‹ กลับ
พระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์
เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒ · ข้อ 499 · วิ.จุล.๒. ๗/๕๘๙๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๙] ครั้งนั้น ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ปรารถนาจะรับ อธิกรณ์ที่ตนรับ พึงรับอธิกรณ์ที่ประกอบด้วยองค์เท่าไร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ปรารถนาจะรับอธิกรณ์ พึง รับอธิกรณ์ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ:- ๑. ภิกษุผู้ปรารถนาจะรับอธิกรณ์ พึงพิจารณาอย่างนี้ว่า เราปรารถนา จะรับอธิกรณ์นี้ เป็นกาลสมควรหรือไม่ที่จะรับ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เป็นกาลไม่ควรที่จะรับอธิกรณ์ นี้หาใช่เป็นกาลสมควรไม่ อธิกรณ์นั้น ภิกษุ ไม่พึงรับ ๒. ก็ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า นี้เป็นกาลควรที่จะรับอธิกรณ์ นี้หาใช่กาลไม่สมควรไม่ ภิกษุนั้นพึงพิจารณาต่อไปว่า ที่เราปรารถนาจะรับอธิกรณ์ นี้ อธิกรณ์นี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า อธิกรณ์นี้ เป็นเรื่องไม่จริง หาใช่เป็นเรื่องจริงไม่ อธิกรณ์นั้น ภิกษุไม่พึงรับ ๓. ก็ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า อธิกรณ์นี้เป็นเรื่องจริง หาใช่เป็น เรื่องไม่จริงไม่ ภิกษุนั้นพึงพิจารณาต่อไปว่า เราปรารถนาจะรับอธิกรณ์นี้ อธิกรณ์ นี้ประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า อธิกรณ์นี้ ไม่ ประกอบด้วยประโยชน์ หาใช่ประกอบด้วยประโยชน์ไม่ ภิกษุไม่พึงรับ ๔. ก็ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า อธิกรณ์นี้ประกอบด้วยประโยชน์ หาใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ไม่ ภิกษุนั้นพึงพิจารณาต่อไปว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์ นี้ไว้ จักได้ภิกษุผู้เคยเห็นกัน เคยคบกัน เป็นฝ่ายโดยธรรมโดยวินัยหรือไม่ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์นี้ไว้ จักไม่ได้ภิกษุผู้เคยเห็น กัน เคยคบกัน เป็นฝ่ายโดยธรรมโดยวินัย อธิกรณ์นั้น ภิกษุไม่พึงรับ ๕. ก็ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์นี้ไว้ จักได้ภิกษุ ผู้เคยเห็นกัน เคยคบกัน เป็นฝ่ายโดยธรรมโดยวินัย ภิกษุนั้นพึงพิจารณาต่อไป ว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์นี้ไว้ ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความ วิวาท ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ ความถือต่างแห่งสงฆ์ การ กระทำต่างแห่งสงฆ์ ซึ่งมีการนั้นเป็นเหตุ จักมีแก่สงฆ์หรือไม่ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์นี้ไว้ ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาท ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ อธิกรณ์นั้น ภิกษุไม่พึงรับ ก็ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เมื่อเรารับอธิกรณ์นี้ไว้ ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาท ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่ง สงฆ์ ความถือต่างแห่งสงฆ์ การกระทำต่างแห่งสงฆ์ ซึ่งมีการนั้นเป็นเหตุ จัก ไม่มีแก่สงฆ์ อธิกรณ์นั้น ภิกษุพึงรับ อุบาลี อธิกรณ์ที่ประกอบด้วยองค์ ๕ อย่างนี้แล ภิกษุรับไว้จักไม่ทำ ความเดือดร้อนแม้ในภายหลังแล ฯ
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
pli-tv-kd19:4.1.1 #
อถโข อายสฺมา อุปาลิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā upāli yena bhagavā tenupasaṅkami, upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงพุทธชยันตี 5.454
pli-tv-kd19:4.1.2 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุปาลิ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā upāli bhagavantaṁ etadavoca—
pli-tv-kd19:4.1.3 #
อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมน ภนฺเต ภิกฺขุนา กตมงฺคสมนฺนาคตํ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
“attādānaṁ ādātukāmena, bhante, bhikkhunā katamaṅgasamannāgataṁ attādānaṁ ādātabban”ti?
pli-tv-kd19:4.1.4 #
อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมน อุปาลิ ภิกฺขุนา ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ✎ ร่าง
“Attādānaṁ ādātukāmena, upāli, bhikkhunā pañcaṅgasamannāgataṁ attādānaṁ ādātabbaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 90.408
pli-tv-kd19:4.1.5 #
อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมน อุปาลิ ภิกฺขุนา เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
Attādānaṁ ādātukāmena, upāli, bhikkhunā evaṁ paccavekkhitabbaṁ—
pli-tv-kd19:4.1.6 #
ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม กาโล นุ โข อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ อุทาหุ โนติ ฯ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ imaṁ attādānaṁ ādātukāmo, kālo nu kho imaṁ attādānaṁ ādātuṁ udāhu no’ti?
