เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๒] เมื่องดปาติโมกข์แก่ภิกษุแล้ว บริษัทเลิกประชุมเพราะอันตราย
๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อันตรายแต่พระราชา ... อันตรายต่อพรหม-
*จรรย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหวังอยู่ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ ใน
อาวาสนั้น หรือในอาวาสอื่น พึงประกาศในท่ามกลางสงฆ์ว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า กถาปรารภการบอกลาสิกขา ของบุคคล
มีชื่อนี้ยังค้างอยู่ เรื่องนั้นยังไม่ได้วินิจฉัย ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว
สงฆ์พึงวินิจฉัยเรื่องนั้น
ถ้าได้การวินิจฉัยนั้นอย่างนี้ นั่นเป็นการดี ถ้าไม่ได้ ครั้นถึงวันอุโบสถ
๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ พึงประกาศในท่ามกลาง
สงฆ์ว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า กถาปรารภการบอกลาสิกขา ของบุคคล
มีชื่อนี้ยังค้างอยู่ เรื่องนั้นยังมิได้วินิจฉัย ข้าพเจ้างดปาติโมกข์แก่เธอ เมื่อเธอ
ยังอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ดังนี้ การงดปาติโมกข์เป็นธรรม ฯ
ภิกฺขุสฺส ปาติโมกฺเข ฐปิเต ปริสา วุฏฺฐาติ ทสนฺนํ
อนฺตรายานํ อญฺญตเรน อนฺตราเยน✎ ร่าง
Bhikkhussa pātimokkhe ṭhapite parisā vuṭṭhāti, dasannaṁ antarāyānaṁ aññatarena—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 90.404
ราชนฺตราเยน วา ฯเปฯ✎ ร่าง
rājantarāyena vā …pe…
พฺรหฺมจริยนฺตราเยน วา อากงฺขมาโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ตสฺมึ
อาวาเส อญฺญตรสฺมึ วา อาวาเส ตสฺมึ ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต
สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเรยฺย✎ ร่าง
brahmacariyantarāyena vā, ākaṅkhamāno, bhikkhave, bhikkhu tasmiṁ vā āvāse, aññasmiṁ vā āvāse, tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāhareyya—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อิตฺถนฺนามสฺส
ปุคฺคลสฺส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตกถา วิปฺปกตา ตํ วตฺถุํ อวินิจฺฉิตํ✎ ร่าง
Itthannāmassa puggalassa sikkhaṁ paccakkhātakathā vippakatā, taṁ vatthu avinicchitaṁ.
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตํ วตฺถุํ วินิจฺฉิเนยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho taṁ vatthuṁ vinicchineyyā’ti.
เอวญฺเจ ตํ ลเภถ อิจฺเจตํ กุสลํ✎ ร่าง
Evañcetaṁ labhetha, iccetaṁ kusalaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.304
โน เจ ลเภถ ตทหุโปสเถ จาตุทฺทเส
วา ปณฺณรเส วา ตสฺมึ ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต สงฺฆมชฺเฌ อุทาหริตพฺพํ✎ ร่าง
No ce labhetha, tadahuposathe cātuddase vā pannarase vā tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāharitabbaṁ—
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อิตฺถนฺนามสฺส ปุคฺคลสฺส
สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตกถา วิปฺปกตา ตํ วตฺถุํ อวินิจฺฉิตํ✎ ร่าง
Itthannāmassa puggalassa sikkhaṁ paccakkhātakathā vippakatā, taṁ vatthu avinicchitaṁ.
ตสฺส ปาติโมกฺขํ
ฐเปมิ น ตสฺมึ สมฺมุขีภูเต ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tassa pātimokkhaṁ ṭhapemi, na tasmiṁ sammukhībhūte pātimokkhaṁ uddisitabbanti—
ธมฺมิกํ
ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ฯ✎ ร่าง
dhammikaṁ pātimokkhaṭṭhapanaṁ’.