เนื้อความทั้งข้อ
[๒๖๐] ครั้นพระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่พระนครเวสาลี ตามพระ-
*พุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จจาริกทางพระนครสาวัตถี สมัยนั้น ภิกษุอันเตวาสิกของ
พระฉัพพัคคีย์รีบไปข้างหน้าภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข จองวิหาร กันที่นอน
ไว้ว่า ที่นี้ของอุปัชฌาย์ของพวกเรา ที่นี้ของอาจารย์ของพวกเรา ที่นี้ของพวกเรา
ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรไปล้าหลังภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เมื่อภิกษุ
ทั้งหลายจองวิหาร แลที่นอนหมดแล้ว หาที่นอนไม่ได้ จึงนั่ง ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง
ครั้นเวลาปัจจุสสมัยแห่งราตรี พระผู้มีพระภาค เสด็จลุกขึ้น ทรงพระกาสะ แม้ท่าน
พระสารีบุตรก็กระแอมไอ
พ. ใคร ที่นั่น
ส. ข้าพระพุทธเจ้า สารีบุตร พระพุทธเจ้าข้า
พ. สารีบุตร ทำไมเธอจึงมานั่งที่โคนต้นไม้นี้เล่า
ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตร ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ฯ
อถโข ภควา เวสาลิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน
สาวตฺถี เตน จาริกํ ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā vesāliyaṁ yathābhirantaṁ viharitvā yena sāvatthi tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.114 · ฉัฏฐสังคายนา 90.289
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยานํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วิหารํ ฯ
ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต
คนฺตฺวา วิหาเร ปริคฺคณฺหนฺติ เสยฺยาโย ปริคฺคณฺหนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ antevāsikā bhikkhū buddhappamukhassa saṅghassa purato purato gantvā vihāre pariggaṇhanti, seyyāyo pariggaṇhanti—
อิทํ
อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ
อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ amhākaṁ upajjhāyānaṁ bhavissati, idaṁ amhākaṁ ācariyānaṁ bhavissati, idaṁ amhākaṁ bhavissatī”ti.
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต พุทฺธปฺปมุขสฺส
สงฺฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา วิหาเรสุ ปริคฺคหิเตสุ เสยฺยาสุ
ปริคฺคหิตาสุ เสยฺยํ อลภมาโน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto buddhappamukhassa saṅghassa piṭṭhito piṭṭhito gantvā vihāresu pariggahitesu, seyyāsu pariggahitāsu, seyyaṁ alabhamāno aññatarasmiṁ rukkhamūle nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.115 · พุทธชยันตี 5.174
อถโข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อุกฺกาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya ukkāsi.
อายสฺมาปิ
สารีปุตฺโต อุกฺกาสิ ฯ✎ ร่าง
Āyasmāpi sāriputto ukkāsi.
โก เอตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“Ko etthā”ti?
อหํ ภควา สารีปุตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“Ahaṁ, bhagavā, sāriputto”ti.
กิสฺส ตฺวํ สารีปุตฺต อิธ นิสินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
“Kissa tvaṁ, sāriputta, idha nisinno”ti?
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto bhagavato etamatthaṁ ārocesi.