pli-tv-kd19:4.1.7 #
สเจ อุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace, upāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.8 #
อกาโล อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ โน กาโลติ น ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
‘akālo imaṁ attādānaṁ ādātuṁ, no kālo’ti, na taṁ, upāli, attādānaṁ ādātabbaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.9 #
สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace panupāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.10 #
กาโล อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ โน อกาโลติ เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตรึ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
‘kālo imaṁ attādānaṁ ādātuṁ, no akālo’ti, tenupāli, bhikkhunā uttari paccavekkhitabbaṁ—
pli-tv-kd19:4.1.11 #
ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม ภูตํ นุ โข อิทํ อตฺตาทานํ อุทาหุ โนติ ฯ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ imaṁ attādānaṁ ādātukāmo, bhūtaṁ nu kho idaṁ attādānaṁ udāhu no’ti?
pli-tv-kd19:4.1.12 #
สเจ อุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace, upāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.13 #
อภูตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน ภูตนฺติ น ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
‘abhūtaṁ idaṁ attādānaṁ, no bhūtan’ti, na taṁ, upāli, attādānaṁ ādātabbaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.14 #
สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace panupāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.310
pli-tv-kd19:4.1.15 #
ภูตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อภูตนฺติ เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตรึ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
‘bhūtaṁ idaṁ attādānaṁ, no abhūtan’ti, tenupāli, bhikkhunā uttari paccavekkhitabbaṁ—
pli-tv-kd19:4.1.16 #
ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม อตฺถสญฺหิตํ นุ โข อิทํ ๑- อตฺตาทานํ อุทาหุ โนติ ฯ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ imaṁ attādānaṁ ādātukāmo, atthasañhitaṁ nu kho idaṁ attādānaṁ udāhu no’ti?
pli-tv-kd19:4.1.17 #
สเจ อุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace, upāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.18 #
อนตฺถสญฺหิตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อตฺถสญฺหิตนฺติ น ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
‘anatthasañhitaṁ idaṁ attādānaṁ, no atthasañhitan’ti, na taṁ, upāli, attādānaṁ ādātabbaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.19 #
สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace panupāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.20 #
อตฺถสญฺหิตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อนตฺถสญฺหิตนฺติ เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตรึ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
‘atthasañhitaṁ idaṁ attādānaṁ, no anatthasañhitan’ti, tenupāli, bhikkhunā uttari paccavekkhitabbaṁ—
pli-tv-kd19:4.1.21 #
อิมํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเข อุทาหุ โนติ ฯ✎ ร่าง
‘imaṁ kho ahaṁ attādānaṁ ādiyamāno labhissāmi sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū dhammato vinayato pakkhe udāhu no’ti?
pli-tv-kd19:4.1.22 #
สเจ อุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace, upāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.23 #
อิมํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน น ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเขติ น ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
‘imaṁ kho ahaṁ attādānaṁ ādiyamāno na labhissāmi sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū dhammato vinayato pakkhe’ti, na taṁ, upāli, attādānaṁ ādātabbaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.24 #
สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace panupāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
อ้างอิงPTS 2.248 · ฉัฏฐสังคายนา 90.409 · พุทธชยันตี 5.456
pli-tv-kd19:4.1.25 #
อิมํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเขติ เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตรึ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
‘imaṁ kho ahaṁ attādānaṁ ādiyamāno labhissāmi sandiṭṭhe sambhatte bhikkhū dhammato vinayato pakkhe’ti, tenupāli, bhikkhunā uttari paccavekkhitabbaṁ—
pli-tv-kd19:4.1.26 #
อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณํ อุทาหุ โนติ ฯ✎ ร่าง
‘imaṁ kho me attādānaṁ ādiyato bhavissati saṅghassa tatonidānaṁ bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇaṁ udāhu no’ti?
pli-tv-kd19:4.1.27 #
สเจ อุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace upāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
pli-tv-kd19:4.1.28 #
อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห @เชิงอรรถ: ๑ ม. อิมํ ฯ วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณนฺติ น ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
‘imaṁ kho me attādānaṁ ādiyato bhavissati saṅghassa tatonidānaṁ bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇan’ti, na taṁ, upāli, attādānaṁ ādātabbaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.29 #
สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Sace panupāli, bhikkhu paccavekkhamāno evaṁ jānāti—
อ้างอิงสยามรัฐ 7.311
pli-tv-kd19:4.1.30 #
อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต น ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณนฺติ อาทาตพฺพํ ตํ อุปาลิ อตฺตาทานํ✎ ร่าง
‘imaṁ kho me attādānaṁ ādiyato na bhavissati saṅghassa tatonidānaṁ bhaṇḍanaṁ kalaho viggaho vivādo saṅghabhedo saṅgharāji saṅghavavatthānaṁ saṅghanānākaraṇan’ti, ādātabbaṁ taṁ, upāli, attādānaṁ.
pli-tv-kd19:4.1.31 #
เอวํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โข อุปาลิ อตฺตาทานํ อาทินฺนํ ปจฺฉาปิ ๑- อวิปฺปฏิสารกรํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ pañcaṅgasamannāgataṁ kho, upāli, attādānaṁ ādinnaṁ, pacchāpi avippaṭisārakaraṁ bhavissatī”ti.
pli-tv-kd19:5.1.0 #
8. Codakenapaccavekkhitabbadhamma
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๗ — วินัยปิฎก จุลวรรค ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน