เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๘] อย่างไร ภิกษุชื่อว่ามีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ ด้วยทิฐิ-
*วิบัติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจ
ด้วยทิฐิวิบัติ ด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วยนิมิตเหล่าใด ภิกษุเห็นภิกษุที่มีผู้ได้เห็น
ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ ด้วยอาการ ด้วยเพศ ด้วยนิมิตเหล่านั้น ก็ภิกษุ
ไม่เคยเห็นภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ แต่ภิกษุอื่นบอก
แก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุมีชื่อนี้ มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ ก็ภิกษุ
ไม่เคยเห็นภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติเลย แม้ภิกษุอื่น
ก็ไม่ได้บอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ภิกษุนี้มีชื่อมีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วย
ทิฐิวิบัติ แต่ภิกษุนั้นแหละบอกแก่ภิกษุว่า ท่าน ผมมีผู้ได้เห็น ได้ยิน และ
รังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหวังอยู่ ครั้นถึงวันอุโบสถ ๑๔ ค่ำ
หรือ ๑๕ ค่ำ เมื่อบุคคลนั้นอยู่พร้อมหน้าสงฆ์ พึงประกาศในท่ามกลางสงฆ์
ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน ด้วยรังเกียจนั้นว่า
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า บุคคลมีชื่อนี้ มีผู้ได้เห็น ได้ยิน
และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ ข้าพเจ้างดปาติโมกข์แก่เธอ เมื่อเธออยู่พร้อมหน้าสงฆ์
ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ดังนี้ การงดปาติโมกข์เป็นธรรม
การงดปาติโมกข์เป็นธรรม ๑๐ ประการ นี้แล ฯ
กถํ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito hoti?
อิธ
ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เยหิ อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ
ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต โหติ เตหิ อากาเรหิ เตหิ
ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา
ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ✎ ร่าง
Idha pana, bhikkhave, bhikkhu yehi ākārehi yehi liṅgehi yehi nimittehi diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito hoti, tehi ākārehi tehi liṅgehi tehi nimittehi bhikkhu bhikkhuṁ passati diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา
ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ อปิจ อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ, api ca añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส ภิกฺขุ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito’ti.
น เหว โข ภิกฺขุ ภิกฺขุํ ปสฺสติ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตํ
น ปิ อญฺโญ ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
Na heva kho bhikkhu bhikkhuṁ passati diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitaṁ, nāpi añño bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อิตฺถนฺนาโม อาวุโส
ภิกฺขุ ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ อปิจ โส ว ภิกฺขุ
ภิกฺขุสฺส อาโรเจติ✎ ร่าง
‘itthannāmo, āvuso, bhikkhu diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito’ti, api ca sova bhikkhu bhikkhussa āroceti—
อหํ อาวุโส ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโตติ✎ ร่าง
‘ahaṁ, āvuso, diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkitomhī’ti.
อากงฺขมาโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เตน ทิฏฺเฐน เตน สุเตน ตาย
ปริสงฺกาย ตทหุโปสเถ จาตุทฺทเส วา ปณฺณรเส วา ตสฺมึ
ปุคฺคเล สมฺมุขีภูเต สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเรยฺย✎ ร่าง
Ākaṅkhamāno, bhikkhave, bhikkhu tena diṭṭhena tena sutena tāya parisaṅkāya tadahuposathe cātuddase vā pannarase vā tasmiṁ puggale sammukhībhūte saṅghamajjhe udāhareyya—
สุณาตุ เม ภนฺเต
สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงสยามรัฐ 7.309
อิตฺถนฺนาโม ปุคฺคโล ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิโต
ตสฺส ปาติโมกฺขํ ฐเปมิ น ตสฺมึ สมฺมุขีภูเต ปาติโมกฺขํ
อุทฺทิสิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Itthannāmo puggalo diṭṭhivipattiyā diṭṭhasutaparisaṅkito, tassa pātimokkhaṁ ṭhapemi, na tasmiṁ sammukhībhūte pātimokkhaṁ uddisitabbanti—
ธมฺมิกํ ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ฯ✎ ร่าง
dhammikaṁ pātimokkhaṭṭhapanaṁ’.
อ้างอิงPTS 2.247
อิมานิ ทส
ธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานีติ ฯ✎ ร่าง
Imāni dasa dhammikāni pātimokkhaṭṭhapanānī”ti.
ปฐโม ภาณวาโร ฯ✎ ร่าง
Paṭhamabhāṇavāro niṭṭhito.