เนื้อความทั้งข้อ
[๓๓๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ พึงขอร้องภิกษุ
ก่อน ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ
ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์
ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติภิกษุมีชื่อนี้เป็นผู้ใช้สามเณร นี้เป็นญัตติ
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้เป็น
ผู้ใช้สามเณร การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ เป็นผู้ใช้สามเณร ชอบแก่ท่าน
ผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด
ภิกษุมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติเป็นผู้ใช้สามเณรแล้ว ชอบแก่สงฆ์
เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, sammannitabbo.
ปฐมํ ภิกฺขุ
ยาจิตพฺโพ ฯ ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ
ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ bhikkhu yācitabbo, yācitvā byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.150
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. เอเกกา ฯ ๒ ม. อาเมฑิตํ นตฺถิ ฯ
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ สามเณรเปสกํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ sāmaṇerapesakaṁ sammanneyya.
เอสา
ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ
สามเณรเปสกํ สมฺมนฺนติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmaṁ bhikkhuṁ sāmaṇerapesakaṁ sammannati.
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส
ภิกฺขุโน สามเณรเปสกสฺส สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno sāmaṇerapesakassa sammuti, so tuṇhassa;
ยสฺส นกฺขมติ
โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สามเณรเปสโก✎ ร่าง
Sammato saṅghena itthannāmo bhikkhu sāmaṇerapesako.
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmī’”ti.
ภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ตติยํ ฯ✎ ร่าง
Tatiyabhāṇavāro niṭṭhito.
เสนาสนกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ ฯ✎ ร่าง
Senāsanakkhandhako chaṭṭho.
ตสฺสุทฺทานํ✎ ร่าง
Tassuddānaṁ