกฺขริกายปิ กีฬนฺติ มเนสิกายปิ กีฬนฺติ ยถาวชฺเชนปิ กีฬนฺติ✎ ร่าง
aṭṭhapadepi kīḷanti, dasapadepi kīḷanti, ākāsepi kīḷanti, parihārapathepi kīḷanti, santikāyapi kīḷanti, khalikāyapi kīḷanti, ghaṭikāyapi kīḷanti, salākahatthenapi kīḷanti, akkhenapi kīḷanti, paṅgacīrenapi kīḷanti, vaṅkakenapi kīḷanti, mokkhacikāyapi kīḷanti, ciṅgulakenapi kīḷanti, pattāḷhakenapi kīḷanti, rathakenapi kīḷanti, dhanukenapi kīḷanti, akkharikāyapi kīḷanti, manesikāyapi kīḷanti, yathāvajjenapi kīḷanti;
pli-tv-kd15:36.1.8 #
หตฺถิสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ อสฺสสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ รถสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ ธนุสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ✎ ร่าง
hatthismimpi sikkhanti, assasmimpi sikkhanti, rathasmimpi sikkhanti, dhanusmimpi sikkhanti;
pli-tv-kd15:36.1.9 #
ถรุสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺติ✎ ร่าง
tharusmimpi sikkhanti;
pli-tv-kd15:36.1.10 #
หตฺถิสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ อสฺสสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ รถสฺสปิ ปุรโต ธาวนฺติ ธาวนฺติปิ อาธาวนฺติปิ✎ ร่าง
hatthissapi purato dhāvanti, assassapi purato dhāvanti, rathassapi purato dhāvantipi ādhāvantipi;
pli-tv-kd15:36.1.11 #
อุสฺเสเฬฺหนฺติปิ อปฺโผเฏนฺติปิ นิพฺพชฺฌนฺติปิ ๑- มุฏฺฐีหิปิ ยุชฺฌนฺติ✎ ร่าง
usseḷentipi, apphoṭentipi, nibbujjhantipi, muṭṭhīhipi yujjhanti;
pli-tv-kd15:36.1.12 #
รงฺคมชฺเฌปิ สงฺฆาฏึ ปตฺถริตฺวา นจฺจนฺตึ ๒- เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
raṅgamajjhepi saṅghāṭiṁ pattharitvā naccakiṁ evaṁ vadanti—
pli-tv-kd15:36.1.13 #
อิธ ภคินิ นจฺจสฺสูติ✎ ร่าง
“idha, bhagini, naccassū”ti;
pli-tv-kd15:36.1.14 #
นลาฏิกมฺปิ เทนฺติ✎ ร่าง
nalāṭikampi denti;
pli-tv-kd15:36.1.15 #
วิวิธมฺปิ อนาจารํ อาจรนฺติ ฯ✎ ร่าง
vividhampi anācāraṁ ācaranti.
pli-tv-kd15:36.1.16 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
pli-tv-kd15:36.1.17 #
น ภิกฺขเว วิวิธํ อนาจารํ อาจริตพฺพํ✎ ร่าง
“na, bhikkhave, vividhaṁ anācāraṁ ācaritabbaṁ.
pli-tv-kd15:36.1.18 #
โย อาจเรยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Yo ācareyya, yathādhammo kāretabbo”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน