‹ กลับ
เรื่องอชาตสัตตุกุมาร
เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒ · ข้อ 372 · วิ.จุล.๒. ๗/๓๔๙๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๗๒] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจงกรมอยู่ ณ เขาคิชฌกูฏบรรพต ครั้งนั้น พระเทวทัตขึ้นสู่คิชฌกูฏบรรพต แล้วกลิ้งศิลาก้อนใหญ่ด้วยหมายใจว่า จักปลงพระชนม์พระสมณโคดมด้วยศิลานี้ ยอดบรรพตทั้งสองน้อมมารับศิลานั้น ไว้ สะเก็ดกระเด็นจากศิลานั้นต้องพระบาทของพระผู้มีพระภาค ทำพระโลหิตให้ ห้อขึ้นแล้ว ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแหงนขึ้นไปได้ตรัสกะพระเทวทัตว่า ดูกร โมฆบุรุษ เธอสั่งสมบาปมิใช่บุญไว้มากนัก เพราะมีจิตคิดประทุษร้าย มีจิตคิดฆ่า ยังโลหิตของตถาคตให้ห้อขึ้น ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้จัดเป็นอนันตริยกรรมข้อที่ ๑ ที่เทวทัตสั่งสมแล้ว เพราะเธอ มีจิตคิดประทุษร้าย มีจิตคิดฆ่า ทำโลหิตของตถาคตให้ห้อขึ้น ภิกษุทั้งหลายได้ สดับข่าวว่า พระเทวทัตได้ประกอบการปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค ก็ภิกษุ เหล่านั้นจงกรมอยู่รอบๆ วิหารของพระผู้มีพระภาค ทำการสาธยายมีเสียงสูง เสียงดัง เพื่อรักษาคุ้มครองป้องกันพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงสดับเสียง สาธยาย มีเสียงเซงแซ่ แล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ นั่นเสียง สาธยาย มีเสียงเซงแซ่ อะไรกัน ท่านอานนท์ทูลตอบว่า พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุทั้งหลายได้สดับข่าวว่า พระ เทวทัตได้ประกอบการปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค ก็ภิกษุเหล่านั้นจงกรมอยู่รอบ รอบวิหารของพระผู้มีพระภาคทำการสาธยายมีเสียงเซงแซ่ เพื่อรักษาคุ้มครอง ป้องกันพระผู้มีพระภาค เสียงนั้นนั่น เป็นเสียงสาธยาย มีเสียงเซงแซ่พระพุทธ เจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถ้ากระนั้น เธอจงเรียกภิกษุทั้งหลาย เหล่านั้นมาตามคำของเราว่า พระศาสดารับสั่งหาท่านทั้งหลาย ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระพุทธพจน์ แล้วเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น แจ้งให้ทราบว่า พระศาสดารับสั่งหาท่านทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำของท่านพระอานนท์แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว พระ ผู้มีพระภาครับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลจะปลงชีวิตตถาคตด้วยความ พยายามของผู้อื่นนั่น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส เพราะพระตถาคตทั้งหลายย่อมไม่ ปรินิพพานด้วยความพยายามของผู้อื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศาสดา ๕ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก ๕ จำพวกเป็น ไฉน คือ ศาสดาบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ ปฏิญาณว่าเราเป็นผู้มี ศีลบริสุทธิ์ และว่า ศีลของเราบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่เศร้าหมอง สาวกทั้งหลาย ย่อมรู้ซึ่งศาสดานั้นนั่นอย่างนี้ว่า ศาสดาผู้เจริญนี้แล เป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ย่อม ปฏิญาณว่า เราเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ และว่า ศีลของเราบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่ เศร้าหมอง ก็พวกเรานี่แหละพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ศาสดานั้นไม่พึงมีความพอใจ ก็ความไม่พอใจใดแลจะพึงมี พวกเราจะพึงกล่าวกะศาสดานั้นด้วยความไม่พอ ใจนั้นอย่างไร ก็ศาสดานั้นย่อมนับถือบูชาเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านจักทำกรรมใดไว้ ท่านก็จักปรากฏด้วยกรรม นั้นเอง ดูกรภิกษุทั้งหลาย สาวกทั้งหลาย ย่อมรักษาศาสดาเห็นปานนี้โดยศีล ก็แลศาสดาเห็นปานนั้น ย่อมหวังการรักษาโดยศีลจากสาวกทั้งหลาย ฯ
เทียบรายประโยค (38 ประโยค)
pli-tv-kd17:3.9.7.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภควา คิชฺฌกูฏสฺส ปพฺพตสฺส ฉายายํ ๒- จงฺกมติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhagavā gijjhakūṭassa pabbatassa chāyāyaṁ caṅkamati.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 90.332 · พุทธชยันตี 5.286
pli-tv-kd17:3.9.8 #
อถโข เทวทตฺโต คิชฺฌกูฏํ ปพฺพตํ อภิรูยฺหิตฺวา ๓- มหตึ สิลํ ปวิชฺฌิ✎ ร่าง
Atha kho devadatto gijjhakūṭaṁ pabbataṁ āruhitvā mahatiṁ silaṁ pavijjhi—
pli-tv-kd17:3.9.9 #
อิมาย สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
imāya samaṇaṁ gotamaṁ jīvitā voropessāmīti.
