เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๓] อย่างไร ภิกษุชื่อว่าไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ในธรรมวินัยนี้ การไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ย่อมมีด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วย
นิมิตเหล่าใด ภิกษุเห็นภิกษุไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ด้วยอาการ ด้วยเพศ
ด้วยนิมิตเหล่านั้น ก็ภิกษุไม่เคยเห็นภิกษุผู้ไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรมเลย แต่ภิกษุ
อื่นบอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุมีชื่อนี้ไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ก็ภิกษุไม่เคย
เห็นภิกษุผู้ไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรมเลย แม้ภิกษุอื่นก็มิได้บอกแก่ภิกษุว่า ท่าน
ภิกษุมีชื่อนี้ไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม แต่ภิกษุนั่นแหละบอกแก่ภิกษุว่า ท่าน
ผมไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหวังอยู่ ครั้นถึงวันอุโบสถ
๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ พึงประกาศในท่ามกลาง
สงฆ์ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน ด้วยรังเกียจนั้นว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า บุคคลมีชื่อนี้ไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม
ข้าพเจ้างดปาติโมกข์แก่เธอ เมื่อเธออยู่พร้อมหน้าสงฆ์ ไม่พึงสวดปาติโมกข์
ดังนี้ การงดปาติโมกข์ เป็นธรรม ฯ
กถํ ธมฺมิกํ สามคฺคึ น อุเปติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ dhammikaṁ sāmaggiṁ na upeti?
อ้างอิงพุทธชยันตี 5.448
อิธ ปน ภิกฺขเว ๑-
เยหิ อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ ธมฺมิกาย สามคฺคิยา
อนุปคมนํ โหติ เตหิ อากาเรหิ เตหิ ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ
ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ธมฺมิกํ สามคฺคึ น อุเปนฺตํ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu yehi ākārehi yehi liṅgehi yehi nimittehi dhammikāya sāmaggiyānupagamanaṁ hoti, tehi ākārehi tehi liṅgehi tehi nimittehi bhikkhu bhikkhuṁ passati dhammikaṁ sāmaggiṁ na upentaṁ.
น เหว โข
ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ธมฺมิกํ สามคฺคึ น อุเปนฺตํ อปิจ อญฺโญ
ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati dhammikaṁ sāmaggiṁ na upentaṁ, api ca añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส ภิกฺขุ ธมฺมิกํ
สามคฺคึ น อุเปตีติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu dhammikaṁ sāmaggiṁ na upetī’ti.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ธมฺมิกํ
สามคฺคึ น อุเปนฺตํ น ปิ ๒- อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati dhammikaṁ sāmaggiṁ na upentaṁ, nāpi añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส ภิกฺขุ ธมฺมิกํ สามคฺคึ น อุเปตีติ อปิจ
โส ว ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu dhammikaṁ sāmaggiṁ na upetī’ti, api ca sova bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อหํ อาวุโส ธมฺมิกํ สามคฺคึ
น อุเปมีติ✎ ร่าง
‘ahaṁ, āvuso, dhammikaṁ sāmaggiṁ na upemī’ti.
อากงฺขมาโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เตน ทิฏฺเฐน เตน
สุเตน ตาย ปริสงฺกาย ตทหุโปสเถ จาตุทฺทเส วา ปณฺณรเส
วา ตสฺมึ ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเรยฺย✎ ร่าง
Ākaṅkhamāno, bhikkhave, bhikkhu tena diṭṭhena tena sutena tāya parisaṅkāya tadahuposathe cātuddase vā pannarase vā tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāhareyya—
อ้างอิงPTS 2.246
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.305
อิตฺถนฺนาโม ปุคฺคโล ธมฺมิกํ สามคฺคึ น
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ภิกฺขุ ฯ ๒ ม. ยุ. นาปิ ฯ
อุเปติ ตสฺส ปาติโมกฺขํ ฐเปมิ น ตสฺมึ สมฺมุขีภูเต ปาติโมกฺขํ
อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Itthannāmo puggalo dhammikaṁ sāmaggiṁ na upeti, tassa pātimokkhaṁ ṭhapemi, na tasmiṁ sammukhībhūte pātimokkhaṁ uddisitabbanti—
ธมฺมิกํ ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ฯ✎ ร่าง
dhammikaṁ pātimokkhaṭṭhapanaṁ’.