pli-tv-kd17:3.9.10 #
เทฺว ปพฺพตกูฏา สมาคนฺตฺวา ตํ สิลํ สมฺปฏิจฺฉึสุ ฯ✎ ร่าง
Dve pabbatakūṭā samāgantvā taṁ silaṁ sampaṭicchiṁsu.
pli-tv-kd17:3.9.11 #
ตโต ปปฏิกา อุปฺปติตฺวา ภควโต ปาเท รุหิรํ อุปฺปาเทสิ ฯ✎ ร่าง
Tato papatikā uppatitvā bhagavato pāde ruhiraṁ uppādesi.
pli-tv-kd17:3.9.12 #
อถโข ภควา อุทฺธํ อุลฺโลเกตฺวา เทวทตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā uddhaṁ ulloketvā devadattaṁ etadavoca—
pli-tv-kd17:3.9.13 #
พหุํ ตยา โมฆปุริส อปุญฺญํ ปสุตํ ยํ ตฺวํ ทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺโต ตถาคตสฺส รุหิรํ อุปฺปาเทสีติ ฯ✎ ร่าง
“bahuṁ tayā, moghapurisa, apuññaṁ pasutaṁ, yaṁ tvaṁ duṭṭhacitto vadhakacitto tathāgatassa ruhiraṁ uppādesī”ti.
pli-tv-kd17:3.9.14 #
อถโข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā bhikkhū āmantesi—
pli-tv-kd17:3.9.15 #
อิทํ ภิกฺขเว เทวทตฺเตน ปฐมํ อนนฺตริกกมฺมํ อุปจิตํ ยํ ทุฏฺฐจิตฺเตน วธกจิตฺเตน ตถาคตสฺส รุหิรํ อุปฺปาทิตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ, bhikkhave, devadattena paṭhamaṁ ānantariyaṁ kammaṁ upacitaṁ, yaṁ duṭṭhacittena vadhakacittena tathāgatassa ruhiraṁ uppāditan”ti.
pli-tv-kd17:3.10.1 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū—
อ้างอิงPTS 2.194 · สยามรัฐ 7.184
pli-tv-kd17:3.10.2 #
เทวทตฺเตน กิร ภควโต วโธ ปยุตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“devadattena kira bhagavato vadho payutto”ti.
pli-tv-kd17:3.10.3 #
เต จ ๔- ภิกฺขู ภควโต วิหารสฺส ปริโต ปริโต จงฺกมนฺติ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปาณุเปตํ สรณํ คเตติ ฯ ๒ ม. ฉายาย ฯ ยุ. ปจฺฉายายํ ฯ@๓ ม. อารูหิตฺวา ฯ ยุ. อภิรูหิตฺวา ฯ ๔ ยุ. เตธ ฯ สชฺฌายํ กโรนฺตา ภควโต รกฺขาวรณคุตฺติยา ฯ✎ ร่าง
Te ca bhikkhū bhagavato vihārassa parito parito caṅkamanti uccāsaddā mahāsaddā sajjhāyaṁ karontā, bhagavato rakkhāvaraṇaguttiyā.
pli-tv-kd17:3.10.4 #
อสฺโสสิ โข ภควา อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ สชฺฌายสทฺทํ✎ ร่าง
Assosi kho bhagavā uccāsaddaṁ mahāsaddaṁ sajjhāyasaddaṁ.
pli-tv-kd17:3.10.5 #
สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Sutvāna āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
pli-tv-kd17:3.10.6 #
กินฺนุ โข โส อานนฺท อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท สชฺฌายสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so, ānanda, uccāsaddo mahāsaddo sajjhāyasaddo”ti?
pli-tv-kd17:3.10.7 #
อสฺโสสุํ โข ภนฺเต ภิกฺขู✎ ร่าง
“Assosuṁ kho, bhante, bhikkhū—
pli-tv-kd17:3.10.8 #
เทวทตฺเตน กิร ภควโต วโธ ปยุตฺโตติ✎ ร่าง
‘devadattena kira bhagavato vadho payutto’ti.
pli-tv-kd17:3.10.9 #
เต จ ภนฺเต ภิกฺขู ภควโต วิหารสฺส ปริโต ปริโต จงฺกมนฺติ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา สชฺฌายํ กโรนฺตา ภควโต รกฺขาวรณคุตฺติยา✎ ร่าง
Te ca, bhante, bhikkhū bhagavato vihārassa parito parito caṅkamanti uccāsaddā mahāsaddā sajjhāyaṁ karontā, bhagavato rakkhāvaraṇaguttiyā.
pli-tv-kd17:3.10.10 #
โส เอโส ภควา อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท สชฺฌายสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
So eso, bhagavā, uccāsaddo mahāsaddo sajjhāyasaddo”ti.
pli-tv-kd17:3.10.11 #
เตนหานนฺท มม วจเนน เต ภิกฺขู อามนฺเตหิ✎ ร่าง
“Tena hānanda, mama vacanena te bhikkhū āmantehi—
pli-tv-kd17:3.10.12 #
สตฺถา อายสฺมนฺเต อามนฺเตตีติ ฯ✎ ร่าง
satthā āyasmante āmantetī”ti.
pli-tv-kd17:3.10.13 #
เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
“Evaṁ, bhante”ti kho āyasmā ānando bhagavato paṭissutvā yena te bhikkhū tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā te bhikkhū etadavoca—
pli-tv-kd17:3.10.14 #
สตฺถา อายสฺมนฺเต อามนฺเตตีติ ฯ✎ ร่าง
“satthā āyasmante āmantetī”ti.
pli-tv-kd17:3.10.15 #
เอวมาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ✎ ร่าง
“Evamāvuso”ti kho te bhikkhū āyasmato ānandassa paṭissutvā yena bhagavā tenupasaṅkamiṁsu, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdiṁsu.
pli-tv-kd17:3.10.16 #
เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข เต ภิกฺขู ภควา เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinne kho te bhikkhū bhagavā etadavoca—
pli-tv-kd17:3.10.17 #
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส โย ปรุปกฺกเมน ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย✎ ร่าง
“Aṭṭhānametaṁ, bhikkhave, anavakāso, yaṁ parūpakkamena tathāgataṁ jīvitā voropeyya.
อ้างอิงพุทธชยันตี 5.288
pli-tv-kd17:3.10.18 #
น ปรุปกฺกเมน ภิกฺขเว ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Anupakkamena, bhikkhave, tathāgatā parinibbāyanti.
pli-tv-kd17:3.10.19 #
ปญฺจิเม ภิกฺขเว สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ✎ ร่าง
Pañcime, bhikkhave, satthāro santo saṁvijjamānā lokasmiṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.185 · ฉัฏฐสังคายนา 90.333
pli-tv-kd17:3.10.20 #
กตเม ปญฺจ✎ ร่าง
Katame pañca?
pli-tv-kd17:3.10.21 #
อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สตฺถา อปริสุทฺธสีโล สมาโน ปริสุทฺธสีโลมฺหีติ ปฏิชานาติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. รา. อนุปกฺกเมน ภิกฺขเว ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺติ ฯ ปริสุทฺธํ เม สีลํ ปริโยทาตํ อสงฺกิลิฏฺฐนฺติ จ ฯ✎ ร่าง
Idha, bhikkhave, ekacco satthā aparisuddhasīlo samāno ‘parisuddhasīlomhī’ti paṭijānāti ‘parisuddhaṁ me sīlaṁ pariyodātaṁ asaṅkiliṭṭhan’ti ca.
pli-tv-kd17:3.10.22 #
ตเมนํ สาวกา เอวํ ชานนฺติ✎ ร่าง
Tamenaṁ sāvakā evaṁ jānanti—
pli-tv-kd17:3.10.23 #
อยํ โข ภวํ สตฺถา อปริสุทฺธสีโล สมาโน ปริสุทฺธสีโลมฺหีติ ปฏิชานาติ ปริสุทฺธํ เม สีลํ ปริโยทาตํ อสงฺกิลิฏฺฐนฺติ จ✎ ร่าง
‘ayaṁ kho bhavaṁ satthā aparisuddhasīlo samāno “parisuddhasīlomhī”ti paṭijānāti “parisuddhaṁ me sīlaṁ pariyodātaṁ asaṅkiliṭṭhan”ti ca.
pli-tv-kd17:3.10.24 #
มยญฺเจว โข ปน คิหีนํ อาโรเจยฺยาม นาสฺสสฺส มนาปํ✎ ร่าง
Mayañceva kho pana gihīnaṁ āroceyyāma, nāssassa manāpaṁ.
pli-tv-kd17:3.10.25 #
ยํ โข ปนสฺส อมนาปํ กถนฺตํ มยนฺเตน สมุทาจเรยฺยาม✎ ร่าง
Yaṁ kho panassa amanāpaṁ, kathaṁ naṁ mayaṁ tena samudācareyyāma?
pli-tv-kd17:3.10.26 #
สมฺมนฺนติ โข ปน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน✎ ร่าง
Sammannati kho pana cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānappaccayabhesajjaparikkhārena—
pli-tv-kd17:3.10.27 #
ยํ ตุโม กริสฺสติ ตุโม ว เตน ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
yaṁ tumo karissati, tumova tena paññāyissatī’ti.
pli-tv-kd17:3.10.28 #
เอวรูปํ โข ภิกฺขเว สตฺถารํ สาวกา สีลโต รกฺขนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evarūpaṁ kho, bhikkhave, satthāraṁ sāvakā sīlato rakkhanti;
pli-tv-kd17:3.10.29 #
เอวรูโป จ ปน สตฺถา สาวเกหิ สีลโต รกฺขํ ปจฺจาสึสติ ฯ✎ ร่าง
evarūpo ca pana satthā sāvakehi sīlato rakkhaṁ paccāsīsati.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน